<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>โรคภัย Archives - VISTRA</title>
	<atom:link href="https://www.vistra.co.th/tag/%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%A2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.vistra.co.th/tag/โรคภัย/</link>
	<description>วิตามิน อาหารเสริม Vistra ชีวิตดี เริ่มที่สุขภาพ</description>
	<lastBuildDate>Sat, 03 Aug 2024 09:48:09 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.1.10</generator>

<image>
	<url>https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2018/08/favicon-2-50x50.png</url>
	<title>โรคภัย Archives - VISTRA</title>
	<link>https://www.vistra.co.th/tag/โรคภัย/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>บทความสุขภาพ 4 โรคอันตราย ที่มาจาก “ยุง”</title>
		<link>https://www.vistra.co.th/health-tips/4-dangerous-diseases-from-mosquitoes/</link>
					<comments>https://www.vistra.co.th/health-tips/4-dangerous-diseases-from-mosquitoes/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin pp t]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 27 Aug 2014 12:05:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เกร็ดความรู้สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[บทความสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[โรคภัย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.108health.com/?p=2368</guid>

					<description><![CDATA[<p>ช่วงนี้ฝนตกบ่อยเกือบจะทุกวันจนเกิดน้ำท่วมขังอยู่ทั่วไป  [...]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.vistra.co.th/health-tips/4-dangerous-diseases-from-mosquitoes/">บทความสุขภาพ 4 โรคอันตราย ที่มาจาก “ยุง”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.vistra.co.th">VISTRA</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ช่วงนี้ฝนตกบ่อยเกือบจะทุกวันจนเกิดน้ำท่วมขังอยู่ทั่วไป และนั่นเป็นแหล่งเพาะพันธุ์อย่างดีให้กับศัตรูตัวร้ายอย่าง <em><strong>“ยุง”</strong> </em>ซึ่งโดยปกติแล้ว ยุงจะมีวงจรชีวิตในช่วงระหว่างเป็นไขถึงโตเต็มวัยอยู่ที่ 9-14 วัน และยุงตัวเมียเท่านั้นที่จะดูดเลือดเป็นอาหารส่วนยุงตัวผู้จะใช้น้ำหวานจากเกสรดอกไม้เป็นอาหารเท่านั้นและนอกจากนั้นยุงตัวเมียที่โตเต็มวัยจะมีอายุได้ยาวนานถึง 1-3 เดือนเลยทีเดียว ส่วนตัวผู้จะมีอายุแค่ 6-7 วันเท่านั้น แต่ที่น่าทึ่งคือ ไข่ของยุง ยุงจะวางไข่ในน้ำนิ่ง ไข่จะลอยตัวอยู่บนผิวน้ำ ยุงบางชนิดใช้เวลาจากการวางไข่และฟักตัวเพียงแค่ 24 ชั่วโมงเท่านั้น ซึ่งการวางไข่ของยุงแต่ละครั้งจะมีจำนวนไข่ 50 ถึง 300 ฟอง และ ยุงตัวเมีย 1 ตัว ตลอดชีวิตจะสามารถวางไข่ได้ 1-7 ครั้งเลยทีเดียว ที่สำคัญ ไข่ของยุงจะทนต่อสะภาวะแห้งแล้งได้นานหลายเดือนและหากได้รับความชื้นหรือมีน้ำท่วมไข่อีกครั้ง ไข่ก็จะสามารถฟักตัวได้ภายในระยะเวลา 20-60 นาทีเท่านั้น</p>
<p>และนั่นก็คงไม่แปลกที่ช่วงนี้เมื่อตกดึกทีไร เจ้าตัวร้ายอย่างยุงนั้นจะบินกันว่อนเต็มไปหมด และดูเหมือนจะเพิ่มมากขึ้นมากขั้นทุกวัน และหากเราโดนยุงกัน แน่นอนอาการที่ตามมาก็คืออาการคันบริเวณที่ถูกยุงกัด ซึ่งอาจจะมองว่าเป็นแค่เรื่องลำคาญนิดๆหน่อยๆ แต่อย่าชะล่าใจไป นอกจากอาการคันที่ทำให้แค่ลำคาญนั้นแต่ยุงยังเป็นพาหะนำโรคที่ร้ายแรงพอที่จะคร่าชีวิตคนได้เลยทีเดียววันนี้ 108health จึงมีข้อมูลโรคระบาดที่เกิดจากยุงที่เป็นพาหะนำโรคมาให้เพื่อนๆได้ศึกษากันเพื่อเป็นแนวทางในการสังเกตุอาการและป้องกันโรคเหล่านี้จากยุงตัวร้ายกันค่ะ</p>
