<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>เคล็ดลับดูแลสุขภาพกระดูกและข้อ Archives - VISTRA</title>
	<atom:link href="https://www.vistra.co.th/category/tips-for-bone-and-joint-health-care/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.vistra.co.th/category/tips-for-bone-and-joint-health-care/</link>
	<description>วิตามิน อาหารเสริม Vistra ชีวิตดี เริ่มที่สุขภาพ</description>
	<lastBuildDate>Sun, 04 Aug 2024 07:46:07 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.1.10</generator>

<image>
	<url>https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2018/08/favicon-2-50x50.png</url>
	<title>เคล็ดลับดูแลสุขภาพกระดูกและข้อ Archives - VISTRA</title>
	<link>https://www.vistra.co.th/category/tips-for-bone-and-joint-health-care/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>กูลโคซามีนซัลเฟต (Glucosamine Sulfate) กับโรคข้อเสื่อม</title>
		<link>https://www.vistra.co.th/tips-for-bone-and-joint-health-care/%e0%b8%81%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%8b%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b8%8b%e0%b8%b1%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%9f%e0%b8%95-glucosamine-sulfate-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 20 Jan 2023 06:10:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เคล็ดลับดูแลสุขภาพกระดูกและข้อ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://vistra.co.th/?p=5296</guid>

					<description><![CDATA[<p>โรคข้อเสื่อม (Osteoarthritis) เกิดจากการสึกกร่อนของกระด [...]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.vistra.co.th/tips-for-bone-and-joint-health-care/%e0%b8%81%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%8b%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b8%8b%e0%b8%b1%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%9f%e0%b8%95-glucosamine-sulfate-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a/">กูลโคซามีนซัลเฟต (Glucosamine Sulfate) กับโรคข้อเสื่อม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.vistra.co.th">VISTRA</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>โรคข้อเสื่อม (Osteoarthritis) เกิดจากการสึกกร่อนของกระดูกอ่อนที่หุ้มบริเวณผิวข้อ (Articular Cartilage) ที่เกิดขึ้นอย่างช้าๆ และต่อเนื่อง พบว่ากระดูกอ่อนบริเวณผิวข้อจากเดิมที่มีลักษณะจากผิวมัน เรียบ ขาวใส จะกลายเป็นสีเหลืองขุ่น จนทำให้กระดูกอ่อนบริเวณผิวข้อสูญเสียหน้าที่ในการดูดซับแรงกระแทกต่างๆ ที่ถูกกระทำต่อข้อเข่า เมื่อมีอาการมากขึ้นกระดูกอ่อนจะหลุดเป็นแผ่นๆ และมีรอยแตกเป็นริ้วๆ ขอบกระดูกเกิดการขรุขระ ประกอบกับเมื่ออายุมากขึ้นร่างกายผลิตน้ำหล่อเลี้ยงข้อลดลง มีปุ่มกระดูกงอก (Osteophytes) ออกมาบริเวณข้อ ทำให้เกิดการเสียดสีของขอบกระดูกเมื่อมีการเคลื่อนไหว ในระยะที่รุนแรงจะพบว่ามีเศษกระดูกอ่อนหลุดเข้าไปในน้ำหล่อเลี้ยงข้อ ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันถูกกกระตุ้นและหลั่งสารก่ออักเสบ ทำให้เกิดอาการอักเสบ บวม และปวดข้อเข่ามากขึ้น</p>
<p><img decoding="async" class="size-full wp-image-5298" src="https://vistra.co.th/wp-content/uploads/2023/01/AdobeStock_182022213-scaled.jpeg" alt="" width="2560" height="1707" srcset="https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2023/01/AdobeStock_182022213-scaled.jpeg 2560w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2023/01/AdobeStock_182022213-300x200.jpeg 300w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2023/01/AdobeStock_182022213-1024x683.jpeg 1024w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2023/01/AdobeStock_182022213-768x512.jpeg 768w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2023/01/AdobeStock_182022213-1536x1024.jpeg 1536w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2023/01/AdobeStock_182022213-2048x1365.jpeg 2048w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2023/01/AdobeStock_182022213-510x340.jpeg 510w" sizes="(max-width: 2560px) 100vw, 2560px" /></p>
<p>กระดูกอ่อนผิวข้อที่สูญเสียหน้าที่ในการต้านทานแรงกดที่กระทำต่อข้อเข่า ช่องว่างระหว่างข้อเข่าแคบลง ทำให้เกิดอาการปวดข้อเข่า ข้อเข่าฝืด หากกระบวนการนี้ยังคงดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่องจะส่งผลให้ทำให้การเคลื่อนไหวลำบากมากขึ้น ข้อผิดรูป และเกิดภาวะทุพพลภาพในที่สุด ดังนั้นหากเป็นในระยะเริ่มต้นจึงควรให้ความสำคัญในการดูแลข้อเข่าเพื่อชะลอการดำเนินไปของโรคข้อเข่าเสื่อม</p>
<p><img decoding="async" class="size-full wp-image-5299" src="https://vistra.co.th/wp-content/uploads/2023/01/AdobeStock_80130804-scaled.jpeg" alt="" width="2560" height="1572" srcset="https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2023/01/AdobeStock_80130804-scaled.jpeg 2560w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2023/01/AdobeStock_80130804-300x184.jpeg 300w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2023/01/AdobeStock_80130804-1024x629.jpeg 1024w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2023/01/AdobeStock_80130804-768x472.jpeg 768w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2023/01/AdobeStock_80130804-1536x943.jpeg 1536w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2023/01/AdobeStock_80130804-2048x1257.jpeg 2048w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2023/01/AdobeStock_80130804-510x313.jpeg 510w" sizes="(max-width: 2560px) 100vw, 2560px" /></p>
<p><strong>ปัจจัยเสี่ยง</strong></p>
<ol>
<li>อายุ เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยมากที่สุด เมื่ออายุมากขึ้นความเสื่อมของกระดูกอ่อนผิวข้อ จะเสื่อมลงตามวัย อัตราการซ่อมแซมลดลงในกระดูกอ่อนบริเวณผิวข้อที่มีการสึกกร่อน</li>
<li>เพศ พบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย 2-3 เท่า โดยเฉพาะหญิงวัยหมดประจำเดือนเนื่องจากการระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ลดลง ทำให้โครงสร้างกระดูกอ่อนบริเวณผิวข้อบางลง</li>
<li>โรคข้ออักเสบชนิดต่างๆ(Inflammatory Joint Disease) ที่ทำให้เกิดการทำลายโครงสร้างของกระดูกอ่อน ได้แก่ โรคเก๊าท์ โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์</li>
<li>ความอ้วน หรือ การมีน้ำหนักตัวที่มากเกินไป มีค่าดัชนีมวลกาย (Body Mass Index: BMI) มากกว่าหรือเท่ากับ 23 จึงมีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคข้อเข่าเสื่อมเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากเข่าเป็นข้อที่รองรับน้ำหนัก</li>
<li>การรับแรงกระทำที่ข้อเข่า เช่น การใช้งานมากเกินไป การได้รับบาดเจ็บบริเวณข้อ การเล่นกีฬาและการออกกำลังที่มีการกระแทกที่รุนแรงและซ้ำที่ข้อต่อ</li>
</ol>
<p><strong> </strong></p>
<p><strong>อาการของโรคข้อเข่าเสื่อม</strong></p>
<ol>
<li>อาการปวด มีลักษณะปวดตื้อๆ บริเวณข้อ อาการปวดจะมากขึ้นเมื่อมีการใช้งาน หรือลงน้ำหนักลงบนข้อนั้นๆ และจะทุเลาลงเมื่อพักการใช้งาน</li>
<li>ข้อฝืด (Stiffness) พบได้บ่อย มักจะมีอาการข้อฝืดข้อติดขัดในช่วงเช้าและช่วงหลังจากการพักข้อนานๆ เช่น หลังจากตื่นนอนหรือนั่งนานๆ แต่มักไม่เกิน 30 นาที</li>
<li>ข้อบวม แดง ร้อน เป็นผลจากน้ำในข้อเข่าที่มีมากขึ้น ระบบภูมิคุ้มกันถูกกระตุ้นและหลั่งสารก่ออักเสบ</li>
<li>ข้อผิดรูป (Swelling and Deformity) เป็นลักษณะข้อเข่าโก่ง (Bow Legs) สูญเสียการเคลื่อนไหวและข้อเข่าเหยียดหรืองอไม่สุด</li>
<li>เวลาเดินหรือเคลื่อนไหว อาจมีเสียงดังกรอบแกรบ (Crepitus)</li>
</ol>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ข้อแนะนำสำหรับผู้ที่เป็นโรคข้อเข่าเสื่อม</strong></p>
<ol>
<li>การออกกำลังและการบริหารกล้ามเนื้อรอบเข่า การออกกำลังกายเป็นวิธีการรักษาที่ได้ผลดีสำหรับผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อม ช่วยลดอาการปวด เพิ่มความสามารถในการใช้งาน</li>
<li>การลดน้ำหนัก ช่วยลดการรองรับน้ำหนัก สามารถช่วยลดความเจ็บปวดและช่วยให้ใช้งานข้อเข่าได้ดีขึ้น</li>
<li>การรับประทาน กลูโคซามีน ซัลเฟต (Glucosamine Sulfate) ช่วยฟื้นฟูกระดูกอ่อนผิวข้อ เพื่อชะลอหรือลดการดำเนินไปของโรคข้อเสื่อมได้</li>
</ol>
<p><img decoding="async" class="size-full wp-image-5297" src="https://vistra.co.th/wp-content/uploads/2023/01/AdobeStock_335920923-scaled.jpeg" alt="" width="2560" height="1505" srcset="https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2023/01/AdobeStock_335920923-scaled.jpeg 2560w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2023/01/AdobeStock_335920923-300x176.jpeg 300w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2023/01/AdobeStock_335920923-1024x602.jpeg 1024w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2023/01/AdobeStock_335920923-768x452.jpeg 768w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2023/01/AdobeStock_335920923-1536x903.jpeg 1536w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2023/01/AdobeStock_335920923-2048x1204.jpeg 2048w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2023/01/AdobeStock_335920923-510x300.jpeg 510w" sizes="(max-width: 2560px) 100vw, 2560px" /></p>
<p>กลูโคซามีน ซัลเฟต เป็นสารประกอบประเภทน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว (Monosaccharide) ที่ร่างกายสามารถสร้างได้เอง แต่จะสร้างลดลงเมื่ออายุมากขึ้น Glucosamine ถูกนำไปใช้เป็นสารตั้งต้นในการสร้างโปรตีโอไกลแคน (Proteoglycan) ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของโครงสร้างกระดูกอ่อน โดย Proteoglycan เป็นสารโมเลกุลใหญ่ที่มีความสามารถในการดึงน้ำเข้าหาตัวเองได้ดี จึงทำให้กระดูกอ่อนมีความยืดหยุ่น และสามารถรองรับการเคลื่อนไหวของกระดูกข้อต่อได้</p>
<p>กลูโคซามีน ซัลเฟต จะทำหน้าที่กระตุ้นการสร้าง Proteoglycan, ยับยั้งการสลายของ Proteoglycan และกระตุ้นการฟื้นฟูของกระดูกอ่อน (Cartilage) ที่ถูกทำลายไป จึงสามารถช่วยชะลอการดำเนินไปของโรคข้อเข่าเสื่อมได้ สำหรับการรับประทานกูลโคซามีน ซัลเฟต แนะนำให้รับประทานวันละ 1,500 มิลลิกรัมต่อวัน และควรรับประทานต่อเนื่องอย่างน้อย 6 สัปดาห์</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>เอกสารอ้างอิง</strong></p>
<p>1.สมาคมรูมาติสซั่มแห่งประเทศไทย. แนวทางเวชปฏิบัติการรักษาข้อเข่าเสื่อม. 2553.</p>
<p>2.ราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิติกส์แห่งประเทศไทย. แนวปฎิบัติบริการสาธารณสุข โรคข้อเข่าเสื่อม. 2554.</p>
<p>3.ฉัตรสุดา กานกายันต์, อภิรดี เจริญนุกูล และวิทยา วาโย. การชะลอการเกิดข้อเข่าเสื่อมก่อนเข้าสู่วัยสูงอายุ. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: <a href="http://he02.tci-thaijo.org">http://he02.tci-thaijo.org</a> (สืบค้นเมื่อ 9 สิงหาคม 2565).</p>
<p>4.ธนรัตน์ สรวลเสน่ห์. ไขข้อข้องใจเกี่ยวกับกลูโคซามีนในโรคข้อเสื่อม. คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: <a href="https://pharmacy.mahidol.ac.th/th/knowledge/article/41/กลูโคซามีน-glucosamine-ในโรคข้อเสื่อม-ไขข้อข้องใจ">https://pharmacy.mahidol.ac.th/th/knowledge/article/41/กลูโคซามีน-glucosamine-ในโรคข้อเสื่อม-ไขข้อข้องใจ</a> (สืบค้นเมื่อ 9 สิงหาคม 2565).</p>
<p>5.วิมล ศรีสุข. กลูโคซามีนซัลเฟตกับโรคข้อเสื่อม. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: <a href="https://pharmacy.mahidol.ac.th/th/knowledge/article/3/กลูโคซามีนซัลเฟต-glucosamine-sulphate-โรคข้อเสื่อม-osteoarthristis">https://pharmacy.mahidol.ac.th/th/knowledge/article/3/กลูโคซามีนซัลเฟต-glucosamine-sulphate-โรคข้อเสื่อม-osteoarthristis</a> (สืบค้นเมื่อ 9 สิงหาคม 2565).</p>
<p>6.Arun Pal Singh. Articular Cartilage Structure and Function. from: <a href="https://boneandspine.com/articular-cartilage/">https://boneandspine.com/articular-cartilage/</a> (Retrieved August 9,2022).</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.vistra.co.th/tips-for-bone-and-joint-health-care/%e0%b8%81%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%8b%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b8%8b%e0%b8%b1%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%9f%e0%b8%95-glucosamine-sulfate-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a/">กูลโคซามีนซัลเฟต (Glucosamine Sulfate) กับโรคข้อเสื่อม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.vistra.co.th">VISTRA</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไขข้อสงสัย? กินคอลลาเจนไทพ์ทู ช่วยบำรุงกระดูกและข้อจริงไหม</title>
		<link>https://www.vistra.co.th/tips-for-bone-and-joint-health-care/tips-nourish-bones-and-joints-with-collagen-type-two/</link>
					<comments>https://www.vistra.co.th/tips-for-bone-and-joint-health-care/tips-nourish-bones-and-joints-with-collagen-type-two/#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 10 Nov 2022 03:24:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เคล็ดลับดูแลสุขภาพกระดูกและข้อ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://vistra.co.th/?p=4906</guid>

					<description><![CDATA[<p>หลายคนอาจเคยได้ยินว่าพอถึงช่วงวัยหนึ่งเราก็จะเข้าใจเองว [...]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.vistra.co.th/tips-for-bone-and-joint-health-care/tips-nourish-bones-and-joints-with-collagen-type-two/">ไขข้อสงสัย? กินคอลลาเจนไทพ์ทู ช่วยบำรุงกระดูกและข้อจริงไหม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.vistra.co.th">VISTRA</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>หลายคนอาจเคยได้ยินว่าพอถึงช่วงวัยหนึ่งเราก็จะเข้าใจเองว่าอาการ &#8220;ลุกก็ต้องโอย นั่งก็ต้องโอย&#8221; นั้นเป็นอย่างไร ซึ่งสาเหตุของการลุกนั่งไม่สะดวก หรือยืนเดินนาน ๆ แล้วปวดเมื่อยตามกระดูกและข้อนั้น เป็นเพราะกระดูกและข้อเริ่มเสื่อมสภาพไปตามวัย และตามลักษณะการใช้ชีวิตของเรานั่นเอง<br />
