ป้องกันหวัด เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน

ป้องกันหวัด เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน

ป้องกันหวัด เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน
ระบบภูมิคุ้มกัน (Immune System) คือ ระบบที่ทำหน้าที่ป้องกันเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอม ที่เป็นอันตรายไม่ให้เข้ามาทำอันตรายต่อร่างกายหรือหากเราได้รับเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมเข้ามาแล้ว ระบบภูมิคุ้มกันก็จะกำจัดสิ่งแปลกปลอมเหล่านั้นให้หมดไปจากร่างกายโดยเร็วและอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการเสริมภูมิคุ้มกันก็ทำได้หลายวิธีเช่น พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ทานผักผลไม้ในปริมาณมาก รวมทั้งการเสริมด้วยสารอาหารบางชนิดเช่น วิตามินซี สังกะสี และวิตามิน-เกลือแร่รวม ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง

สารอาหารเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน
1. อะเซโรลา เชอร์รี่
อะเซโรลา เชอร์รี่ เป็นผลไม้ที่มีถิ่นกำเนิดในหมู่เกาะเขตร้อนแถบทะเลแคริบเบียน เป็นผลไม้ที่ทั่วโลกให้การยอมรับว่าเป็นแหล่งของวิตามินซีจากธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดแหล่งหนึ่ง โดยมีปริมาณวิตามินซีมากกว่าส้ม 30-80 เท่า ซึ่งประโชน์ที่ได้รับจากวิตามิซีธรรมชาติได้แก่ มีความสามารถในการดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ดี ไม่ระคายเคืองต่อกระเพาะอาหารและลำไส้รวมถึงคงประสิทธิภาพได้ค่อนข้างดี
กลไกการทำงาน
เนื่องจากอะเซโรล่า เชอร์รี่ จัดเป็นผลไม้ที่วิตามินซีตามธรรมชาติที่สูง ดังนั้นด้วยประโยชน์ของวิตามินซีที่ช่วยเพิ่มความสามารถในการสร้างภูมิคุ้มกัน โดยการเร่งและส่งเสริมการผลิตเม็ดเลือดขาวเพื่อต่อสู้กับเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอม รวมถึงคุณสมบัติในการเป็นสารต้านอนุมูลอิสระจึงช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

จากการศึกษายังพบว่า การรับประทานวิตามินซีจำนวนมากกว่า 500 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง ยังสามารถช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นหวัดได้

2. ซิงค์ (แร่ธาตุสังกะสี)
สังกะสี เป็นแร่ธาตุที่จัดอยู่ในกลุ่มที่ร่างกายต้องการในปริมาณน้อยแต่ไม่สามารถขาดได้ และเป็นส่วนประกอบของเอนไซม์ในร่างกายมากกว่า 200 ชนิด เพื่อช่วยให้ร่างกายทำหน้าที่ได้เป็นปกติ ซึ่งรวมถึงการส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย
กลไกการทำงาน
สังกะสีเป็นแร่ธาตุที่สำคัญต่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย จากการศึกษาพบว่าแร่ธาตุสังกะสีช่วยส่งเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน โดยเฉพาะเรื่องของการเพิ่มจำนวนและประสิทธิภาพการทำงานของเม็ดเลือดขาวชนิดที-เซลล์ (T-Cell) สำหรับการต่อสู้กับสิ่งแปลกปลอมหรือเชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างกาย

จากการศึกษาพบว่า คนไข้ที่ได้รับยาอมที่มีแร่ธาตุสังกะสีเป็นส่วนผสม สามารถช่วยลดระยะเวลาและความรุนแรงของอาการหวัดอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มคนไข้ที่ไม่ได้รับ

3. วิตามินเกลือแร่รวม
กลไกการทำงาน
สำหรับกระบวนการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงของร่างกายนั้น นอกจากสารอาหารจำพวกวิตามินซี หรือซิงค์แล้ว การได้รับสารอาหารจำพวกวิตามินเกลือแร่รวมก็เป็นสิ่งที่จำเป็น เนื่องจากทั้งวิตามินและเกลือแร่ต่างก็เป็นสารอาหารที่มีความสำคัญต่อกระบวนการผลิตเอ็นไซม์ชนิดต่าง ๆ การเป็นสารตั้งต้นในการผลิตเม็ดเลือดขาวเพื่อป้องกันเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมและการทำงานของทุกระบบในร่างกาย นั่นรวมถึง “ระบบภูมิคุ้มกัน”

4. เบต้ากลูแคน
กลไกการทำงาน
เบต้า- กลูแคน จะทำหน้าที่กระตุ้นเม็ดเลือดขาวชนิด มาโครฟาสจ์ (Macrophage) ให้อยู่ในสภาวะที่เตรียมพร้อมและตื่นตัวอยู่เสมอ เพราะโดยปกติแล้วมาโครฟาสจ์จะอยู่ในภาวะสงบซึ่งมันจะไม่ทำงานจนกระทั่งตรวจเจอสิ่งแปลกปลอมจากภายนอกที่บุกรุกเข้ามาก่อน นอกจากนี้ยังควบคุมการหลั่ง Cytokines เช่น Interleukins เพื่อกระตุ้นการสื่อสารระหว่าเซลล์ต่าง ๆ ในระบบภูมิคุ้มกัน รวมถึงเพิ่มปริมาณการสร้างและการเจริญเติบโตของเม็ดเลือดขาวเช่น Neutrophils และ Eosinophils จากไขกระดูก

5. ไบโอฟลาโวนอยด์
ไบโอฟลาโวนอยด์ (Bioflavonoids) “วิตามิน P” จัดอยู่ในกลุ่มของสารที่ชื่อว่า ฟลาโวนอยด์ (Flavonoids) ซึ่งถูกค้นพบว่ามีจำนวนมากกว่า 5,000 ชนิดและมีประมาณ 100 กว่าชนิด ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพซึ่งเป็นที่มาของชื่อ “ไบโอฟลาโวนอยด์”
จัดเป็นวิตามินชนิดที่ละลายน้ำ เป็นสารที่ให้สีแก่ผักผลไม้ พบมากในผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวเช่น มะนาว เลมอน ส้มโอ ส้ม
กลไกการทำงาน

สำหรับการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายเราคงปฏิเสธไม่ได้ว่า การรับประทานวิตามินซีนั้นจัดเป็นทางเลือกในอันดับต้น ๆสำหรับการสร้างภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงให้กับร่างกายตนเอง ดังนั้นการดูดซึมของวิตามินซีจึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ตรงนี้เองที่ไบโอฟลาโวนอยด์สามารถเข้ามามีบทบาทในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน เนื่องจากการศึกษาพบว่า ไบโอฟลาโวนอยด์นั้นสามารถเพิ่มประสิทฺภาพการทำงานให้กับวิตามินซีหลายอย่างได้แก่ 1. ช่วยให้วิตามินซีดูดซึมได้ดีขึ้น 2. ช่วยให้วิตามินซีออกฤทธิ์ได้นานขึ้น 3. ช่วยเสริมการออกฤทธิ์ของวิตามินซี 4. ป้องกันการเสื่อมสภาพของวิตามินซี