<h3>โรคที่เกิดจาก <em>&#8220;ยุง&#8221;</em> เป็นพาหะนำโรค</h3>
<figure id="attachment_2371" aria-describedby="caption-attachment-2371" style="width: 450px" class="wp-caption aligncenter"><a href="https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2014/08/unnamed-file-1.jpg"><img decoding="async" class=" wp-image-2371 " src="https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2014/08/unnamed-file-1.jpg" alt="4 โรคร้ายจากยุง" width="450" height="400" srcset="https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2014/08/unnamed-file-1.jpg 800w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2014/08/unnamed-file-1-300x267.jpg 300w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2014/08/unnamed-file-1-768x683.jpg 768w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2014/08/unnamed-file-1-510x453.jpg 510w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></a><figcaption id="caption-attachment-2371" class="wp-caption-text">4 โรคร้ายจากยุง</figcaption></figure>
<h4>1. โรคไข้เลือดออก</h4>
<ul>
<li><span style="text-decoration: underline;"><strong>สาเหตุ </strong></span>  เกิดจากเชื้อไวรัสโดยมียุงลายเป็นพาหะนำโรค</li>
<li><span style="text-decoration: underline;"><strong>อาการ</strong></span>   หลังจากถูกยุงลายที่มีเชื้อกัดประมาณ 5-8 วันจะมีอาการไข้สูงลอย (38.5-40 อาศาเซลเซียส) ติดต่อกัน 2-7 วัน หน้าแดง ปวดศรีษะ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดกระดูก ปวดเบ้าตา บางรายมีอาการปวดท้อง อาเจียน เบื่ออาหาร มีจุดแดงเล็กๆ ตามแขน ขา ลำตัว รักแร้ อาจมีเลือดกำเดาไหลและเลือดออกตามไรฟัน อาการทั่วไปคล้ายเป็นหวัด แต่มักไม่ไอและไม่มีน้ำมูก</li>
<li><span style="text-decoration: underline;"><strong>สัญญานอันตรายในช่วงไข้ลด</strong></span> หากมีอาการซึม   อ่อนเพลียมาก กระสับกระส่าย มือเท้าเย็น ชีพจรเต้นเบาเร็ว ปวดท้องกระทันหัน กระหายน้ำ ปัสสาวะน้อยลง มีเลือดกำเดาไหล อาเจียนเป็นเลือด อุจจาระสีดำ หากมีอาการดังกล่าวให้รีบนำส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด หากผู้ป่วยอยู่ในความดูแลของแพทย์ได้อย่างรวดเร็วทันท่วงที โอกาศเสียชีวิตจากโรคนี้จะมีน้อยมาก</li>
<li><span style="text-decoration: underline;"><strong>การป้องกันโรค</strong></span>   เนื่องจากโรคนี้ยังไม่มีวัคซีน วิธีป้องกันคือ ป้องกันยุงกัด ขจัดลูกน้ำ และทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย</li>
</ul>
<h4> 2. โรคไข้สมองอักเสบ</h4>
<ul>
<li><strong><span style="text-decoration: underline;">สาเหตุ</span></strong>   เกิดจากการติดเชื้อไวรัส มียุงรำคาญเป็นพาหะนำโรคซึ่งมักแพร่พันธุ์ในแหล่งน้ำตามทุ่งนา ยุงชนิดนี้ได้รับเชื้อไข้สมองอักเสบ เจ อี ขณะกินเลือดสัตว์ โดยเฉพาะหมูเป็นแหล่งโรคสำคัญ จากนั้นเมื่อยุงมากัดคนจะปล่อยเชื้อเข้าสู่ร่างกายทำให้คนติดเชื้อได้</li>