ถึงแม้เราจะไม่สามารถเปลี่ยนความจริงในข้อนี้ได้ แต่เราก็สามารถชะลอความเสื่อมของกระดูกและข้อให้ช้าลงได้ โดยเราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับโรคกระดูกและข้อเสื่อม พร้อมไขข้อสงสัยที่ว่าการกินคอลลาเจนบำรุงกระดูกได้จริงไหมและเคล็ดลับชะลอความเสื่อม บำรุงกระดูกและข้อด้วยคอลลาเจนไทพ์ทูมาบอกกัน</p>
<h2>รู้ทันโรคข้อเสื่อม</h2>
<h3>สาเหตุของโรคข้อเสื่อม</h3>
<p>โรคข้อกระดูกอ่อนเสื่อม (Osteoarthritis) หรือที่เรียกว่า “ข้อเสื่อม” เกิดจากกระดูกอ่อนที่บุอยู่ปลายกระดูกเสื่อมสภาพและมีการสึกกร่อน จากเดิมที่มีลักษณะเป็นผิวเรียบมัน กลายเป็นผิวขรุขระ ส่งผลให้ข้อติดขัดเวลาเคลื่อนไหวและเกิดความเจ็บปวดได้ โดยสามารถเกิดขึ้นได้บริเวณข้อกระดูกทุกส่วนของร่างกาย แต่มักจะเกิดกับข้อต่อชิ้นใหญ่ ๆ ที่มีการเคลื่อนไหวและรองรับน้ำหนักอยู่เสมอ เช่น ข้อเข่า สะโพก ข้อเท้า กระดูกสันหลัง และกระดูกคอ</p>
<h3>ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคข้อเข่าเสื่อม</h3>
<ol>
<li>ภาวะอ้วน เพราะกระดูกข้อต่อต้องรองรับน้ำหนักมากไป</li>
<li>โรคความผิดปกติของข้อบางชนิด ซึ่งส่งผลให้ผิวของข้อไม่เรียบ รวมถึงโรคกระดูกพรุน</li>
<li>ภาวะบาดเจ็บบริเวณข้อต่อ ซึ่งเกิดจากอุบัติเหตุ ส่งผลให้ผิวข้อต่อไม่เรียบ หรือไม่เข้าที่</li>
<li>ประกอบอาชีพที่ต้องงอเข่าบ่อย ๆ เช่น นักวิ่งมาราธอน หรือมีอาชีพที่ต้องยืนหรือเดินประจำเป็นเวลานาน</li>
</ol>
<h2>คอลลาเจนไทพ์ทูช่วยบำรุงกระดูกและข้อได้อย่างไร?</h2>
<h3>คอลลาเจนไทพ์ทู คืออะไร?</h3>
<p>คอลลาเจน คือ โปรตีนชนิดหนึ่งซึ่งทำหน้าที่เป็นโครงสร้างของเนื้อเยื่อต่าง ๆ ในร่างกาย โดยสามารถพบได้ในผิวหนัง กระดูก กล้ามเนื้อ เล็บ เอ็น และข้อ ซึ่งคอลลาเจนในร่างกายจะมีมากถึง 16 ชนิด แต่ที่พบบ่อยจะมี 3 ชนิดด้วยกัน คือ</p>
<ol>
<li>คอลลาเจนชนิดที่ 1 (Collagen Type I) เป็นคอลลาเจนชนิดที่พบได้มากที่สุดในร่างกาย มีบทบาทในการเสริมสร้างความยืดหยุ่นให้แก่ผิว ช่วยสมานบาดแผล มักพบในเส้นผม กระดูก เนื้อเยื้อ และผนังหลอดเลือด</li>
<li>คอลลาเจนชนิดที่ 2 (Collagen Type II) หรือคอลลาเจนไทพ์ทู ที่เรากำลังให้ความสนใจกันอยู่นี้ เป็นคอลลาเจนที่มีมากในกระดูก กระดูกอ่อน และข้อต่อ มีบทบาทในการช่วยเสริมสร้างกระดูกอ่อน</li>
<li>คอลลาเจนชนิดที่ 3 (Collagen Type III) เป็นคอลลาเจนที่มักจะพบในผิวหนัง กล้ามเนื้อ และหลอดเลือดเช่นเดียวกับชนิดที่ 1</li>
</ol>
<h3>คอลลาเจนไทพ์ทู ช่วยบำรุงกระดูกและข้อได้อย่างไร?</h3>
<p>อย่างที่กล่าวไปแล้วว่า คอลลาเจนชนิดที่ 2 (Collagen Type II) หรือคอลลาเจนไทพ์ทู เป็นคอลลาเจนบำรุงกระดูกและข้อ เพราะมีคุณสมบัติช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของข้อต่อ ด้วยการทำหน้าที่เสริมสร้างกระดูกอ่อน และช่วยกระตุ้นให้เกิดการสังเคราะห์เซลล์ใหม่เพิ่มขึ้น ทั้งยังมีส่วนช่วยเพิ่มระดับกรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid) และยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ที่ย่อยสลายน้ำหล่อเลี้ยงข้ออีกด้วย</p>
<p>ดังนั้น หากร่างกายของเรามีคอลลาเจนไทพ์ทูเพียงพอ จะช่วยให้เกิดการสร้างกระดูกอ่อนอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้เกิดเซลล์ใหม่ทดแทนเซลล์เก่าที่เสื่อมสภาพ และรักษาสมดุลของน้ำหล่อเลี้ยงข้อกระดูก จึงสามารถช่วยลดอาการปวดข้อและข้อยึด ทำให้ร่างกายเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-4907" src="https://vistra.co.th/wp-content/uploads/2022/11/กินคอลลาเจนไทพ์ทูช่วยบำรุงกระดูกและข้อ.jpg" alt="กินคอลลาเจนไทพ์ทูช่วยบำรุงกระดูกและข้อ" width="870" height="653" srcset="https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2022/11/กินคอลลาเจนไทพ์ทูช่วยบำรุงกระดูกและข้อ.jpg 870w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2022/11/กินคอลลาเจนไทพ์ทูช่วยบำรุงกระดูกและข้อ-300x225.jpg 300w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2022/11/กินคอลลาเจนไทพ์ทูช่วยบำรุงกระดูกและข้อ-768x576.jpg 768w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2022/11/กินคอลลาเจนไทพ์ทูช่วยบำรุงกระดูกและข้อ-510x383.jpg 510w" sizes="(max-width: 870px) 100vw, 870px" /></p>
<h2>หาคอลลาเจนไทพ์ทูได้จากแหล่งใดบ้าง?</h2>
<p>ปกติร่างกายสามารถสร้างคอลลาเจนได้เอง แต่ในผู้สูงอายุนั้นประสิทธิภาพการสร้างคอลลาเจนในร่างกายอาจลดน้อยลง รวมถึงปัจจัยอื่น ๆ เช่น สารอนุมูลอิสระ ส่งผลให้คอลลาเจนเสื่อมสภาพได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น ซึ่งส่งผลให้ร่างกายขาดแคลนคอลลาเจนได้ รวมไปถึงคอลลาเจนไทพ์ทูด้วย</p>
<p>หากร่างกายขาดคอลลาเจนไทพ์ทู หรือมีปริมาณไม่เพียงพอ จะส่งผลให้เกิดโรคข้อเข่าเสื่อมได้ รวมถึงผู้ที่เป็นโรคกระดูกพรุน ซึ่งเสี่ยงต่อการเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมได้นั้น ก็ไม่ควรปล่อยให้ร่างกายขาดแคลนคอลลาเจนไทพ์ทูเช่นกัน ซึ่งเราสามารถเติมคอลลาเจนไทพ์ทู ได้ด้วยการกินอาหาร ดังนี้</p>
<h3>อาหารจำพวกเนื้อสัตว์ ปลาทะเลน้ำลึก ผักผลไม้บางชนิด</h3>
<p>อาหารจำพวกเนื้อสัตว์ ปลาทะเลน้ำลึก เช่น ปลาแซลมอน ปลาทูน่า ปลาทู สาหร่ายทะเล เห็ดบางชนิด ผักผลไม้บางชนิด เช่น ผักโขม ผักปวยเล้ง คะน้า บรอกโคลี เป็นต้น</p>
<h3>ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมคอลลาเจน</h3>
<p>สำหรับใครที่คิดว่าอาหารที่รับประทานอาจยังให้ปริมาณคอลลาเจนไทพ์ทูไม่เพียงพอ สามารถรับประทานผลิตภัณฑ์อาหารเสริมคอลลาเจนบำรุงกระดูก ที่มีคอลลาเจนไทพ์ทูเป็นส่วนประกอบหลัก และมีสารสกัดที่ช่วยบำรุงกระดูกและข้อได้ด้วย</p>
<h2>สารสกัดอื่น ๆ ที่ช่วยบำรุงกระดูกและข้อมีอะไรอีกบ้าง</h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ใครที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์อาหารเสริม</span><span style="font-weight: 400;">คอลลาเจนบำรุงกระดูก</span> <span style="font-weight: 400;">สามารถเลือกรับประทานผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารสกัดต่าง ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลรักษากระดูกและข้อ โดยมีสารสกัดที่จะขอแนะนำ ดังนี้</span>านสารอนุมูลอิสระ</p>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;">สารสกัดจากขมิ้นชัน มีสารกลุ่มเคอร์คิวมินอยด์ (Curcuminoids) ที่มีคุณสมบัติช่วยต้านการอักเสบและต่อต้านสารอนุมูลอิสระ</span></li>
<li>วิตามินเอ เป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตและการพัฒนาของกระดูกที่ดี</li>
<li>วิตามินซี เป็นสารอาหารที่มีสรรพคุณในการต้านอนุมูลอิสระ ทั้งยังมีส่วนช่วยในกระบวนการผลิตคอลลาเจน</li>
<li>วิตามินดี เป็นสารอาหารที่ช่วยเสริมสร้างให้กระดูกมีสุขภาพดีและแข็งแรงอยู่เสมอ</li>
<li>วิตามินอี เป็นสารอาหารที่มีส่วนช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระและการอักเสบของข้อต่อ</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับใครที่ต้องการ</span><a href="https://vistra.co.th/collagentype2/"><span style="font-weight: 400;">บำรุงกระดูกและข้อ</span></a><span style="font-weight: 400;">ต่าง ๆ ให้คอลลาเจนไทพ์ทู เป็นทางเลือกใหม่ในการช่วยดูแลกระดูกและข้อของคุณ</span></p>
<p>แหล่งที่มา:</p>
<ol>
<li>โรคข้อเสื่อม. สืบค้นเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2565 จาก <a href="https://www.bumrungrad.com/th/conditions/osteoarthritis#:~:text=โรคข้อกระดูกอ่อนเสื่อม,การเกิดภาวะเสื่อมของ">https://www.bumrungrad.com/th/conditions/osteoarthritis#:~:text=โรคข้อกระดูกอ่อนเสื่อม,การเกิดภาวะเสื่อมของ</a></li>
<li>โรคข้อเสื่อม. สืบค้นเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2565 จาก <a href="http://med.swu.ac.th/msmc/opd_ortho/index.php/using-joomla/extensions/components/content-component/article-categories/159-activity3">http://med.swu.ac.th/msmc/opd_ortho/index.php/using-joomla/extensions/components/content-component/article-categories/159-activity3</a></li>
<li>โรคข้อเสื่อม คือ อะไร ?. สืบค้นเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2565 จาก <a href="https://www.synphaet.co.th/โรคข้อเสื่อม-คือ-อะไร/">https://www.synphaet.co.th/โรคข้อเสื่อม-คือ-อะไร/</a></li>
<li>คอลลาเจนไทพ์ทู ( Collagen Type II ) มีประโยชน์อย่างไร. สืบค้นเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2565 จาก <a href="http://cmi.nfe.go.th/lib/Lib_Sansai/?name=knowledge&amp;file=readknowledge&amp;id=111#:~:text=คอลลาเจนไทพ์%202%20หาได้จาก,อคโคลี%20เป็นต้น">http://cmi.nfe.go.th/lib/Lib_Sansai/?name=knowledge&amp;file=readknowledge&amp;id=111#:~:text=คอลลาเจนไทพ์%202%20หาได้จาก,อคโคลี%20เป็นต้น</a></li>
<li>คอลลาเจนไทพ์ทู (Collagen Type II) ทางเลือกใหม่ไขปัญหาข้อเสื่อม. สืบค้นเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2565 จาก <a href="https://www.pobpad.com/คอลลาเจนไทพ์ทู-collagen-type-ii-ทางเลื">https://www.pobpad.com/คอลลาเจนไทพ์ทู-collagen-type-ii-ทางเลื</a></li>
</ol>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.vistra.co.th/tips-for-bone-and-joint-health-care/tips-nourish-bones-and-joints-with-collagen-type-two/">ไขข้อสงสัย? กินคอลลาเจนไทพ์ทู ช่วยบำรุงกระดูกและข้อจริงไหม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.vistra.co.th">VISTRA</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.vistra.co.th/tips-for-bone-and-joint-health-care/tips-nourish-bones-and-joints-with-collagen-type-two/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>2627</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“รู้ทันพร้อมรับมือ โรคข้อเข่าเสื่อม”</title>
		<link>https://www.vistra.co.th/tips-for-bone-and-joint-health-care/%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad-%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%82/</link>
					<comments>https://www.vistra.co.th/tips-for-bone-and-joint-health-care/%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad-%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%82/#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 17 Sep 2021 09:39:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เคล็ดลับดูแลสุขภาพกระดูกและข้อ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://vistra.co.th/?p=3700</guid>

					<description><![CDATA[<p>                       โรคข้อเสื่อม (Osteoarthritis) เป [...]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.vistra.co.th/tips-for-bone-and-joint-health-care/%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad-%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%82/">“รู้ทันพร้อมรับมือ โรคข้อเข่าเสื่อม”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.vistra.co.th">VISTRA</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" class="size-full wp-image-3701 aligncenter" src="https://vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/VISTRA_FB-Collagen-TypeII_2-ปก.jpg" alt="" width="1000" height="667" srcset="https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/VISTRA_FB-Collagen-TypeII_2-ปก.jpg 1000w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/VISTRA_FB-Collagen-TypeII_2-ปก-510x340.jpg 510w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/VISTRA_FB-Collagen-TypeII_2-ปก-300x200.jpg 300w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/VISTRA_FB-Collagen-TypeII_2-ปก-768x512.jpg 768w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/VISTRA_FB-Collagen-TypeII_2-ปก-219x146.jpg 219w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/VISTRA_FB-Collagen-TypeII_2-ปก-50x33.jpg 50w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/VISTRA_FB-Collagen-TypeII_2-ปก-112x75.jpg 112w" sizes="(max-width: 1000px) 100vw, 1000px" /></p>
<p><span style="color: #800080;"><strong>                       โรคข้อเสื่อม (</strong><strong>Osteoarthritis)</strong></span> เป็นโรคที่เกิดจากความเสื่อมของกระดูกอ่อน (Cartilage) บริเวณผิวข้อ ทั้งทางด้านรูปร่างและโครงสร้าง ส่งผลให้กระดูกอ่อนบางลงจนทำให้เกิดการเสียดสีกันของกระดูก เป็นโรคที่พบมากในวัยกลางคนและผู้สูงอายุซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้ที่มีภาวะข้อเข่าเสื่อมมากๆจะมีอาการปวดข้อ ข้อเข่าผิดรูป ข้อฝืด หรือข้อติด เดินได้ไม่ปกติ การทำกิจประจำวันต่างๆ ทำได้ไม่สะดวกส่งผลให้เกิดความทุกข์ทรมานทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ดังนั้นการดูแลสุขภาพข้อเข่าจึงมีความสำคัญเป็นอย่างมาก วันนี้วิสทร้ามีสาระดีเกี่ยวกับโรคข้อเข่าเสื่อมมาฝาก รวมถึงสารอาหารต่างๆที่ช่วยในการดูแลสุขภาพข้อ แต่ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับโรคข้อเข่าเสื่อมกันก่อน มีอะไรบ้างตามไปดูกันเล้ย…</p>
<p><span style="color: #800080;"><strong>โรคข้อเข่าเสื่อมสามารถแบ่งออกได้เป็น </strong><strong>5</strong><strong> ระยะ สรุปได้ดังนี้</strong></span></p>
<p><span style="color: #800080;"><strong>                       </strong></span><strong>· <span style="color: #000000;">ระยะ0 หรือระยะก่อนเกิดโรคข้อเข่าเสื่อม (Stage 0 : Normal)</span></strong> เป็นระยะที่กำหนดให้ข้อเข่าปกติแข็งแรง อาจมีความเสียหายเริ่มเกิดขึ้นในระดับเซลล์ แต่ยังไม่มีอาการหรืออาการแสดงทางคลินิกที่บ่งชี้ว่าเป็นอาการเสื่อมของข้อ</p>
<p><span style="color: #800080;"><strong>                       </strong></span><strong><span style="color: #000000;">· ระยะ 1 (Stage1 : Minor)</span></strong> มีการเริ่มสูญเสียกระดูกอ่อนบางส่วนระหว่างข้อต่อประมาณ 10% ช่องว่างระหว่างข้อต่อยังไม่เล็กลง มักจะไม่พบความเจ็บปวดหรือความรู้สึกไม่สบายใดๆ อันเป็นผลมาจากการสึกหรอเพียงเล็กน้อยบนส่วนประกอบของข้อต่อ</p>
<p><span style="color: #800080;"><strong>                     <span style="color: #000000;">  </span></strong></span><span style="color: #000000;"><strong>·  ระยะที่ 2 (Stage 2 : Mild)</strong> </span>การเสื่อมของข้อเข่าถือเป็นระยะที่ไม่รุนแรง กระดูกอ่อนเริ่มแตก ข้อต่อแคบลง มีการเกิดกระดูกพรุน แต่ยังดูเป็นปกติของเหลวไขข้อจะยังคงมีอยู่ในระดับที่เพียงพอสำหรับการเคลื่อนไหวของข้อต่อตามปกติ</p>