<li><strong><span style="text-decoration: underline;">อาการ</span></strong>   ส่วนใหญ่ผู้ติดเชื้อมักไม่มีอาการ ในรายที่มีอาการจะมีไข้สูง ปวดศีษะมาก คลื่นไส้อาเจียน อ่อนเพลีย หากอาการรุนแรงผู้ป่วยอาจไม่รู้สึกตัวและเสียชีวิต บางรายเมื่อหายป่วยอาจมีอาการพิการทางสมองสติปัญญาเสื่อมหรือเป็นอัมพาตได้</li>
<li><strong><span style="text-decoration: underline;">การป้องกัน</span></strong>   โรคนี้ป้องกันได้ด้วยการป้องกันไม่ให้ถูกยุงกัด และการฉีดวัคซีนป้องกัน ดังนั้นผู้ที่อยู่ในเกณฑ์ได้รับวัคซีน เช่น เด็กเล็ก ผู้ปกครองต้องพาไปรับวัคซีน ที่สถาณพยาบาลใกล้บ้าน</li>
</ul>
<h4> 3. โรคมาลาเลีย</h4>
<ul>
<li><strong><span style="text-decoration: underline;">สาเหตุ</span>  </strong> เกิดจากเชื้อโปรโตชัว โดยมียุงก้นป่องที่อาศัยในป่าเป็นพาหะนำโรค เมื่อถูกยุงนำเชื้อกัดประมาณ 15-30 วัน จะมีอาการป่วย</li>
<li><span style="text-decoration: underline;"><strong>อาการ</strong></span>   โดยปกติแล้วผู้ป่วยมักจะเริ่มมีอาการภายหลังได้รับเชื้อแล้วประมาณ 1 สัปดาห์ ถึง 2 เดือน โดยอาการของผู้ป่วยคือมีไข้สูง หนาวสั่น เบื่ออาหาร ปวดศรีษะ ปวดเมื่อยตามตัว บางรายมีอาการปวดท้อง ท้องเสีย ในรายที่รุนแรงจะมีอาการซีดลง เหลืองมากขึ้น ซึม มีภาวะไตวาย ถ้ารุนแรงมากอาจเสียชีวิตได้</li>
<li><strong><span style="text-decoration: underline;">การป้องกัน</span></strong>   ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนที่จะใช้ในการป้องกันโรคนี้ การป้องกันตนเองไม่ให้ถูกยุงกัด เป็นวิธีที่ดีที่สุดในขณะนี้ ประเทศไทยไม่แนะนำให้รับประทานยาป้องกัน เนื่องจากไม่มียาที่มีประสิทธิภาพสูงและก่อให้เกิดปัญหาการดื้อของเชื้อมาลาเลียต่อยาได้ง่าย</li>
</ul>
<h4> 4. โรคเท้าช้าง</h4>
<ul>
<li><strong><span style="text-decoration: underline;">สาเหตุ</span></strong>   โรคนี้เกิดจาดพยาธิตัวกลม ซึ่งอาศัยอยู่ในคนเท่านั้น เชื้อจะเข้าสู่ท่อน้ำเหลือง ต่อมน้ำเหลือง เชื้อจะอยู่ในร่างกายคนได้ 4-6 ปีและออกลูกออกหลานเป็นล้านตัวเข้ากระแสเลือด ยุงที่กัดคนที่ติดเชื้อจะรับเชื้อไปและเมื่อไปกัดคนอื่นจะปล่อยเชื้อสู่คนอื่น</li>
<li><strong><span style="text-decoration: underline;">อาการ</span></strong>   ผู้ป่วยจะมีไข้ เกิดการอักเสบของหลอดน้ำเหลืองและต่อมน้ำเหลืองโดยมากจะเกิดอาการที่ บริเวณขา ช่องท้องด้านหลัง ท่อนำเชื้ออสุจิ แหล่งพักน้ำเชื้อและเต้านม โดยเฉพาะที่ท่อนำเชื้ออสุจิพบตัวอ่อนพยาธิบ่อยและมากที่สุด ผู้ป่วยส่วนมากจะมีอาการลมพิษร่วมด้วย ผิวหนังตรงตำแหน่งที่หลอดน้ำเหลืองอุดตันเหล่านั้น จะมีการเปลี่ยนแปลงคือ เกิดบวมแข็ง ผื่นแดง หลอดน้ำเหลืองจะโป่งมีน้ำเหลืองคั่งอยู่ คลำได้เป็นก้อนขรุขระ</li>
<li><strong><span style="text-decoration: underline;">การป้องกัน</span></strong>   การป้องกันที่สำคัญคือการป้องกันไม่ให้ถูกยุงกัดและการรักษาผู้ที่ติดเชื้อ การป้องกันโดยการลดจำนวนยุงจะไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อได้ เนื่องจากเชื้อจะมีอายุนาน 4-6 ปี ดังนั้นการควบคุมยุงจะต้องทำนานและต่อเนื่องมากกว่า 6 ปี ซึ่งเป็นไปได้ยาก</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<p>ที่นี้เพื่อนๆเห็นถึงอัตรายที่มากับเจ้าตัวร้ายตัวเล็กๆอย่าง <strong><em>“ยุง”</em></strong> แล้วใช่ไหมคะ ซึ่งในช่วงที่ฝนตกเยอะๆมีน้ำขังเยอะๆและเจ้ายุงตัวร้ายก็มีจำนวนเยอะแบบนี้เราจึงควรป้องกันตัวเองไม่ให้ถูกยุงกัดและช่วยกันกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ของยุงให้ได้มากที่สุดด้วยวิธีการ 5 ป. ก็คือ</p>
<p><a href="https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2014/08/5ป.png"><img decoding="async" class="aligncenter size-medium wp-image-2373" src="http://www.108health.com/wp-content/uploads/2014/08/5ป-300x85.png" alt="" width="300" height="85" /></a></p>
<ol>
<li>ปิดภาชนะที่ใส่น้ำไว้ใช้ทุกชนิด ป้องกันการวางไข่ของยุง</li>
<li>เปลี่ยนน้ำในแจกันหรือกระถางต้ไม้ทุก 7 วัน เพื่อป้องกันการฟักตัวของไข่ยุง</li>
<li>ปล่อยปลากินลูกน้ำในแหล่งน้ำที่เก็บอย่างถาวรเช่น อ่างบัว</li>
<li>ปรับปรุงสิ่งแวดล้อมให้ปรอดโปร่งโล่งสะอาดมีลมพัดผ่าน เพื่อไม่ให้เป็นที่เกาะพักของยุง</li>
<li>ปฏิบัติเป็นประจำจนเป็นนิสัย</li>
</ol>
<p>สุดท้ายนี้ 108health ก็ขอให้ให้เพื่อนๆปลอดภัยจากโรคภัยไข้เจ็บต่างๆและมีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์นะค่ะ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ที่มา : กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.vistra.co.th/health-tips/4-dangerous-diseases-from-mosquitoes/">บทความสุขภาพ 4 โรคอันตราย ที่มาจาก “ยุง”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.vistra.co.th">VISTRA</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.vistra.co.th/health-tips/4-dangerous-diseases-from-mosquitoes/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไข้หวัดหมูไอโอวา เชื้อหวัดสายพันธุ์ใหม่ ที่กลายพันธุ์มากจากไข้หวัด2009</title>
		<link>https://www.vistra.co.th/health-tips/iowa-swine-flu-new-strain-2009/</link>
					<comments>https://www.vistra.co.th/health-tips/iowa-swine-flu-new-strain-2009/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin pp t]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 25 Aug 2014 11:54:36 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เกร็ดความรู้สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[บทความสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[โรคภัย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.108health.com/?p=2351</guid>

					<description><![CDATA[<p>ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค หรือ CDC (Centers for Disease  [...]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.vistra.co.th/health-tips/iowa-swine-flu-new-strain-2009/">ไข้หวัดหมูไอโอวา เชื้อหวัดสายพันธุ์ใหม่ ที่กลายพันธุ์มากจากไข้หวัด2009</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.vistra.co.th">VISTRA</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><b>ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค หรือ </b><b>CDC (Centers for Disease Control and Prevention) </b>ประเทศสหรัฐอเมริกา แจ้งเตือนทั่วโลกให้ระวัง “ไข้หวัดหมูสายพันธุ์ใหม่” คือสายพันธุ์ S-OtrH3N2 ที่สามารถติดต่อสู่คนได้ เนื่องจากที่ผ่านมาพบผู้ติดเชื้อทั้งหมด 7 รายโดยพบที่มลรัฐเพนซิลวาเนีย 3 ราย มลรัฐเมน 2 ราย และมลรัฐอินเดียนา 2 ราย ผู้ป่วยทุกรายเคยสัมผัสหรืออยู่ใกล้ชิดหมูก่อนที่จะป่วย นอกจากนี้ยังพบเด็กที่ติดเชื้อเพิ่มอีก 3 รายที่มลรัฐไอโอวา โดยเด็กทั้งสามไม่เคยสัมผัสกับหมูมาก่อน จึงเป็นไปได้ว่าเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่นี้สามารถติดต่อจากคนสู่คนได้ นอกจากนี้มีแนวโน้มที่จะพบผู้ติดเชื้อ<span style="text-decoration: underline;"><em><strong>ไข้หวัดหมูไอโอวา </strong></em></span>เพิ่มขึ้น</p>