<p><strong><span style="color: #800080;">                       <span style="color: #000000;"> </span></span><span style="color: #000000;">· ระยะที่ 3 (Stage 3 : Moderate)</span></strong> จัดเป็นระยะการเสื่อมของข้อระดับปานกลาง ในระยะนี้ กระดูกอ่อนระหว่างกระดูกแสดงความเสียหายอย่างชัดเจน และช่องว่างระหว่างกระดูกเริ่มแคบลง ผู้ที่เป็นโรคข้อเข่าเสื่อมระยะที่ 3 มักมีอาการปวดบ่อยครั้งเมื่อเดิน วิ่ง งอขา หรือคุกเข่า อาจมีอาการตึงตามข้อหลังจากนั่งเป็นเวลานานหรือเมื่อตื่นนอนตอนเช้า มีอาการบวมตามข้อหลังจากการเคลื่อนไหวเป็นเวลานานด้วยเช่นกัน</p>
<p><strong><span style="color: #800080;">                       </span><span style="color: #000000;">· ระยะที่ 4 (Stage 4 : Severe)</span></strong> ถือเป็นการเสื่อมของข้อระดับรุนแรง ผู้ที่อยู่ในระยะนี้จะรู้สึกเจ็บปวดและไม่สบายอย่างมากเมื่อเดินหรือขยับข้อ นั่นเป็นเพราะช่องว่างระหว่างกระดูกลดลงอย่างมาก กระดูกอ่อนหายไปเกือบทั้งหมด ทำให้ข้อต่อแข็งและอาจขยับไม่ได้ ของเหลวบริเวณไขข้อลดลงอย่างมาก และไม่ช่วยลดแรงเสียดทานระหว่างส่วนที่เคลื่อนไหวของข้อต่ออีกต่อไป</p>
<p><img decoding="async" class="size-full wp-image-3702 aligncenter" src="https://vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/รูป1-Stages-of-Knee-Osteoarthritis-1024x571-1.png" alt="" width="1024" height="571" srcset="https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/รูป1-Stages-of-Knee-Osteoarthritis-1024x571-1.png 1024w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/รูป1-Stages-of-Knee-Osteoarthritis-1024x571-1-510x284.png 510w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/รูป1-Stages-of-Knee-Osteoarthritis-1024x571-1-300x167.png 300w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/รูป1-Stages-of-Knee-Osteoarthritis-1024x571-1-768x428.png 768w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/รูป1-Stages-of-Knee-Osteoarthritis-1024x571-1-260x146.png 260w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/รูป1-Stages-of-Knee-Osteoarthritis-1024x571-1-50x28.png 50w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/รูป1-Stages-of-Knee-Osteoarthritis-1024x571-1-135x75.png 135w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><strong> <span style="color: #800080;">                       ปัจจัยที่ทำให้เกิดข้อเข่าเสื่อม</span></strong></p>
<ol>
<li><strong><strong><span style="color: #000000;">การใช้ข้อเข่าบ่อยๆ</span> </strong></strong>เช่น การนั่งไขว่ห้างเป็นประจำ ผู้ที่นั่งยองๆ นั่งขัดขัดสมาธิ หรือนั่งพับเพียบนานๆจะพบข้อเข่าเสื่อมเร็วกว่าปกติ<img decoding="async" class="aligncenter wp-image-3724 size-medium" src="https://vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/รูป2-การนั่งไขว่ห้าง-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" srcset="https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/รูป2-การนั่งไขว่ห้าง-300x300.jpg 300w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/รูป2-การนั่งไขว่ห้าง-247x247.jpg 247w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/รูป2-การนั่งไขว่ห้าง-100x100.jpg 100w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/รูป2-การนั่งไขว่ห้าง-510x510.jpg 510w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/รูป2-การนั่งไขว่ห้าง-1024x1024.jpg 1024w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/รูป2-การนั่งไขว่ห้าง-150x150.jpg 150w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/รูป2-การนั่งไขว่ห้าง-768x768.jpg 768w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/รูป2-การนั่งไขว่ห้าง-146x146.jpg 146w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/รูป2-การนั่งไขว่ห้าง-50x50.jpg 50w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/รูป2-การนั่งไขว่ห้าง-75x75.jpg 75w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/รูป2-การนั่งไขว่ห้าง-85x85.jpg 85w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/รูป2-การนั่งไขว่ห้าง-80x80.jpg 80w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/รูป2-การนั่งไขว่ห้าง-640x640.jpg 640w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/รูป2-การนั่งไขว่ห้าง.jpg 1040w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></li>
<li><span style="color: #000000;"><strong><strong>การออกกำลังกาย</strong> ที่ต้องมีการใช้ข้อ </strong></span>เช่น การวิ่ง บาสเก็ตบอล วอลเล่บอล เป็นต้น หรือผู้ที่ได้รับบาดเจ็บบริเวณข้อเข่า ผู้ที่ได้รับอุบัติเหตุที่ข้อเข่าไม่ว่าจะกระดูกข้อเข่าแตกหรือเอ็นฉีกก็จะเกิดข้อเข่าเสื่อมได้ ขณะเดียวกัน ผู้ที่ไม่ค่อยออกกำลังกาย และได้รับแคลเซียมไม่เพียงพอจะทำให้ข้อเข่าเสื่อมได้เร็วกว่าปกติอีกด้วย<img decoding="async" class="aligncenter wp-image-3725 size-medium" src="https://vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/รูป3-การออกกำลังกายโดยใช้ข้อ-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" srcset="https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/รูป3-การออกกำลังกายโดยใช้ข้อ-300x300.jpg 300w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/รูป3-การออกกำลังกายโดยใช้ข้อ-247x247.jpg 247w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/รูป3-การออกกำลังกายโดยใช้ข้อ-100x100.jpg 100w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/รูป3-การออกกำลังกายโดยใช้ข้อ-510x510.jpg 510w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/รูป3-การออกกำลังกายโดยใช้ข้อ-1024x1024.jpg 1024w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/รูป3-การออกกำลังกายโดยใช้ข้อ-150x150.jpg 150w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/รูป3-การออกกำลังกายโดยใช้ข้อ-768x768.jpg 768w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/รูป3-การออกกำลังกายโดยใช้ข้อ-146x146.jpg 146w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/รูป3-การออกกำลังกายโดยใช้ข้อ-50x50.jpg 50w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/รูป3-การออกกำลังกายโดยใช้ข้อ-75x75.jpg 75w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/รูป3-การออกกำลังกายโดยใช้ข้อ-85x85.jpg 85w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/รูป3-การออกกำลังกายโดยใช้ข้อ-80x80.jpg 80w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/รูป3-การออกกำลังกายโดยใช้ข้อ-640x640.jpg 640w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/รูป3-การออกกำลังกายโดยใช้ข้อ.jpg 1040w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></li>
</ol>
<ol start="3">
<li><span style="color: #000000;"><strong> น้ำหนักตัว</strong></span> การมีน้ำหนักตัวมากจะทำให้ข้อเข่าเสื่อมเร็ว เนื่องจากข้อเข่ามีการแบกรับน้ำหนักตัวไว้และเกิดแรงกดทับบริเวณข้อ<img decoding="async" class="aligncenter wp-image-3722 size-medium" src="https://vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/รูป4-น้ำหนักตัวที่มากเกินไป-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" srcset="https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/รูป4-น้ำหนักตัวที่มากเกินไป-300x300.jpg 300w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/รูป4-น้ำหนักตัวที่มากเกินไป-247x247.jpg 247w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/รูป4-น้ำหนักตัวที่มากเกินไป-100x100.jpg 100w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/รูป4-น้ำหนักตัวที่มากเกินไป-510x510.jpg 510w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/รูป4-น้ำหนักตัวที่มากเกินไป-1024x1024.jpg 1024w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/รูป4-น้ำหนักตัวที่มากเกินไป-150x150.jpg 150w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/รูป4-น้ำหนักตัวที่มากเกินไป-768x768.jpg 768w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/รูป4-น้ำหนักตัวที่มากเกินไป-146x146.jpg 146w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/รูป4-น้ำหนักตัวที่มากเกินไป-50x50.jpg 50w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/รูป4-น้ำหนักตัวที่มากเกินไป-75x75.jpg 75w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/รูป4-น้ำหนักตัวที่มากเกินไป-85x85.jpg 85w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/รูป4-น้ำหนักตัวที่มากเกินไป-80x80.jpg 80w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/รูป4-น้ำหนักตัวที่มากเกินไป-640x640.jpg 640w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/รูป4-น้ำหนักตัวที่มากเกินไป.jpg 1040w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></li>
</ol>
<ol start="4">
<li><strong><span style="color: #000000;">อายุ และเพศ</span> </strong>ผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป เพิ่มขึ้นมีโอกาสเกิดโรคข้อเข่าเสื่อมได้มาก เนื่องจากอายุการใช้งานของข้อที่ยาวนาน โดยเฉพาะเพศหญิงจะเป็นโรคเข่าเสื่อมมากกว่าผู้ชาย 2 เท่า โดยเฉพาะวัยหมดประจำเดือน ที่มีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเพศหญิง<img decoding="async" class="aligncenter wp-image-3723 size-medium" src="https://vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/รูป5-อายุมากกว่า-40-ปีขึ้นไป-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" srcset="https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/รูป5-อายุมากกว่า-40-ปีขึ้นไป-300x300.jpg 300w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/รูป5-อายุมากกว่า-40-ปีขึ้นไป-247x247.jpg 247w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/รูป5-อายุมากกว่า-40-ปีขึ้นไป-100x100.jpg 100w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/รูป5-อายุมากกว่า-40-ปีขึ้นไป-510x510.jpg 510w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/รูป5-อายุมากกว่า-40-ปีขึ้นไป-1024x1024.jpg 1024w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/รูป5-อายุมากกว่า-40-ปีขึ้นไป-150x150.jpg 150w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/รูป5-อายุมากกว่า-40-ปีขึ้นไป-768x768.jpg 768w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/รูป5-อายุมากกว่า-40-ปีขึ้นไป-146x146.jpg 146w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/รูป5-อายุมากกว่า-40-ปีขึ้นไป-50x50.jpg 50w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/รูป5-อายุมากกว่า-40-ปีขึ้นไป-75x75.jpg 75w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/รูป5-อายุมากกว่า-40-ปีขึ้นไป-85x85.jpg 85w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/รูป5-อายุมากกว่า-40-ปีขึ้นไป-80x80.jpg 80w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/รูป5-อายุมากกว่า-40-ปีขึ้นไป-640x640.jpg 640w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/รูป5-อายุมากกว่า-40-ปีขึ้นไป.jpg 1040w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></li>
</ol>
<p><span style="color: #000000;"><strong>อาการของโรคข้อเข่าเสื่อม</strong></span></p>
<ul>
<li><span style="color: #000000;"><strong> อาการปวดเข่า</strong></span> เป็นอาการที่สำคัญเริ่มแรกจะปวดเมื่อยตึงทั้งด้านหน้าและด้านหลังของเข่า หรือบริเวณน่อง เมื่อเป็นมากขึ้นจะปวดบริเวณเข่าเมื่อมีการเคลื่อนไหว ลุกนั่งหรือเดินขึ้นบันไดไม่คล่องเหมือนเดิม</li>
<li><span style="color: #000000;"><strong> มีเสียงในข้อ</strong></span> เมื่อเคลื่อนไหวผู้ป่วยจะรู้สึกมีเสียงในข้อและปวดเข่า</li>
<li><span style="color: #000000;"><strong> อาการบวม</strong></span> ถ้าข้อมีการอักเสบก็จะเกิดข้อบวม</li>
<li><span style="color: #000000;"><strong> ข้อเข่าโก่งงอ</strong> </span>อาจจะโก่งด้านนอกหรือโก่งด้านใน ทำให้ขาสั้นลง เดินลำบากและมีอาการปวดเวลาเดิน</li>
<li><span style="color: #000000;"><strong> ข้อเข่ายึดติด </strong></span>ผู้ป่วยจะไม่สามารถเหยียดหรืองอขาได้สุดเหมือนเดิมเนื่องจากมีการยึดติดภายในข้อ</li>
</ul>
<p><span style="color: #800080;"><strong><u>ดูแลสุขภาพข้อเข่าด้วย</u></strong><strong><u> Collagen Type ll (</u></strong><u>UC-II®<strong>)</strong></u></span></p>
<p><strong>              </strong><span style="color: #000000;"><a href="https://vistra.co.th/collagentype2/"><strong>คอลลาเจน ไทพ์ทู (</strong></a><strong>Collagen Type ll) </strong></span>คือ คอลลาเจนชนิดที่ 2 ชนิดเดียวกันกับที่พบในเซลล์กระดูกอ่อนบริเวณข้อ แตกต่างจากคอลลาเจนที่พบในเซลล์ผิวหนังที่เป็นคอลลาเจนชนิดที่ 1 และ 3 (Collagen Type 1 and Collagen Type 3) คอลลาเจนไทพ์ทู นี้มีหน้าที่รองรับน้ำหนักและให้ความแข็งแรงกับข้อต่อในขณะที่มีการเคลื่อนไหว ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของส่วนประกอบที่อยู่ในข้อ โดยกระตุ้นให้มีการสังเคราะห์เซลล์ใหม่เพิ่มขึ้น ช่วยเพิ่มระดับกรดไฮยาลูโรนิค (Hyaluronic acid) ซึ่งเป็นส่วนประกอบของน้ำหล่อเลี้ยงในข้อ และยังยับยั้งการหลั่งเอนไซม์ที่ย่อยทำลายกระดูกอ่อนบริเวณข้อ จึงช่วยลดอาการปวดข้อและข้อยึดได้ ทำให้การเคลื่อนไหวของร่างกายดีขึ้น</p>
<p><span style="color: #800080;"><strong>คอลลาเจนไทพ์ทูที่มีจำหน่ายในปัจจุบัน </strong></span>แบ่งได้ 2 ประเภท ได้แก่</p>
<ol>
<li><span style="color: #000000;"><strong> Denatured Collagen Type II</strong></span><br />
ดีเนเจอร์คอลลาเจนไทพ์ทู หรือไฮโดรไลซ์คอลลาเจนชนิดที่ 2 (Hydrolyzed Collagen Type ll) เป็นคอลลาเจนที่ผลิตโดยผ่านกระบวนการย่อยด้วยเอนไซม์และใช้อุณหภูมิสูงจึงทำให้มีโครงสร้างที่เล็กลง ไม่สมบูรณ์แบบเหมือนที่มีในร่างกาย (ไม่เป็น Triple Helix Structure)</li>
<li><span style="color: #000000;"><strong> Undenatured Collagen Type II (UC-II®)</strong></span></li>
</ol>