<figure id="attachment_2352" aria-describedby="caption-attachment-2352" style="width: 500px" class="wp-caption aligncenter"><a href="https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2014/08/unnamed-file.jpg"><img decoding="async" class="size-full wp-image-2352" src="https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2014/08/unnamed-file.jpg" alt="ไข้หวัดหมูไอโอวา (S-OtrH3N2 )" width="500" height="300" srcset="https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2014/08/unnamed-file.jpg 500w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2014/08/unnamed-file-300x180.jpg 300w" sizes="(max-width: 500px) 100vw, 500px" /></a><figcaption id="caption-attachment-2352" class="wp-caption-text">ไข้หวัดหมูไอโอวา (S-OtrH3N2 )</figcaption></figure>
<p>จากการสังเกตุการของผู้ป่วยที่เป็นเด็ก 3 คน ที่เคยไปงานเลี้ยงด้วยกัน และอยู่ใกล้ชิดกัน พบว่า เด็กทั้ง 3 คน มีอาการป่วยคล้ายไข้หวัดใหญ่ และมีอาการป่วยต่อๆกันมาโดยใช้ระยะเวลาในการแสดงอาการป่วยเพียงแค่ 1-2 วันเท่านั้นนอกจากนี้เด็กทั้งสามคนรวมถึงสมาชิกทุกคนในครอบครัวไม่เคยมีประวัติสัมผัสใกล้ชิดกับหมูมาก่อนอีกด้วย  <strong><span style="text-decoration: underline;"><em>จึงเป็นไปได้ว่าเชื้อไวรัสกลายพันธุ์ชนิดนี้น่าจะแพร่เชื้อติดต่อจากคนสู่คนได้</em></span></strong></p>
<h4><a href="https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2014/08/31517_images.jpg"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-2355" src="https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2014/08/31517_images.jpg" alt="" width="400" height="400" srcset="https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2014/08/31517_images.jpg 400w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2014/08/31517_images-300x300.jpg 300w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2014/08/31517_images-150x150.jpg 150w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2014/08/31517_images-247x247.jpg 247w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2014/08/31517_images-100x100.jpg 100w" sizes="(max-width: 400px) 100vw, 400px" /></a></h4>
<h4><b>“</b><b>ไข้หวัดหมูไอโอวา</b><b>” </b><b>มีอาการอย่างไร</b><b>?</b></h4>
<p>จากอาการของผู้ป่วย 10 รายที่รายงานก็คือ มีไข้ (ร้อยละ 90) ไอทุกราย ปวดศีรษะ (ร้อยละ 60) และท้องเดิน (ร้อยละ 30) มีการตรวจนับปริมาณเม็ดเลือดสัมบรูณ์อยู่เพียง 4 ราย ซึ่งมีปริมาณเม็ดเลือดขาวต่ำอยู่ 2 ราย เป็นเม็ดเลือดขาวชนิดลิมโฟซัยท์ต่ำอยู่ 1 ราย</p>
<h4><b>วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ ใช้ป้องกันโรคไข้หวัดหมูไอโอวาได้หรือไม่</b><b>?</b></h4>