<p>อันดีเนเจอร์ คอลลาเจนไทพ์ทู (Undenatured Collagen Type II) หรือ UC-II® คือ คอลาเจนชนิดที่ 2 เป็นคอลลาเจนเข้มข้นจากธรรมชาติ มีคอลลาเจนชนิดที่ 2 ที่ไม่ถูกทำลายถึง 25% เป็นนวัตกรรมเฉพาะที่ผลิตภายใต้อุณหภูมิต่ำ และไม่ใช้เอนไซม์ในกระบวนการสกัด เพื่อคงโครงสร้างคอลลาเจนที่สมบูรณ์ใกล้เคียงกับCollagen Type II ที่มีในร่างกาย (เป็นแบบ Triple Helix Structure)</p>
<ul>
<li>จากการศึกษาทางคลินิกของ Clowlay et al., 2009 พบว่า การรับประทาน UC-II® เพียง 40 มก. มีประสิทธิภาพมากกว่าสองเท่า เมื่อเทียบกับ<span style="color: #ff9900;">การรับประทานกลูโคซามีน 1,500 มก. ร่วมกับคอนดรอยติน 1,200 มก ในการดูแลสุขภาพข้อ</span> การวิจัยทางคลินิกใช้การทดลองแบบสุ่มและDouble-blind โดยทดสอบในผู้ป่วยที่เป็นโรคข้อเข่าเสื่อม 52 ราย พบว่า UC-II® ลดอาการปวดข้อ และความรู้สึกไม่สบายและการเคลื่อนไหวลำบาก ลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญและลดอาการต่างๆได้ดีกว่าการรับประทานกลูโคซามีนร่วมกับคอนดรอยติน ในการทดลองนี้ใช้เครื่องมือในการประเมินWOMAC, VAS และ Lequesne functional index.</li>
<li>คะแนน WOMAC ลดลง 33% เมื่อเทียบกับการรับประทานกลูโคซามีน+คอนดรอยติน14%</li>
<li>คะแนน VAS ลดลง 40% เมื่อเทียบกับการรับประทานกลูโคซามีน+คอนดรอยติน15%</li>
<li>คะแนน Lequesne ลดลง 20% เมื่อเทียบกับการรับประทานกลูโคซามีน+คอนดรอยติน6%<img decoding="async" class="size-full wp-image-3713 aligncenter" src="https://vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/Screenshot_64.png" alt="" width="979" height="203" srcset="https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/Screenshot_64.png 979w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/Screenshot_64-510x106.png 510w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/Screenshot_64-300x62.png 300w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/Screenshot_64-768x159.png 768w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/Screenshot_64-260x54.png 260w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/Screenshot_64-50x10.png 50w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/Screenshot_64-150x31.png 150w" sizes="(max-width: 979px) 100vw, 979px" /></li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #800080;"><strong>                      </strong></span>UC-II ลดความเจ็บปวดลงอย่างมีนัยสำคัญระหว่างทำกิจกรรมประจำวันบางอย่าง เช่น เดินบนพื้นเรียบ ทำงานบ้านหนัก เดินขึ้นและลงบันได และขณะพักผ่อนบนเตียงเมื่อเปรียบเทียบกับการรับประทานกลูโคซามีนร่วมกับคอนดรอยติน</p>
<p><span style="color: #800080;"><strong>                      </strong></span>การศึกษาในมนุษย์ของ Bagchi D et al., 2002 ทำการศึกษาโดยให้ผู้หญิง 5 คนที่เป็นโรคข้อเข่าเสื่อม รับประทาน UC-II® 40 มก. ต่อวันเป็นเวลา 42 วัน พบว่า การรับประทาน UC-II® สามารถช่วยลดอาการปวดตึงในตอนเช้าและอาการฝืดเคืองติดขัดของข้อในช่วงเวลาพักผ่อน ความเจ็บปวดลดลงโดยเฉลี่ย 26% อย่างมีนัยสำคัญ</p>
<p><span style="color: #800080;"><strong><u>จบปัญหาปวดอักเสบของข้อด้วยสารสกัดจากขมิ้นชัน </u></strong></span></p>
<p><span style="color: #800080;"><strong>                      </strong></span>ขมิ้นชัน (Curcuma longa L.) เป็นยาสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติ ตั้งแต่พ.ศ. 2555 ในกลุ่มยารักษากลุ่มอาการระบบทางเดินอาหาร สรรพคุณขับลม บรรเทาอาการท้องอืดท้องเฟ้อ แต่ในปัจจุบันมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ทั้งในสัตว์ทดลองและทางคลินิกที่ระบุว่า <span style="color: #ff9900;">ขมิ้นชันมีฤทธิ์บรรเทาอาการอักเสบของข้อในผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อม (Knee Osteoporosis) โดยให้ผลดีใกล้เคียงกับการใช้ยาแผนปัจจุบัน</span> จึงทำให้ขมิ้นชันจัดอยู่ในรายการยาเพิ่มเติมที่จะผลักดันสู่บัญชียาที่พัฒนาจากสมุนไพรในกลุ่มยารักษาอาการทางกล้ามเนื้อและกระดูก</p>
<p><strong><img decoding="async" class="size-full wp-image-3714 aligncenter" src="https://vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/Screenshot_65.png" alt="" width="541" height="315" srcset="https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/Screenshot_65.png 541w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/Screenshot_65-510x297.png 510w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/Screenshot_65-300x175.png 300w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/Screenshot_65-251x146.png 251w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/Screenshot_65-50x29.png 50w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/Screenshot_65-129x75.png 129w" sizes="(max-width: 541px) 100vw, 541px" /></strong><span style="color: #ff9900;"><span style="color: #800080;"><strong>                      </strong></span>ขมิ้นชัน มีสารสำคัญในกลุ่มเคอร์คูมินอยด์ (curcuminoids) มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ โดยยับยั้งเอนไซม์และสารที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการอักเสบหลายชนิด</span> เช่น cyclooxygense-2, leukotrines, thromboxane, prostaglandins, nitric oxide, collagenase, elastase, hyaluronidase, monocyte chemoattractant protein-1, interferon-inducible protein, tumor necrosis factor (2-12) และมีความเป็นพิษต่ำ จึงถูกนามาพัฒนาใช้เป็นทางเลือกในการบรรเทาอาการข้ออักเสบผู้ป่วยที่มีภาวะข้อเข่าเสื่อมหรือข้อเข่าอักเสบ<strong><br />
</strong></p>
<p><strong><span style="color: #800080;">งานวิจัยทางคลินิกของขมิ้นชัน ที่เกี่ยวข้องในการรักษาอาการข้อเข่าเสื่อม (</span></strong><span style="color: #800080;"><strong>Clinical Study )</strong></span></p>
<ol>
<li>การศึกษาของ Panahi Y et al., 2014 เกี่ยวกับประสิทธิผลของขมิ้นชันในผู้ป่วยที่ข้อเข่าเสื่อมระดับอ่อน-ปานกลาง ให้รับประทานสารเคอร์คูมินอยด์ (Curcuminoids) จากขมิ้นชัน ขนาด 500 มก. วันละ 3 ครั้ง (1500 mg./วัน) นาน 6 สัปดาห์ จากนั้นประเมินอาการและความรุนแรงของโรคข้อเข่าเสื่อมโดยใช้ WOMAC ประเมินระดับความเจ็บปวดด้วย VAS และ Lequesne’s pain functional index (LPFI) พบว่าผู้ป่วยกลุ่มที่ได้รับเคอร์คูมินอยด์มีค่าเฉลี่ยของ WOMAC, VAS และ LPFI ต่ำกว่ากลุ่มที่ได้รับยาหลอก เคอร์คูมินอยด์สามารถบรรเทาอาการปวดและปรับปรุงสมรรถภาพทางกายของผู้ป่วยได้อย่างมีนัยยะสำคัญ<img decoding="async" class="size-full wp-image-3716 aligncenter" src="https://vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/Screenshot_66.png" alt="" width="1020" height="463" srcset="https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/Screenshot_66.png 1020w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/Screenshot_66-510x232.png 510w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/Screenshot_66-300x136.png 300w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/Screenshot_66-768x349.png 768w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/Screenshot_66-260x118.png 260w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/Screenshot_66-50x23.png 50w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/Screenshot_66-150x68.png 150w" sizes="(max-width: 1020px) 100vw, 1020px" /></li>
<li>การศึกษาของ Shep D et al., 2019 เกี่ยวกับประสิทธิผลและความปลอดภัยของขมิ้นชันเปรียบเทียบกับยาไดโคฟีแนค มีการศึกษาในผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมที่มีผลข้างเคียงจากการใช้ยา NSAIDs ศึกษาในผู้ป่วยจำนวน 139 คนสุ่ม<strong>ไ<span style="color: #000000;">ด้รับยาขมิ้นชัน</span></strong><span style="color: #000000;"><strong> 500 mg รับประทานวันละ 3 ครั้ง(1500 mg/วัน) </strong></span>หรือได้รับไดโคฟีแนคขนาด 50 mg. 2 ครั้งเป็นระยะเวลา 28 วันมีการติดตามทุกวันที่ 7, 14, 28 พบว่า<span style="color: #000000;"><strong> กลุ่มที่ได้รับขมิ้นชันมีความปวดลดลงลงไม่แตกต่างจากการใช้ยาไดโคลฟีแนคและลดอาการท้องอืดซึ่ง เป็นผลจากการใช้ยาไดโคลฟีแนคได้</strong></span>การศึกษาของ Panahi Y et al., 2014 เกี่ยวกับประสิทธิผลของขมิ้นชันในผู้ป่วยที่ข้อเข่าเสื่อมระดับอ่อน-ปานกลาง ให้รับประทานสารเคอร์คูมินอยด์ (Curcuminoids) จากขมิ้นชัน ขนาด 500 มก. วันละ 3 ครั้ง (1500 mg./วัน) นาน 6 สัปดาห์ จากนั้นประเมินอาการและความรุนแรงของโรคข้อเข่าเสื่อมโดยใช้ WOMAC ประเมินระดับความเจ็บปวดด้วย VAS และ Lequesne’s pain functional index (LPFI) พบว่าผู้ป่วยกลุ่มที่ได้รับเคอร์คูมินอยด์มีค่าเฉลี่ยของ WOMAC, VAS และ LPFI ต่ำกว่ากลุ่มที่ได้รับยาหลอก เคอร์คูมินอยด์สามารถบรรเทาอาการปวดและปรับปรุงสมรรถภาพทางกายของผู้ป่วยได้อย่างมีนัยยะสำคัญ<img decoding="async" class="size-full wp-image-3717 aligncenter" src="https://vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/Screenshot_67.png" alt="" width="671" height="637" srcset="https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/Screenshot_67.png 671w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/Screenshot_67-510x484.png 510w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/Screenshot_67-300x285.png 300w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/Screenshot_67-154x146.png 154w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/Screenshot_67-50x47.png 50w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2021/09/Screenshot_67-79x75.png 79w" sizes="(max-width: 671px) 100vw, 671px" /></li>
</ol>
<ol start="3">
<li>การศึกษาของ Kuptniratsaikul V et al., 2014 “Efficacy and Safe of <em>Curcuma Domestica</em> extracts compared with ibuprofen in patients with knee osteoarthritis: a multicenter study” เกี่ยวกับประสิทธิภาพของสารสกัดจากขมิ้นชันเปรียบเทียบกับไอบูโปรเฟนในผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อม จากการศึกษาผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อม 367 คน <span style="color: #000000;"><strong>กลุ่มที่</strong><strong> 1 ได้รับสารสกัดขมิ้นชัน 1,500 มิลลิกรัม/วัน กลุ่มที่ 2 จำนวน 182 คน ได้รับยาไอบูโปรเฟน 1200 มิลลิกรัม/วัน เป็นระยะเวลา 4 สัปดาห์</strong></span> วัดผลโดยค่า WOMAC score และ Adverse event ผลการทดลองพบว่ากลุ่มที่ได้รับสารสกัดจากขมิ้นชันมีค่า WOMAC score ที่สัปดาห์ที่ 0, 2, 4 ลดลงอย่างมีนัยสำคัญและให้ผลไม่แตกต่างจากกลุ่มที่ได้รับยาไอบูโปรเฟน</li>
</ol>
<p>&nbsp;</p>
<p>จากรายงานการศึกษาทางคลินิคสามารถสรุปได้ว่า <span style="color: #ff6600;">ขมิ้นชันมีส่วนช่วยในการลดการอักเสบอันเนื่องมาจากข้อเข่าเสื่อมได้อย่างมีนัยยะสำคัญทางสถิติ มีความปลอดภัยสูง ไม่พบความเป็นพิษของขมิ้นชัน มีแนวโน้มที่ดีที่จะนำไปใช้ในการรักษาอาการข้อเข่าเสื่อม ทั้งให้ประสิทธิผลใกล้เคียงกับการใช้ยาแก้ปวดและยาต้านอักเสบแผนปัจจุบัน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #000000;"><strong><u>สารอาหารอื่นๆที่ช่วยดูแลสุขภาพข้อ</u></strong></span></p>
<ol>
<li><span style="color: #000000;"><strong>วิตามินซี </strong></span></li>
</ol>
<p>วิตามินซีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่สามารถลดการอักเสบและปวดข้อได้ด้วยการต่อต้านอนุมูลอิสระและขับออกจากร่างกาย นอกจากนี้ยังช่วยปกป้องเนื้อเยื่อเกี่ยวพันรอบข้อต่อโดยส่งเสริมการผลิตคอลลาเจน ซึ่งเป็นโปรตีนหลักในข้อต่อและเนื้อเยื่อกระดูก</p>
<ol start="2">
<li><span style="color: #000000;"><strong>วิตามินอี</strong></span></li>
</ol>
<p>วิตามินอี ช่วยป้องกันหรือรักษาโรคข้อเข่าเสื่อมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและสารที่ช่วยนการต้านการอักเสบจากการศึกษาพรีคลินิกและในมนุษย์ การศึกษาในเซลล์พบว่าวิตามินอีช่วยลดความเครียดจากปฏิกิริยาออกซิเดชันในเนื้อเยื่อกระดูกอ่อนหรือการเพาะเลี้ยงเซลล์ถุงอัณฑะที่เกิดจากความเครียดทางกลหรืออนุมูลอิสระ การศึกษาในสัตว์ทดลองชี้ให้เห็นว่าการรักษาด้วยวิตามินอีช่วยป้องกันการเสื่อมสภาพของกระดูกอ่อนและปรับปรุงสถานะออกซิเดชันในสัตว์จำลองที่มีปัญหาข้อเข่าโรคข้อเข่าเสื่อม ในผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อมของมนุษย์ พบว่ามีปริมาณวิตามินอีหมุนเวียนในไขข้อต่ำ เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุมที่มีสุขภาพดี การศึกษาเชิงสังเกตยังแสดงให้เห็นว่าวิตามินอีเกี่ยวข้องกับการเหนี่ยวนำของโรคข้อเข่าเสื่อมในประชากรทั่วไป การเสริมวิตามินอีอาจช่วยปรับปรุงผลลัพธ์ในผู้ป่วยโรคข้อเข่า โดยสรุปแล้ว วิตามินอีอาจชะลอการลุกลามของโรคข้อเข่าเสื่อมได้ด้วยการบรรเทาลดปฎิกิริยาoxidative stress และการอักเสบของข้อต่อ</p>
<ol start="3">
<li><span style="color: #000000;"><strong>วิตามินบี</strong><strong> 6 และบี 12</strong></span></li>
</ol>
<p>ในผู้ป่วยที่เป็นโรคข้อเข่าเสื่อม พบว่าระดับวิตามินบี 6 และบี 12 ลดลงกว่าระดับปกติอย่างมาก มีการศึกษพบว่า การรับประทานวิตามินบี6 และบี 12 จะช่วยดูแลระบบประสาท และอาจจะช่วยบรรเทาอาการปวดข้ออักเสบได้ แต่อย่างไรก็ตามการศึกษาเกี่ยวกับการลดการปวดอักเสบของข้อยังคงต้องได้รับการศึกวิจัยเพิ่มเติม</p>
<ol start="4">
<li><span style="color: #000000;"><strong>วิตามินดี </strong></span></li>
</ol>
<p>ผู้ป่วยที่เป็นโรคข้อเข่าเสื่อมจะมีความเสี่ยงในการเกิดโรคกระดูกพรุน การรับประทานวิตามินดีมีส่วนช่วยส่งเสริมการดูแลสุขภาพกระดูก ช่วยให้กระดูกแข็งแรงและลดความเสี่ยงของการเกิดโรคกระดูกพรุนได้</p>
<p>สำหรับใครที่มีปัญหา ข้อดังกร๊อบแกร๊บ ขณะเดินมีอาการเจ็บแปร๊บบริเวณหัวเข่า ข้อเข่าติดยืดขาได้ไม่สุด อาการเหล่านี้เป็นสัญญาณเตือนว่าคุณอาจจะกำลังเผชิญกับปัญหาข้อเข่าเสื่อม นอกจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต และการควบคุมน้ำหนักตัวแล้ว ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารกลุ่มคอลลาเจนไทพ์ทู (Collagen Type ll ) และสารสกัดจากขมิ้นชัน (Turmeric Extract) ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการดูแลสุขภาพข้อเข่าซึ่งจะช่วยเสริมสร้าง ซ่อมแซมกระดูกอ่อนบริเวณข้อและช่วยลดอาการอักเสบริเวณข้อได้ เพราะชีวิตดีเริ่มต้ที่สุขภาพ  อย่าให้ปัญหาข้อเสื่อม ทำชีวิตคุณสะดุด!!  ด้วยความห่วงใยจากVistra Collagen Type ll plus Turmeric Ecxtract</p>
<p><span style="color: #000000;"><strong>Reference</strong></span></p>
<ol>
<li>กนกพร อะทะวงษา. ขมิ้นชันกับโรคข้อเข่าเสื่อม (Knee Osteoporosis). สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล<strong>. </strong>1-6.</li>
<li>สำนักการแพทย์กรุงเทพมหานคร. โรคข้อเข่าเสื่อม <span style="color: #000000;"><strong>(</strong><strong>Osteoarthritis of the Knee</strong>)</span> [ออนไลน์]. (มปป.). เข้าถึงได้จาก http://www.msdbangkok.go.th/healthconnor_Osteoarthritis%20of%20the%20Knee.htm. (สืบค้นเมื่อ 18 สิงหาคม 2564).</li>
<li>Bagchi D, Misner B, Bagchi M, et al. Effects of orally administered undenatured type II collagen against arthritic inflammatory diseases: a mechanistic exploration. Int J Clin Pharm Res. 2002;22:101-110.</li>
<li>Carol Eutice. (2020)<strong>. </strong>The Effects of Vitamin C on Arthritis. Retrieved September 10, 2021, from https://www.verywellhealth.com/the-effects-of-vitamin-c-on-arthritis-190257.</li>
<li>Chin K. and Ima-Nirwana S. The Role of Vitamin E in Preventing and Treating Ostreoarthritis-A Review of the Current Evidence. Front Pharmacol. 2018; 9: 946.</li>
<li>Crowley DC, Lau FC, Sharma P, et al. Safety and efficacy of undenatured type II collagen in the treatment of osteoarthritis of the knee: a clinical trial. Int J Med Sci. 2009;6:312-321.</li>
<li>Kimberly Holland. (2021). Stages of Osteoartritis (OA) Of the Knee. Retrieved August 18, 2021, from https://www.healthline.com/health/osteoarthritis-stages-of-oa-of-the-knee<strong>.</strong></li>
<li>Kuptniratsaikul V et al., Efficacy and Safe of <em>Curcuma Domestica</em> extracts compared with ibuprofen in patients with knee osteoarthritis: a multicenter study. Clinical Interventions in Aging. 2014: 9.</li>
<li>Jenifer Warner. (2012). Low Vitamin B6 Linked to Inflammation. Retrieved September 13, 2021, from https://www.webmd.com/heart/news/20120619/low-vitamin-b6-linked-to-inflammation.</li>
<li>Jessica Brown. (2018). 6 Vitamins and Supplements for Inflammatory Arthritis That Doctors Approve. Retrieved September 13, 2021, from https://creakyjoints.org/alternative-medicine/vitamins-supplements-inflammatory-arthritis/.</li>
<li>Panahi Y, Rahimnia AR, Sharafi M, Alishiri G, Saburi A, Sahebkar A. Curcuminoid treatment for knee osteoarthritis: a randomized double-blind placebo-controlled trial. Phytother Res 2014;28(11):1625-31.</li>
<li>Performance Lab. (2009). Joint Pain and B12 Deficiency. Retrieved September 13, 2021, from https://www.performancelab.com/blogs/joint-support/joint-pain-and-b12-deficiency.</li>
<li>Shep D, Khanwelkar C et al., Safety and Efficacy of Curcumin versus Diclofenac in knee osteoarthritis : a randomized open-label pararallel-arm study. Shep et al. Trials (2019) 20:214.</li>
<li>Teach Me Surgery. (2021). Osteoarthritis. Retrieved August 18, 2021, from https://teachmesurgery.com/orthopaedic/principles/osteoarthritis/.</li>
</ol>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong> </strong></p>
<p><strong> </strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.vistra.co.th/tips-for-bone-and-joint-health-care/%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad-%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%82/">“รู้ทันพร้อมรับมือ โรคข้อเข่าเสื่อม”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.vistra.co.th">VISTRA</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.vistra.co.th/tips-for-bone-and-joint-health-care/%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad-%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%82/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>5</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เคล็ด (ไม่) ลับ วิธีดูแลกระดูกให้แข็งแรง</title>
		<link>https://www.vistra.co.th/tips-for-bone-and-joint-health-care/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%94-%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88-%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a-%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%a3/</link>
					<comments>https://www.vistra.co.th/tips-for-bone-and-joint-health-care/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%94-%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88-%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a-%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%a3/#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 15 Oct 2020 04:18:51 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เคล็ดลับดูแลสุขภาพกระดูกและข้อ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://vistra.co.th/?p=3582</guid>

					<description><![CDATA[<p>“กระดูก” มีความสำคัญต่อร่างกายเป็นอย่างมาก เพราะเป็นโคร [...]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.vistra.co.th/tips-for-bone-and-joint-health-care/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%94-%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88-%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a-%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%a3/">เคล็ด (ไม่) ลับ วิธีดูแลกระดูกให้แข็งแรง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.vistra.co.th">VISTRA</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>“กระดูก”</strong> มีความสำคัญต่อร่างกายเป็นอย่างมาก เพราะเป็นโครงร่างของร่างกายที่ทำให้ร่างกายคงรูปอยู่ได้ เป็นที่ยึดเกาะของกล้ามเนื้อ และเป็นเกราะป้องกันอวัยวะภายในที่สำคัญ เช่น หัวใจ สมอง ไขสันหลัง ปอด ตับ ไม่ให้ได้รับอันตราย การมีกระดูกที่แข็งแรงจะช่วยทำให้การการเคลื่อนไหวร่างกายนั้นเป็นปกติ ไม่ต้องเจ็บป่วยจากโรคต่างๆที่เกี่ยวกับข้องกับกระดูก เช่น โรคกระดูกพรุน โรคข้อเสื่อม เป็นต้น เพราะโรคทั้งหลายเหล่านี้ส่งผลต่อการใช้ชีวิตเป็นอย่างมาก วันนี้วิสทร้ามี “เคล็ด (ไม่) ลับ วิธีดูแลกระดูกให้แข็งแรง” มาฝาก ซึ่งเป็นวิธีง่ายๆ 3 วิธี ที่เราสามารถทำได้ไม่ยาก จะมีอะไรบ้างไปดูกันเลยค่ะ&#8230;</p>
<p>&nbsp;</p>
<ol>
<li><strong>เลือกรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมสูง</strong></li>
</ol>
<p>อย่างที่หลายๆ คนทราบดีว่าการรับประทานอาหารเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ง่ายในการเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง โดยสารอาหารสำคัญที่มีความจำเป็นต่อการเสริมสร้างกระดูกที่ขาดไม่ได้เลยนั่นก็คือแร่ธาตุ “แคลเซียม”</p>
<p><strong>“แคลเซียม”</strong> เป็นแร่ธาตุที่สำคัญและพบมากที่สุดในร่างกายของมนุษย์ โดยประมาณ 99 เปอร์เซ็นต์ของแคลเซียมในร่างกายเป็นส่วนประกอบของกระดูกและฟัน ซึ่งแคลเซียมทำหน้าที่สำคัญหลายอย่าง เช่น เพิ่มความหนาแน่นและเสริมสร้างความแข็งแรงให้กระดูกและฟัน ควบคุมการทำงานของหลอดเลือดและกล้ามเนื้อ ส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือด ควบคุมการเต้นของหัวใจ กระตุ้นการทำงานของเอนไซม์ หรือส่งความรู้สึกไปตามเส้นประสาท เป็นต้น การรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมให้เพียงพอต่อร่างกายจึงเป็นสิ่งสำคัญในการที่ช่วยเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง โดยปริมาณแคลเซียมที่แนะนำให้รับประทานในแต่ละช่วงวัยมีดังนี้</p>
<ul>
<li>บุคคลคนทั่วไป ตั้งแต่อายุ 6 ปีขึ้นไป แนะนำให้รับประทานแคลเซียม 800 มิลลิกรัมต่อวัน</li>
<li>สตรีมีครรภ์และสตรีให้นมบุตร แนะนำให้รับประทานแคลเซียม 800 มิลลิกรัมต่อวัน</li>
<li>ผู้สูงอายุ ตั้งแต่อายุ 51 ปีขึ้นไป แนะนำให้รับประทานแคลเซียม 1,000 มิลลิกรัมต่อวัน</li>
</ul>
<p><strong>อาหารที่มีแคลเซียมสูง </strong>เช่น นมจืด นมพร่องมันเนย ปลาตัวเล็ก กุ้งแห้ง เต้าหู้อ่อน ผักคะน้า ผักกาดเขียว ผักกวางตุ้ง ใบยอ ใบกะเพรา เป็นต้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" class="alignnone size-large wp-image-3583" src="https://vistra.co.th/wp-content/uploads/2020/10/VISTRA_FB-Calcium-Food_nopack-01-1024x1024.jpg" alt="" width="1024" height="1024" srcset="https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2020/10/VISTRA_FB-Calcium-Food_nopack-01-1024x1024.jpg 1024w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2020/10/VISTRA_FB-Calcium-Food_nopack-01-247x247.jpg 247w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2020/10/VISTRA_FB-Calcium-Food_nopack-01-100x100.jpg 100w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2020/10/VISTRA_FB-Calcium-Food_nopack-01-510x510.jpg 510w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2020/10/VISTRA_FB-Calcium-Food_nopack-01-300x300.jpg 300w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2020/10/VISTRA_FB-Calcium-Food_nopack-01-150x150.jpg 150w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2020/10/VISTRA_FB-Calcium-Food_nopack-01-768x768.jpg 768w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2020/10/VISTRA_FB-Calcium-Food_nopack-01-146x146.jpg 146w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2020/10/VISTRA_FB-Calcium-Food_nopack-01-50x50.jpg 50w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2020/10/VISTRA_FB-Calcium-Food_nopack-01-75x75.jpg 75w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2020/10/VISTRA_FB-Calcium-Food_nopack-01-85x85.jpg 85w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2020/10/VISTRA_FB-Calcium-Food_nopack-01-80x80.jpg 80w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2020/10/VISTRA_FB-Calcium-Food_nopack-01-640x640.jpg 640w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2020/10/VISTRA_FB-Calcium-Food_nopack-01.jpg 1040w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>นอกเหนือจากการรับประทานแคลเซียมให้เหมาะสมตามวัยแล้ว วิตามินและแร่ธาตุอื่นๆก็มีความสำคัญในการเป็นตัวช่วยเสริมการทำงานของแคลเซียม โดยวิตามินที่เป็นคู่หูของแคลเซียมนั่นก็คือ “วิตามินเค 2-7 (Menaquinone-7)”</p>
<p><strong>จากงานวิจัยพบว่า “วิตามินเค</strong><strong>2-7 (Menaquinone-7)”</strong>  เป็นวิตามินที่มีความสำคัญและเกี่ยวข้องกับการควบคุมการวางแคลเซียมในร่างกายให้ถูกที่ถูกทาง ถ้าร่างกายได้รับวิตามินเค 2 ไม่เพียงพอก็อาจจะเกิดปัญหาทำให้แคลเซียมเกาะผิดที่ เกาะในที่ที่ไม่ควรเกาะ เช่น ไปเกาะที่เส้นเลือด ลิ้นหัวใจ กระดูกอ่อน เป็นต้น วิตามินเค 2 รูปแบบที่ 7 หรือวิตามินเค 2-7 (Menaquinone-7) ได้รับการยอมรับมากที่สุดในรูปแบบอาหารเสริมเพื่อสุขภาพของกระดูก เนื่องจากคงประสิทธิภาพในร่างกายได้นานกว่ารูปแบบอื่นๆ และช่วยจับแคลเซียมเข้าสู่กระดูก เพิ่มความหนาแน่นให้กับมวลกระดูกได้อย่างดีเยี่ยม</p>
<p><strong>วิตามินเค 2</strong><strong>-7</strong> จะควบคุมการดูดซึมแคลเซียมจากหลอดเลือดเข้าสู่กระดูกและฟัน ทำหน้าที่ในการกระตุ้นเซลล์สร้างกระดูก (Osteoblast) ผลิตโปรตีนที่มีชื่อว่า Osteocalcin ทำหน้าที่ในการดึงแคลเซียมเข้าสู่กระดูกและยับยั้งเซลล์สลายกระดูก วิตามินเค 2-7 จะทำงานร่วมกันกับวิตามินดี 3 ทำให้ลดการเกาะกลุ่มกันของแคลเซียมในหลอดเลือด (Calcification)  โดยปริมาณวิตามินเคที่แนะนำให้รับประทานต่อวัน คือ 90 ไมโครกรัมในเพศหญิง และ 120 ไมโครกรัมในเพศชาย</p>
<table>
<tbody>
<tr>
<td width="141"></td>
</tr>
<tr>
<td></td>
<td></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><strong>อาหารที่มีวิตามินเคสูง </strong>เช่น  ถั่วนัตโตะ ชาเขียว  ผักใบเขียวต่างๆ ผักโขม  คะน้า  แตงกวา (พร้อมเปลือก) กุยช่าย  กวางตุ้ง   ผักชีฝรั่ง  โหระพา  กะเพรา  บล็อกโคลี่  ผักกาดหอม  และ ผลไม้ตระกูลเบอร์รีองุ่น  ลูกพรุน กีวี เป็นต้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" class="alignnone size-large wp-image-3584" src="https://vistra.co.th/wp-content/uploads/2020/10/VISTRA_vitaminK2_nopack-01-1024x1024.jpg" alt="" width="1024" height="1024" srcset="https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2020/10/VISTRA_vitaminK2_nopack-01-1024x1024.jpg 1024w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2020/10/VISTRA_vitaminK2_nopack-01-247x247.jpg 247w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2020/10/VISTRA_vitaminK2_nopack-01-100x100.jpg 100w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2020/10/VISTRA_vitaminK2_nopack-01-510x510.jpg 510w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2020/10/VISTRA_vitaminK2_nopack-01-300x300.jpg 300w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2020/10/VISTRA_vitaminK2_nopack-01-150x150.jpg 150w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2020/10/VISTRA_vitaminK2_nopack-01-768x768.jpg 768w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2020/10/VISTRA_vitaminK2_nopack-01-146x146.jpg 146w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2020/10/VISTRA_vitaminK2_nopack-01-50x50.jpg 50w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2020/10/VISTRA_vitaminK2_nopack-01-75x75.jpg 75w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2020/10/VISTRA_vitaminK2_nopack-01-85x85.jpg 85w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2020/10/VISTRA_vitaminK2_nopack-01-80x80.jpg 80w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2020/10/VISTRA_vitaminK2_nopack-01-640x640.jpg 640w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2020/10/VISTRA_vitaminK2_nopack-01.jpg 1040w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<ol>
<li><strong>ลด ละ เลิก การสูบบุหรี่ และการดื่มแอลกอฮอล์ </strong></li>
</ol>