<p>วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ในเด็กได้ แต่สามารถป้องกันการติดเชื้อในผู้ใหญ่ได้บางส่วนเท่านั้น</p>
<h4><b>“</b><b>ไข้หวัดหมูไอโอวา</b><b>” <b>รักษาได้หรือไม่</b><b>?</b></b></h4>
<p>เชื้อไวรัสสายพันธุ์นี้ดื้อต่อยาต้านไวรัสที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันคือ ยาไรแมนตาดีน (rimantadine) และยาอะแมนตาดีน (amantadine) แต่สามารถรักษาได้ด้วยยาโอเซลทามิเวียร์ (osteltamivir หรือ Tamiflu®) และ ยาซานามิเวียร์ (zanamivir หรือ Relenza®)</p>
<p>กรณีที่สงสัยการติดเชื้อไข้หวัดหมูหรือไข้หวัดหมูไอโอวา แพทย์จะทำการส่งเสมหะตรวจเพื่อยืนยันสายพันธุ์ของเชื้อไวรัส และพิจารณารักษาด้วยยาโอเซลทามิเวียร์ตามดุลยพินิจของแพทย์ผู้ให้การรักษา และจะรายงานจำนวนผู้ป่วยไปยังศูนย์ควบคุมโรคทุกราย นอกจากนี้ยังมีคำแนะนำให้ประชาชนที่สัมผัสหรืออยู่ใกล้ชิดหมู หากมีอาการป่วยคล้ายไข้หวัดใหญ่ ควรพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยยืนยันการติดเชื้อ ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้หรือซื้อยามารับประทานเอง</p>
<p><a href="https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2014/08/s3.jpg"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-2356" src="https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2014/08/s3.jpg" alt="" width="770" height="364" srcset="https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2014/08/s3.jpg 770w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2014/08/s3-300x142.jpg 300w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2014/08/s3-768x363.jpg 768w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2014/08/s3-510x241.jpg 510w" sizes="(max-width: 770px) 100vw, 770px" /></a></p>
<h4><b>การป้องกันการติดเชื้อ “</b><b>ไข้หวัดหมูไอโอวา</b><b>”</b></h4>
<p>สำหรับที่ที่มีน้ำท่วมขังให้หลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำหรือแช่อยู่ในน้ำเป็นเวลานาน และควรรักษาร่างกายให้อบอุ่นอยู่เสมอ ไม่สวมเสื้อผ้าที่เปียกชื้น ควรรักษาสุขภาพให้แข็งแรง ปฏิบัติตามสุขอนามัยพื้นฐาน เช่นรับประทานอาหารที่สุกสะอาด ล้างมือเป็นประจำก่อนที่จะรับประทานอาหาร ตามแนวทางป้องกันโรคด้วยวิธี <em><strong>“กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ”</strong> </em>อยู่เสมอ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>แหล่งอ้างอิง</strong></p>
<p><em>Center for Disease Control and Prevention (CDC), Morbidity and Mortality Weekly Report (MMWR), Limited Human-to-Human Transmission of Novel Influenza A (H3N2) Virus-Iowa, November 2011, December 2, 2011:60(47);1615-1617.</em></p>
<p><strong>ที่มา : </strong>ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.vistra.co.th/health-tips/iowa-swine-flu-new-strain-2009/">ไข้หวัดหมูไอโอวา เชื้อหวัดสายพันธุ์ใหม่ ที่กลายพันธุ์มากจากไข้หวัด2009</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.vistra.co.th">VISTRA</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.vistra.co.th/health-tips/iowa-swine-flu-new-strain-2009/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