<p>การสูบบุหรี่ เป็นตัวร้ายที่ทำให้แคลเซียมสลายออกจากกระดูก ทำให้ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนในเลือดของเพศหญิงต่ำกว่าปกติ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แม้กระทั่ง ชา กาแฟ น้ำอัดลม คาเฟอีนในเครื่องดื่มเหล่านี้จะขัดขวางการดูดซึมแคลเซียมของลำไส้เล็ก เป็นสาเหตุทำให้ร่างกายขาดแคลเซียมส่งผลให้ร่างกายสูญเสียแคลเซียมและอาจเกิดภาวะกระดูกพรุนได้ หากเราลด ละ เลิก การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ ชา กาแฟ และน้ำอัดลมได้ ก็จะเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยให้กระดูกของเราแข็งแรง ห่างไกลจากโรคกระดูกพรุน</p>
<p>&nbsp;</p>
<ol start="2">
<li><strong>ออกกำลังกายเป็นประจำ</strong></li>
</ol>
<p>การออกกำลังกายจะกระตุ้นการทำงานของเซลล์สร้างกระดูก (Osteoblast) และลดการทำงานของเซลล์สลายกระดูก (Osteoblast) ได้ แต่ถ้าขาดการออกกำลังกาย หรือขยับร่างกายน้อย เซลล์สลายกระดูก(Osteoblast ก็เพิ่มจำนวนและทำงานมากขึ้น ส่งผลให้กระดูกบางและเกิดภาวะกระดูกพรุนได้เช่นกัน</p>
<p>ดังนั้นเราจึงควรออกกำลังกายเป็นประจำสม่ำเสมอ อย่างน้อย 2-3 ครั้ง/สัปดาห์ ครั้งละ 30 นาที – 1 ชั่วโมง เช่น เดินเร็ว วิ่งเหยาะๆ เต้นแอโรบิก เพื่อช่วยกระตุ้นการเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรงและป้องกันการสลายของกระดูกจะช่วยให้กระดูกของเราแข็งแรงมากยิ่งขึ้น</p>
<p><strong> </strong></p>
<p>3 เคล็ด (ไม่) ลับ วิธีดูแลกระดูกให้แข็งแรง ที่วิสทร้าเอามาฝากเป็นวิธีง่ายๆที่ทำได้ไม่ยาก ใครที่ไม่อยากเสี่ยงเป็นโรคกระดูกพรุนก็อย่าลืมนำไปปฏิบัติกันนะคะ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารประเภทแคลเซียมก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการที่จะบำรุงกระดูกให้แข็งแรง เรื่องของกระดูกอย่ารอให้สายเกินแก้ เราควรเริ่มดูแลตั้งแต่ยังเป็นวัยหนุ่มสาว เมื่ออายุมากขึ้นจะได้ไม่มีปัญหาเรื่องกระดูกพรุนนะคะ…<strong>เพราะชีวิตดีเริ่มต้นที่สุขภาพ ด้วยความปรารถนาดีจาก </strong><strong>Vistra_Calplex Calcium 600 &amp; Menaquinone-7 plus</strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>Literature Cited:</strong></p>
<ol>
<li>กรมอนามัย. (2546). ตารางปริมาณสารอาหารอ้างอิงที่ควรได้รับประจำวันสำหรับคนไทย พ.ศ. 2546.</li>
<li>สุภาพ อารีเอื้อ. (2001). ภาวะกระดูกพรุนในผู้สูงอายุ:ทำไมต้องรอจนกระดูกหัก. Rama Nurs J. 2001, 208-218.</li>
<li>หน่วยตรวจผู้ป่วยนอกออร์โธปิดิกส์ ภาควิชาออร์โธปิดิกส์และภาควิชาพยาบาลศาสตร์ คณะแพทย์ศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี, แคลเซียม [ออนไลน์]. <a href="https://www.rama.mahidol.ac.th/ortho/sites/default/files/public/file/pdf/camcim.pdf">https://www.rama.mahidol.ac.th/ortho/sites/default/files/public/file/pdf/camcim.pdf</a>. [27 กันยายน 2563].</li>
<li>Steven M. Plaza, ND, LAc, and Davis W. Lamson, MS, ND, VitaminK2 in Bone Metabolism and Osteoporosis,<strong> Alternative Medicine Review., 2005; 24-35.</strong></li>
<li>Toshiro Sato, Naoko Inaba and Takatoshi Yamashita. MK-7 and Its Effects on Bone Quality and Strength, , 2020 Apr; 12(4): 965.</li>
</ol>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.vistra.co.th/tips-for-bone-and-joint-health-care/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%94-%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88-%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a-%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%a3/">เคล็ด (ไม่) ลับ วิธีดูแลกระดูกให้แข็งแรง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.vistra.co.th">VISTRA</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.vistra.co.th/tips-for-bone-and-joint-health-care/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%94-%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88-%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a-%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%a3/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>5</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>โรคกระดูกพรุน…ภัยเงียบที่ไม่ควรมองข้าม</title>
		<link>https://www.vistra.co.th/tips-for-bone-and-joint-health-care/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%9a/</link>
					<comments>https://www.vistra.co.th/tips-for-bone-and-joint-health-care/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%9a/#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 15 Oct 2020 04:14:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เคล็ดลับดูแลสุขภาพกระดูกและข้อ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://vistra.co.th/?p=3575</guid>

					<description><![CDATA[<p>โรคกระดูกพรุนเป็นโรคที่พบได้ทุกเพศทุกวัยและพบมากขึ้นเมื [...]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.vistra.co.th/tips-for-bone-and-joint-health-care/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%9a/">โรคกระดูกพรุน…ภัยเงียบที่ไม่ควรมองข้าม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.vistra.co.th">VISTRA</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>โรคกระดูกพรุนเป็นโรคที่พบได้ทุกเพศทุกวัยและพบมากขึ้นเมื่อมีอายุมากขึ้น มักพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เพราะเสี่ยงต่อการเกิดกระดูกหัก หากรุนแรงอาจทำให้ไม่สามารถกลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้ เพราะเมื่ออายุมากขึ้นการสลายกระดูกจะมากกว่าการสร้างกระดูก แต่อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะหญิงหรือชายก็ควรเสริมความแข็งแรงให้กับกระดูกอยู่เสมอ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพจะช่วยป้องกันการเกิดหรือลดความรุนแรงของโรคกระดูกพรุนได้ วันนี้วิสทร้านำสาระดีๆเกี่ยวกับ “โรคกระดูกพรุน ภัยเงียบที่ไม่ควรมองข้าม” มาฝาก ตามไปดูกันเลยค่ะ&#8230;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>โรคกระดูกพรุน คืออะไร?</strong></p>
<p><strong>โรคกระดูกพรุน </strong><strong>หรือ </strong><strong>Osteoporosis</strong> คือ โรคกระดูกชนิดหนึ่งที่กระดูกเริ่มเสื่อมและบางลงเนื่องจากการสูญเสียแคลเซียมที่สะสมในกระดูกจะทำให้กระดูกแตกหรือหักง่ายกว่าปกติ พบได้บ่อยบริเวณกระดูกสันหลัง สะโพก หรือข้อมือ มีค่ามวลกระดูกของร่างกายลดต่ำกว่าค่ามวลกระดูกมาตรฐานตั้งแต่ -2.5 เอสดีขึ้นไป ซึ่งถ้าปล่อยไว้โดยไม่รักษาจะทำให้เสียมวลกระดูกเพิ่มขึ้นและทำให้อาการของโรคกระดูกพรุนอาจลุกลามรุนแรงได้</p>
<p>โดยปกติการสร้างกระดูกจะใช้เวลา 4 เดือน และการสลายกระดูกใช้เวลา 4 สัปดาห์ กระบวนการสร้างและการสลายกระดูกจะเกิดขึ้นตลอดเวลาอย่างสมดุล จนกระทั่งอายุ 30 ปี กระบวนการสร้างกระดูกจะเริ่มมีการสูญเสียมากกว่าการสร้างเล็กน้อย ทำให้มวลกระดูกลดลงเรื่อยๆ หากเราไม่มีการเพิ่มความหนาแน่นให้กับกระดูก อาจจะเกิดปัญหาโรคกระดูกพรุน (Osteoporosis) ตามมาได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-3576 size-large" src="https://vistra.co.th/wp-content/uploads/2020/10/เนื้อหา1-1024x1024.jpg" alt="" width="1024" height="1024" srcset="https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2020/10/เนื้อหา1-1024x1024.jpg 1024w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2020/10/เนื้อหา1-247x247.jpg 247w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2020/10/เนื้อหา1-100x100.jpg 100w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2020/10/เนื้อหา1-510x510.jpg 510w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2020/10/เนื้อหา1-300x300.jpg 300w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2020/10/เนื้อหา1-150x150.jpg 150w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2020/10/เนื้อหา1-768x768.jpg 768w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2020/10/เนื้อหา1-146x146.jpg 146w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2020/10/เนื้อหา1-50x50.jpg 50w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2020/10/เนื้อหา1-75x75.jpg 75w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2020/10/เนื้อหา1-85x85.jpg 85w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2020/10/เนื้อหา1-80x80.jpg 80w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2020/10/เนื้อหา1-640x640.jpg 640w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2020/10/เนื้อหา1.jpg 1040w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ผู้ป่วยกระดูกหักจากโรคกระดูกพรุนพบได้ประมาณ 0.83% ของโรคที่ไม่ติดต่อทั้งหมดทั่วโลกในกลุ่มคนที่อายุเกิน 50 ปี ผู้หญิงอย่างน้อย 1 ใน 3 คน และผู้ชายอย่างน้อย 1 ใน 5 คน เคยกระดูกหักจากโรคกระดูกพรุน (Osteoporosis) โดยประมาณการว่าทั่วโลกมีผู้หญิงที่เป็นโรคกระดูกพรุนประมาณ 200 ล้านราย โดยเฉพาะผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน (วัยทอง) ที่มีอายุตั้งแต่ 60-90 ปี จะมีโอกาสเป็นโรคกระดูกพรุนสูงตั้งแต่ 10-60% ตามอายุที่มากขึ้น โดยบริเวณที่หักมากที่สุดคือ กระดูกปลายแขน 80%, กระดูกต้นแขน 75%, กระดูกสะโพก 70% และกระดูกสันหลัง 58% ซึ่งการหักของกระดูกเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันเป็นอย่างมาก เราจึงควรดูแลร่างกายโดยหลีกเลี่ยงปัจจัยในการเกิดโรคกระดูกพรุน และเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรงอยู่เสมอ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรคกระดูกพรุน</strong></p>
<p><strong>            </strong>ปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรคกระดูกพรุน มีหลายปัจจัยโดยเป็นปัจจัยที่ควบคุมได้และควบคุมไม่ได้  ซึ่งสามารถสรุปได้ดังนี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" class="alignnone size-large wp-image-3577" src="https://vistra.co.th/wp-content/uploads/2020/10/เนื้อหา2-1024x1024.jpg" alt="" width="1024" height="1024" srcset="https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2020/10/เนื้อหา2-1024x1024.jpg 1024w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2020/10/เนื้อหา2-247x247.jpg 247w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2020/10/เนื้อหา2-100x100.jpg 100w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2020/10/เนื้อหา2-510x510.jpg 510w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2020/10/เนื้อหา2-300x300.jpg 300w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2020/10/เนื้อหา2-150x150.jpg 150w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2020/10/เนื้อหา2-768x768.jpg 768w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2020/10/เนื้อหา2-146x146.jpg 146w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2020/10/เนื้อหา2-50x50.jpg 50w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2020/10/เนื้อหา2-75x75.jpg 75w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2020/10/เนื้อหา2-85x85.jpg 85w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2020/10/เนื้อหา2-80x80.jpg 80w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2020/10/เนื้อหา2-640x640.jpg 640w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2020/10/เนื้อหา2.jpg 1040w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<ul>
<li><strong>ผู้สูงอายุ</strong> โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป ทั้งหญิงและชาย เซลล์สร้างกระดูกจะมีจำนวนลดลงจนเซลล์สร้างกระดูกทำงานน้อยลง แต่เซลล์สลายกระดูกเพิ่มจำนวนและทำงานมากขึ้น จึงทำให้กระดูกบางและพรุนในที่สุด</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<ul>
<li><strong>หญิงวัยหมดประจำเดือน </strong>เมื่อผู้หญิงเข้าสู่วัยหมดประจำเดือนฮอร์โมนเอสโตรเจน(ฮอร์โมนเพศหญิงที่มีผลต่อกระบวนการสร้างกระดูก) ก็จะลดลงอย่างรวดเร็ว ทำให้เซลล์สร้างกระดูกทำงานน้อยลง แต่เซลล์สลายกระดูกเพิ่มจำนวนและทำงานมากขึ้น ผลลัพธ์คือทำให้มวลกระดูกลดลง การขาดฮอร์โมนดังกล่าวมีผลทั้งเพศหญิงและเพศชาย และจะส่งผลกระทบมากที่สุดกับผู้หญิงที่เข้าสู่วัยหมดประจำเดือน ส่วนในผู้ชายที่มีภาวะพร่องฮอร์โมนเพศหรือตรวจพบระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนในเลือดต่ำ ก็พบว่าเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคกระดูกพรุนด้วยเช่นกัน</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<ul>
<li><strong>การรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมน้อย</strong>  ถ้าร่างกายขาดแคลเซียมจากการรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมน้อยหรือจากการที่ลำไส้ดูดซึมแคลเซียมได้น้อยลง ปริมาณแคลเซียมที่จะนำไปเสริมสร้างกระดูกก็จะไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย  และระดับฮอร์โมนพาราไทรอยด์ (ฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการสลายกระดูก)ก็จะเพิ่มสูงขึ้น ทำให้เกิดการสลายกระดูกมากขึ้น ส่งผลทำให้เกิดภาวะกระดูกบางจนกระทั่งเกิดโรคกระดูกพรุนในที่สุด</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<ul>
<li><strong>การใช้ยาบางชนิดเป็นประจำ</strong> เช่น ยาสเตียรอยด์ (มีผลลดการสร้างกระดูกใหม่ ลดการดูดซึมแคลเซียมในลำไส้ และเร่งการขับแคลเซียมออกจากร่างกาย) ยากันชักบางชนิด (เช่น Barbiturates, Carbamazepine, Phenytoin มีผลทำให้เกิดภาวะพร่องวิตามินดี ลดการดูดซึมของแคลเซียม และการทำงานของฮอร์โมนพาราไทรอยด์เพิ่มขึ้น), หากจำเป็นต้องใช้ยาเหล่านี้เป็นเวลานานควรปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ เพราะการใช้ยาเหล่านี้ติดต่อกันเป็นเวลานานอาจส่งผลให้เกิดภาวะกระดูกพรุนได้</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<ul>
<li><strong>การสูบบุหรี่ ดื่มสุรา ชา กาแฟเป็นประจำ</strong>  การสูบบุหรี่ เป็นตัวร้ายที่ทำให้แคลเซียมสลายออกจากกระดูก ทำให้ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนในเลือดของเพศหญิงต่ำกว่าปกติ และการดื่มสุรา ชา กาแฟ คาเฟอีนในเครื่องดื่มเหล่านี้จะขัดขวางการดูดซึมแคลเซียมของลำไส้เล็ก เป็นสาเหตุทำให้ร่างกายขาดแคลเซียมส่งผลให้เกิดภาวะกระดูกพรุนได้</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<ul>
<li><strong>ขาดการออกกำลังกาย</strong> การออกกำลังกายจะกระตุ้นการทำงานของเซลล์สร้างกระดูก (Osteoblast) และลดการทำงานของเซลล์สลายกระดูก (Osteoblast) แต่ถ้าขาดการออกกำลังกาย ไม่ขยับร่างกายหรือขยับร่างกายน้อย เซลล์สลายกระดูก(Osteoblast ก็เพิ่มจำนวนและทำงานมากขึ้น ส่งผลให้กระดูกางและเกิดภาวะกระดูกพรุนได้เช่นกัน</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>อาการของโรคกระดูกพรุน และอันตรายจากการเกิดกระดูกหัก</strong></p>
<p>อาการของโรคกระดูกพรุนในช่วงแรกร่างกายจะยังไม่แสดงอาการ ต่อมาอาจมีอาการหลังค่อมรู้สึกปวดที่กระดูกโดยปวดลึกๆที่กระดูก เช่น ที่กระดูกหลังขา กระดูกจะหักง่ายเมื่อล้ม โรคกระดูกพรุนเป็นโรคเรื้อรังที่ถึงแม้จะไม่ทำให้เสียชีวิตได้ แต่ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้คุณภาพชีวิตลดลงอย่างมาก ภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญในการเกิดโรคกระดูกพรุน คือ</p>
<ul>
<li>กระดูกหักได้ง่าย การหักของกระดูกสะโพกและกระดูกสันหลัง อาจทำให้เกิดความพิการ เดินไม่ได้ เคลื่อนไหวได้ลดลง ช่วยเหลือตัวเองลำบาก</li>
<li>มีอาการหลังโก่งหลังค่อม(มีผลทางอ้อมหลายอย่าง เช่น ทำให้ทรวงอกคับแคบ หายใจไม่สะดวก, ถ้าเป็นโรคติดเชื้อของระบบทางเดินหายใจ เช่น ไข้หวัด ก็อาจลามไปเป็นโรคปอดอักเสบได้ง่ายขึ้น เป็นต้น)</li>
<li>ผู้ป่วยโรคกระดูกพรุนบางรายอาจมีอาการฟันหลุดได้ง่าย หรือมีความเสี่ยงต่อการมีกระดูกหักได้ง่ายแม้จะเกิดจากอุบัติเหตุที่ไม่รุนแรงหรือมีแรงกระแทกต่ำ เช่น กระดูกหักจากการเปลี่ยนท่ายืนหรือนั่ง, กระดูกหักขณะก้มหยิบของหรือยกของหนัก, กระดูกซี่โครงหักเพียงแค่ไอหรือจาม, กระดูกข้อมือหักจากการใช้มือยันตัวเอาไว้จากการลื่นหรือหกล้ม, กระดูกสะโพกหักจากก้นกระแทกกับพื้น เป็นต้น</li>
</ul>
<p><strong> </strong></p>
<p><strong>เสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง</strong><strong>..ด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่สำคัญ</strong></p>
<p>การรับประทานอาหารเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ง่ายในการเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง นอกเหนือจากการรับประทานแคลเซียมให้เหมาะสมตามวัยแล้ว วิตามินและแร่ธาตุอื่นๆก็มีความสำคัญในการเป็นตัวช่วยเสริมการทำงานของแคลเซียม โดยวิตามินและแร่ธาตุต่างๆที่ช่วยเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง มีหลากหลายชนิด ได้แก่</p>
<p><img decoding="async" class="alignnone size-large wp-image-3578" src="https://vistra.co.th/wp-content/uploads/2020/10/เนื้อหา3-1024x1024.jpg" alt="" width="1024" height="1024" srcset="https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2020/10/เนื้อหา3-1024x1024.jpg 1024w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2020/10/เนื้อหา3-247x247.jpg 247w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2020/10/เนื้อหา3-100x100.jpg 100w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2020/10/เนื้อหา3-510x510.jpg 510w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2020/10/เนื้อหา3-300x300.jpg 300w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2020/10/เนื้อหา3-150x150.jpg 150w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2020/10/เนื้อหา3-768x768.jpg 768w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2020/10/เนื้อหา3-146x146.jpg 146w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2020/10/เนื้อหา3-50x50.jpg 50w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2020/10/เนื้อหา3-75x75.jpg 75w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2020/10/เนื้อหา3-85x85.jpg 85w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2020/10/เนื้อหา3-80x80.jpg 80w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2020/10/เนื้อหา3-640x640.jpg 640w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2020/10/เนื้อหา3.jpg 1040w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<ul>
<li><strong>วิตามินเค2-7 หรือ มีนาควิโนน-7 (</strong><strong>Menaquinone-</strong><strong>7)</strong> เป็นตัวช่วยที่สำคัญอย่างมากในการกระตุ้นเซลล์สร้างกระดูก (Osteoblast) ให้ผลิตโปรตีนที่มีชื่อว่า Osteocalcin ซึ่งทำหน้าที่ในการจับแคลเซียมเข้าไปเติมเต็มในโพรงกระดูก เสริมความแข็งแรงและความหนาแน่นให้มวลกระดูก และที่มากกว่านั้นวิตามินเค2-7 ยังช่วยในการยับยั้งเซลล์สลายกระดูก (Osteoblast) ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคกระดูกพรุนได้</li>
<li><strong>โบรอน </strong>ช่วยลดปริมาณการขับออกของแคลเซียม แมกนีเซียม รักษาสมดุลของฮอร์โมนเอสโตรเจน และช่วยเพิ่มความหนาแน่นและความแข็งแรงต่อกระดูก</li>
<li><strong>แมกนีเซียม</strong> แร่ธาตุที่ทำงานร่วมกับแคลเซียมในกระบวนการสร้างกระดูกและฟันที่แข็งแรง มีผลต่อการดูดซึมแคลเซียมและวิตามินดี รวมถึงสมดุลของฮอร์โมนบางชนิด เช่น พาราไทรอยด์ ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการสลายกระดูก</li>
<li><strong>วิตามินดี</strong><strong>3</strong> ช่วยเพิ่มการดูดซึมแคลเซียม</li>
<li><strong>ซิงค์และคอปเปอร์</strong> เป็นแร่ธาตุที่จำเป็นในการกระบวนการสร้างคอลลาเจนซึ่งมีผลต่อความแข็งแรงของกระดูก และช่วยเพิ่มความหนาแน่นกระดูก</li>
<li><strong>วิตามินบี </strong><strong>6</strong><strong>, บี </strong><strong>12 </strong><strong>และกรดโฟลิก</strong> เป็นวิตามินที่ช่วยควบคุมระดับโฮโมซีสเตอีนให้อยู่ในระดับปกติ การมีระดับโฮโมซีสเตอีนที่สูงพบว่ามีความสัมพันธ์กับการเกิดภาวะกระดูกพรุน</li>
</ul>
<p><strong>โรคกระดูกพรุน</strong><strong>..</strong><strong>เป็นภัยเงียบที่ไม่ควรมองข้าม </strong>เพราะส่งผลเสียต่อร่างกายเป็นอย่างมาก เราควรรักษาสุขภาพด้วยการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ที่มีส่วนช่วยในการเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารก็เป็นทางเลือกที่ดีอีกทางหนึ่งในการดูแลสุขภาพเพราะมีวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นครบถ้วน <strong>เพราะชีวิตดีเริ่มต้นที่สุขภาพ ด้วยความปรารถนาดีจาก </strong><strong>Vistra_Calplex Calcium 600 &amp; Menaquinone-7 plus</strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>Literature Cited:</strong></p>
<ol>
<li>นพ.วิรชัช สนั่นศิลป์. ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ. <strong>โรคกระดูกพรุน: ถาม-ตรวจ-รักษา-ป้องกันได้</strong><strong>., </strong><strong>สถานการณ์โรคกระดูกพรุน ปี </strong><strong>2555: </strong><strong>หักครั้งเดียวก็เกินพอ</strong><strong>. </strong>[ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก : <a href="http://www.bangkokhealth.com">bangkokhealth.com</a>. [5 ก.ย. 2020].</li>
<li>คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. <strong>โรคกระดูกพรุน</strong><strong>.  [</strong>ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : pharm.chula.ac.th. [5 ก.ย 2020].</li>
<li>ภก.ผศ.ต่อศักดิ์ อินทรไพโรจน์ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร.<strong> โรคกระดูกพรุน (</strong><strong>Osteoporosis)</strong>. [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก : <a href="http://www.pharm.su.ac.th">pharm.su.ac.th</a>. [9 ก.ย. 2020].</li>
<li>สุภาพ อารีเอื้อ (2001). ภาวะกระดูกพรุนในผู้สูงอายุ:ทำไมต้องรอจนกระดูกหัก. Rama Nurs J. 2001, 208-218.</li>
<li>ผศ.ดร.วันทนีย์ เกรียงสินยศ. มูลนิธิหมอชาวบ้าน. นิตยสารหมอชาวบ้าน เล่มที่ 317 คอลัมน์ : เรื่องน่ารู้. <strong>กินอย่างไรเพื่อป้องกันโรคกระดูกพรุน</strong><strong>.</strong> [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก : <a href="http://www.doctor.or.th">doctor.or.th</a>. [11 ก.ย. 2020].</li>
<li>William Morrison. (2019). What Do You Want to Know About Osteoporosis?. [Online]. <a href="https://www.healthline.com/health/osteoporosis">https://www.healthline.com/health/osteoporosis</a>. [11 Sep 2020].</li>
</ol>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.vistra.co.th/tips-for-bone-and-joint-health-care/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%9a/">โรคกระดูกพรุน…ภัยเงียบที่ไม่ควรมองข้าม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.vistra.co.th">VISTRA</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.vistra.co.th/tips-for-bone-and-joint-health-care/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%9a/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>2</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“คอลลาเจนชนิดที่ 2” ทางเลือกใหม่ในการดูแล…ข้อเข่า</title>
		<link>https://www.vistra.co.th/tips-for-bone-and-joint-health-care/collagen-type-2-knee-care/</link>
					<comments>https://www.vistra.co.th/tips-for-bone-and-joint-health-care/collagen-type-2-knee-care/#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 22 Aug 2018 02:06:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เคล็ดลับดูแลสุขภาพกระดูกและข้อ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://vistra.co.th/?p=3016</guid>

					<description><![CDATA[<p>“คอลลาเจนชนิดที่ 2” ทางเลือกใหม่ในการดูแล…ข้อเข่า       [...]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.vistra.co.th/tips-for-bone-and-joint-health-care/collagen-type-2-knee-care/">“คอลลาเจนชนิดที่ 2” ทางเลือกใหม่ในการดูแล…ข้อเข่า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.vistra.co.th">VISTRA</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h3 style="text-align: center;"><span style="color: #590c94;"><strong>“คอลลาเจนชนิดที่ 2” ทางเลือกใหม่ในการดูแล…ข้อเข่า</strong></span></h3>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-9522" src="https://www.108health.com/wp-content/uploads/2018/08/colagen_cover.jpg" alt="" width="1000" height="667" /></p>
<p style="text-align: left;">                เคยคิดกันไหมค่ะว่าโรคข้อเสื่อมเป็นโรคของผู้สูงอายุ แต่เชื่อหรือไม่ว่า 1 ใน 3 ของคนไทยมากกว่า 50% ป่วยด้วยโรคข้อเข่าเสื่อมด้วยอายุเพียงแค่ 40 ปี แม้แต่คนที่อายุน้อยกว่า 30 ปี ก็ยังมีโอกาสที่จะเป็นโรคข้อเสื่อมได้อีกด้วย</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-9517" src="https://www.108health.com/wp-content/uploads/2018/08/colagen_1.jpg" alt="" width="1000" height="667" /></p>
<p>สาเหตุของโรคข้อเข่าเสื่อม ส่วนหนึ่งมาจากพฤติกรรมในชีวิตประจำวันที่มีการใช้งานข้อเข่ามากเกินไปจนเกิดการกระแทก เข่ามีการสึกกร่อน ไม่ว่าจะเป็นการยืน การนั่ง การเดิน การวิ่ง และการกระโดด ที่อาจทำให้เกิดการอักเสบ  บางคนอาจถึงขั้นเดินไม่สะดวก ต้องใช้ไม้เท้าช่วยพยุง  ในขณะที่บางคนปล่อยอาการทิ้งไว้เรื้อรังจนกล้ามเนื้ออ่อนแรงลีบเล็กลง อาจถึงขั้นเดินไม่ได้หรือต้องผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า</p>
<p><img decoding="async" class="wp-image-9518 alignnone" src="https://www.108health.com/wp-content/uploads/2018/08/colagen_2-200x300.jpg" alt="" width="250" height="375" /> <img decoding="async" class="wp-image-9519 alignnone" src="https://www.108health.com/wp-content/uploads/2018/08/colagen_3.jpg" alt="" width="560" height="374" /></p>
<p>นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นๆ เช่น อายุและน้ำหนักที่เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะคนที่อ้วนจะมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคข้อเข่าเสื่อมมากกว่าคนที่มีนำหนักตัวน้อย โดยสถิติแล้วผู้หญิงมีโอกาสที่จะเป็นข้อเข่าเสื่อมได้มากกว่าผู้ชาย</p>
<p><img decoding="async" class="alignright wp-image-9520 size-medium" src="https://www.108health.com/wp-content/uploads/2018/08/colagen_4-300x200.jpg" alt="" width="300" height="200" /></p>
<p>ผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อม มักจะมีอาการปวด โดยเฉพาะเวลาที่ใช้ข้อเข่าจากการเดินหรือวิ่ง อาจมีอาการข้อยึด-ติด ทำให้เคลื่อนไหวลำบาก  ในบางคนมีอาการข้อบวมที่เกิดจากเยื่อบุข้ออักเสบ หรือมีการสร้างน้ำไขข้อเพิ่มมากขึ้น มีความรู้สึกว่ากระดูกเสียดสีกันเวลาเคลื่อนไหวข้อ  หากมีอาการรุนแรงขึ้นอาจถึงขั้นข้อเข่าผิดรูป ขาโก่ง ข้อหลวม  เวลายืนหรือเดินรู้สึกไม่มั่นคง เอ็นรอบๆข้อจะหย่อน และกล้ามเนื้อรอบๆข้อมีขนาดเล็กลง นอกเหนือจากการผ่าตัดแล้ว อีกทางเลือกหนึ่งก็คือ การใช้ยา โดยมียาหลายกลุ่มที่ใช้รักษาโรคข้อเสื่อม อาทิ ยาแก้ปวด ยาต้านอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ ซึ่งอาจมีผลเสียทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหาร</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-9521" src="https://www.108health.com/wp-content/uploads/2018/08/colagen_5.jpg" alt="" width="1000" height="667" /></p>
<p>โรคข้อเข่าเสื่อมยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้  แต่สามารถควบคุมอาการได้ การรักษาในปัจจุบันเป็นการบรรเทาอาการเจ็บปวดเท่านั้น เพื่อช่วยให้ข้อเข่าสามารถใช้งานได้ปกติมากที่สุด และชะลอความรุนแรงและความเสื่อมของโรคให้นานที่สุด</p>
<p>จากงานวิจัยในปี 2016 ของ Lugo J P และคณะ ได้ทำการศึกษาประสิทธิภาพและความปลอดภัยของคอลลาเจนชนิดที่ 2 (collagen type2) ขนาด 40 มิลลิกรัมต่อวัน ในการบรรเทาอาการปวดและการอักเสบของผู้ป่วย เทียบกับกลุ่มผู้ที่รักษาด้วยสารสกัดสูตรผสมของกลูโคซามีน ขนาด 1,500 มิลลิกรัม และคอนดรอยติน ขนาด 1,200 มิลลิกรัมต่อวัน โดยมีกลุ่มที่ได้รับยาหลอกในผู้ป่วยทั้งหมด 191 คน ติดตามผลการรักษานาน 6 เดือน พบว่าคอลลาเจนชนิดที่ 2 (collagen type2) สามารถบรรเทาอาการและลดการอักเสบของข้อเข่าเสื่อมได้ดี  ทั้งด้านการลดอาการปวดข้อ อาการข้อเข่าติด และการใช้งานของข้อเข่า พบว่าได้ผลที่ดีกว่าเมื่อเทียบกับกลุ่มที่ได้รับสารสกัดสูตรผสมของทั้งกลูโคซามีนและคอนดรอยติน รวมทั้งกลุ่มที่ได้รับยาหลอก  การวิจัยครั้งนี้ยังพบว่าคอลลาเจนชนิดที่ 2 (collagen type2) มีความปลอดภัยสูง เนื่องจากไม่พบผลข้างเคียงใดๆเลย ต่างจากกลุ่มที่ได้รับสารสกัดสูตรผสมของกลูโคซามีนและคอนดรอยตินที่ยังมีผลข้างเคียงที่เกี่ยวข้องกับยาถึง 25% เลยทีเดียว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.vistra.co.th/tips-for-bone-and-joint-health-care/collagen-type-2-knee-care/">“คอลลาเจนชนิดที่ 2” ทางเลือกใหม่ในการดูแล…ข้อเข่า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.vistra.co.th">VISTRA</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.vistra.co.th/tips-for-bone-and-joint-health-care/collagen-type-2-knee-care/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>1</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ป้องกันได้&#8230;หากรู้ทันโรคข้อเสื่อม!</title>
		<link>https://www.vistra.co.th/tips-for-bone-and-joint-health-care/prevent-know-about-osteoarthritis/</link>
					<comments>https://www.vistra.co.th/tips-for-bone-and-joint-health-care/prevent-know-about-osteoarthritis/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin pp t]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 16 Aug 2018 13:44:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เคล็ดลับดูแลสุขภาพกระดูกและข้อ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.108health.com/?p=9503</guid>

					<description><![CDATA[<p>           วันนี้ 108 health พามาทำความรู้จักกับโรค “ข้ [...]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.vistra.co.th/tips-for-bone-and-joint-health-care/prevent-know-about-osteoarthritis/">ป้องกันได้&#8230;หากรู้ทันโรคข้อเสื่อม!</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.vistra.co.th">VISTRA</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: left;"><strong><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-9509" src="https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2018/08/unnamed-file.jpg" alt="" width="1200" height="628" srcset="https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2018/08/unnamed-file.jpg 1200w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2018/08/unnamed-file-300x157.jpg 300w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2018/08/unnamed-file-1024x536.jpg 1024w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2018/08/unnamed-file-768x402.jpg 768w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2018/08/unnamed-file-510x267.jpg 510w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></strong>           วันนี้ 108 health พามาทำความรู้จักกับโรค “ข้อเข่าเสื่อม”กันค่ะ ต้องบอกก่อนว่าโรคนี้มองผิวเผินอาจจะดูไกลตัว โดยเฉพาะ หนุ่มสาวเพราะจะคิดว่า <strong>“ข้อเข่าเสื่อม”</strong> จะเกิดกับผู้สูงวัย แต่ที่จริงแล้ว โรคนี้เกิดขึ้นได้กับทุกวัยหากใช้งานข้อไม่ถูกต้อง หรือใช้งานหนักเกินไปยิ่งในวัยทำงาน หากมี 3 พฤติกรรม 1.ชอบนั่งงอเข่า ขัดสมาธิ พับเพียบ หรือนั่งยองๆ เป็นประจำ 2.น้ำหนักตัวมากเกิน 3.ใส่รองเท้าส้นสูง จะทำให้ข้อเข่ามีแรงกดทับ มากกว่าปกติ ทั้งยังทำร้ายข้อบริเวณโคนนิ้ว หัวแม่เท้า การกระทำเหล่านี้ล้วนเสี่ยงให้ ข้อเข่านั้นเสื่อมได้ง่าย ก่อนอื่นเรามาดูกันว่า อาการสำคัญของโรคข้อเข่าเสื่อมที่กลายเป็นผู้ป่วยโรคนี้แล้วจริงๆ</p>
<p><span style="color: #db027d;"><strong>มีอาการอย่างไรบ้าง ตามไปเช็คกันเลยจ้า&#8230;</strong></span></p>
<ul>
<li>เข่ามีเสียงดังกร๊อบแกร๊บขณะเคลื่อนไหว</li>
<li>ปวดเข่าหรือขาเวลาเดิน หรือเวลาที่เคลื่อนไหว</li>
<li>รู้สึกปวดบริเวณข้อ โดยจะปวดบริเวณรอบ ๆข้อ แบบที่ไม่สามารถระบุ ตำแหน่งที่ชัดเจนได้ และมักจะปวดเรื้อรัง จุดสังเกตสำคัญอีกอย่างคืออาการปวดข้อจะมากขึ้นเมื่อมีการใช้งานหรือลงน้ำหนักบนข้อมาก ๆ</li>
<li>ปวดเข่าเวลานอน</li>
<li>ปวดข้อเข่าเวลาใส่ถุงเท้า รองเท้า หรือเวลาลุกนั่ง</li>
<li>ปวด บวม อักเสบ บริเวณข้อเข่า ปวดข้อจนไม่สามารถเดินได้อย่างปกติต้องเดินโยกตัว</li>
<li>ข้อบวมและผิดรูป จากกระดูกที่งอ</li>
<li>สูญเสียการเคลื่อนไหว เริ่มเดินไม่ค่อยสะดวก นั่งลำบาก เดินไม่ค่อยไหว โดยเฉพาะหากต้องอยู่ในลักษณะเดิมนาน ๆ อาการปวดอาจจะมากขึ้นจนลุกไม่ขึ้นหรือแค่ขยับก็เจ็บมากเลยทีเดียว</li>
</ul>
<p>บอกเลยค่ะว่า โรคนี้เป็นภัยเงียบมากๆ หากเป็นแล้วการรักษาต้องเป็นไปอย่างต่อเนื่องไม่เช่นนั้นอาการจะยิ่งรุนแรงเพิ่มมากขึ้น <span style="color: #db027d;">108health</span> ไม่รอช้าที่แชร์เคล็ดลับดีๆ ง่ายๆ เบื้องต้น 3 ข้อที่จะช่วยให้ทุกคนห่างไกลจากโรคนี้กันค่ะ ไปดูเลย</p>
<p><span style="color: #db027d;"><strong>3 วิธี เบื้องต้น ที่จะช่วยให้ห่างไกลจากโรคข้อเสื่อม</strong></span></p>
<p><span style="color: #db027d;"><em><strong>1.ควบคุมน้ำหนัก</strong></em></span></p>
<p>หนึ่งในสาเหตุใหญ่ของอาการข้อเสื่อมก็คือ การที่มีน้ำหนักตัวเกิน หรืออ้วน เพราะยิ่งน้ำหนักตัว มากเท่าไร ข้อต่าง ๆ ในร่างกายก็ยิ่งต้องรับภาระมากเท่านั้น โดยเฉพาะข้อเข่า สะโพก และ หลัง ที่เป็นกำลังหลักในการรับน้ำหนักของร่างกายการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและการควบคุมน้ำหนักจึงเป็นการทนุถนอมข้อกระดูกทางหนึ่ง<img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-9505" src="https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2018/08/sachets1.jpg" alt="" width="600" height="450" srcset="https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2018/08/sachets1.jpg 600w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2018/08/sachets1-300x225.jpg 300w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2018/08/sachets1-510x383.jpg 510w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /><span style="color: #db027d;"><em><strong> </strong></em></span></p>
<p><span style="color: #db027d;"><em><strong>2.</strong></em><em><strong>ปรับเปลี่ยนอิริยาบถ</strong></em></span></p>
<p>การนั่งอยู่กับที่เป็นเวลานาน เช่น นั่งหลังงอและก้มคอทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ติดต่อกันหลายชั่วโมงก็เป็นผลเสียต่อข้อต่อบริเวณคอ และกระดูกสันหลังส่วนเอวเช่นกัน ควรนั่งให้ถูกต้องโดยการนั่งพิงพนักเก้าอี้ และไม่ควรก้มคอนาน ๆ นอกจากนั้นทางที่ดี ควรหาโอกาสขยับตัว โดยลุกขึ้นมาเดินบ้าง ยืดแขนยืดขาบ้างเพื่อเป็นการบริหารข้อต่อ<br />
<img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-9506" src="https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2018/08/sachets2.jpg" alt="" width="718" height="466" srcset="https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2018/08/sachets2.jpg 718w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2018/08/sachets2-300x195.jpg 300w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2018/08/sachets2-510x331.jpg 510w" sizes="(max-width: 718px) 100vw, 718px" /></p>
<p><span style="color: #db027d;"><em><strong>3.เสริมสร้างกล้ามเนื้อ</strong></em></span></p>
<p>แม้ว่าการออกกำลังกายจะเป็นสิ่งดี แต่หากออกกำลังกายหนักเกินไป ก็จะเป็นการสร้างภาระให้กับข้อกระดูกได้ โดยจะเห็นได้จากนักกีฬาอาชีพ ซึ่งมักมีปัญหาข้อกระดูกเสื่อมอย่างรวดเร็ว</p>
<p>ทั้งนี้ การป้องกันโรคข้อเสื่อมจากการออกกำลังกายสามารถทำได้โดยการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ เพราะกล้ามเนื้อเป็นส่วนสำคัญในการแบ่งเบาภาระต่าง ๆ ของข้อต่อเมื่อร่างกายเคลื่อนไหวรุนแรง โดยเฉพาะกล้ามเนื้อบริเวณเอ็นข้อต่อซึ่งเป็นจุดสำคัญของการออกกำลังแทบทุกประเภท นอกจากนี้ การมีกล้ามเนื้อหน้าท้องและกล้ามเนื้อหลังที่ดีจะทำให้หมอนรองกระดูกสันหลังรับภาระน้อยลง ซึ่งลดความเสี่ยงต่อความเสื่อมได้มาก อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะเริ่มฝึกกล้ามเนื้อใด ๆ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อไม่ให้การ ฝึกฝนนั้นไปสร้างภาระให้กับข้อกระดูก<strong> <img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-9507" src="https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2018/08/sachets3.jpg" alt="" width="700" height="439" srcset="https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2018/08/sachets3.jpg 700w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2018/08/sachets3-300x188.jpg 300w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2018/08/sachets3-510x320.jpg 510w" sizes="(max-width: 700px) 100vw, 700px" /></strong></p>
<p>โดยปกติแล้วกระบวนการสร้างและกระบวนการสลายของกระดูกอ่อนบริเวณข้อจะเกิดขึ้นอย่างสมดุล แต่เมื่ออายุมากขึ้นหรือมีการใช้งานข้อต่าง ๆ มากขึ้น กระบวนการสลายกระดูกอ่อนจะเกิดมากกว่ากระบวนการสร้าง บวกกับความเสื่อมถอยของสุขภาพตามอายุ ส่งผลให้กระดูกอ่อนบริเวณข้อมีปริมาณลดลง ในขณะที่กล้ามเนื้อบริเวณข้อไม่แข็งแรงและการเสียดสีของกระดูกมีอัตราเพิ่มมากขึ้น จนก่อให้เกิดอาการอักเสบของข้อและเป็นโรคข้อเสื่อมในเวลาต่อมา</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-9508" src="https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2018/08/sachets4.jpg" alt="" width="1441" height="789" srcset="https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2018/08/sachets4.jpg 1441w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2018/08/sachets4-300x164.jpg 300w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2018/08/sachets4-1024x561.jpg 1024w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2018/08/sachets4-768x421.jpg 768w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2018/08/sachets4-510x279.jpg 510w" sizes="(max-width: 1441px) 100vw, 1441px" /></p>
<p>และอีกหนึ่งตัวช่วยแบบทางลัดทั้ง 3 ขั้นตอนที่แชร์มาข้างต้นบางคนอาจจะทำได้ไม่ครบหรือไม่มีเวลาที่จะดูแลใส่ใจสุขภาพ ข้อเข่าของตัวเอง 108health มีสิ่งดีๆมาแนะนำและอยากบอกต่อกันค่ะ <span style="color: #db027d;"><strong>Nutri Master Boncal Type II(นูทรีมาสเตอร์ บอลแคลไทพ์ทู) </strong></span>ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคอลลาเจนไทพ์ทู เป็นคอลลาเจนสำหรับบำรุงข้อต่อ และกระดูก ในหนึ่งเดียวผสมแคลเซียม และวิตามินดีลิขสิทธิ์เฉพาะจาก UCII ประเทศสหรัฐอเมริกาที่มีคุณประโยชน์ดี๊ดี ที่จะมาช่วยบำรุง รวมถึงซ่อมแซมสุขภาพข้อเข่าของทุกคนให้ทุกการเคลื่อนไหวของข้อเป็นเรื่องง่ายค่ะ<br />
<img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-9504" src="https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2018/08/230901_01_nutrimaster_boncal_typeii_dietary_supplement_product_amount_10sachets_box.jpg" alt="" width="555" height="555" srcset="https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2018/08/230901_01_nutrimaster_boncal_typeii_dietary_supplement_product_amount_10sachets_box.jpg 555w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2018/08/230901_01_nutrimaster_boncal_typeii_dietary_supplement_product_amount_10sachets_box-300x300.jpg 300w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2018/08/230901_01_nutrimaster_boncal_typeii_dietary_supplement_product_amount_10sachets_box-150x150.jpg 150w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2018/08/230901_01_nutrimaster_boncal_typeii_dietary_supplement_product_amount_10sachets_box-247x247.jpg 247w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2018/08/230901_01_nutrimaster_boncal_typeii_dietary_supplement_product_amount_10sachets_box-510x510.jpg 510w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2018/08/230901_01_nutrimaster_boncal_typeii_dietary_supplement_product_amount_10sachets_box-100x100.jpg 100w" sizes="(max-width: 555px) 100vw, 555px" />&#8211; ช่วยลดการอักเสบ บรรเทาอาการปวดของข้อต่อพร้อมเสริมสร้างความแข็งแรงเริ่มเห็นผลได้ตั้งแต่ 1 เดือนแรกที่เริ่มทาน<br />
&#8211; ช่วยเพิ่มระดับน้ำหล่อเลี้ยงในข้อ<br />
&#8211; รูปแบบชงดื่มรสมะนาวอร่อย และช่วยให้ดูดซึมได้ง่าย<br />
&#8211; เหมาะสำหรับผู้ที่ใช้ข้อต่อในการทำกิจกรรมบ่อยๆ หรือมีปัญหาเรื่องข้อต่อ รวมถึงปัญหาข้อเสื่อม</p>
<p>พูดมาขนาดนี้ ต้องลองหาซื้อมาทานกันนะคะ หาซื้อง่ายในร้านวัตสัน ร้านขายยาทั่วประเทศ หรือโทรสั่งที่เบอร์ 02-329-1020แล้วคุณจะพบกับความแข็งแรงของสุขภาพกระดูกและข้อ</p>
<p><em><strong>ช่องทางการติดต่อ :  </strong></em><br />
<a href="http://www.boncaltype2.com">http://www.boncaltype2.com</a><br />
<a href="https://www.facebook.com/NutrimasterThailand/">https://www.facebook.com/NutrimasterThailand/</a><br />
Line : @nutrimaster</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.vistra.co.th/tips-for-bone-and-joint-health-care/prevent-know-about-osteoarthritis/">ป้องกันได้&#8230;หากรู้ทันโรคข้อเสื่อม!</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.vistra.co.th">VISTRA</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.vistra.co.th/tips-for-bone-and-joint-health-care/prevent-know-about-osteoarthritis/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ความต้องการแคลเซียมแต่ละวันในช่วงวัย</title>
		<link>https://www.vistra.co.th/tips-for-bone-and-joint-health-care/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88/</link>
					<comments>https://www.vistra.co.th/tips-for-bone-and-joint-health-care/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88/#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Administrator]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 03 Aug 2017 10:33:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เคล็ดลับดูแลสุขภาพกระดูกและข้อ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://vistra.co.th/?p=2401</guid>

					<description><![CDATA[<p>ความต้องการแคลเซียมแต่ละวันในช่วงวัย &#160; เชื่อว่าทุก [...]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.vistra.co.th/tips-for-bone-and-joint-health-care/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88/">ความต้องการแคลเซียมแต่ละวันในช่วงวัย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.vistra.co.th">VISTRA</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><strong><u>ความต้องการแคลเซียมแต่ละวันในช่วงวัย</u></strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เชื่อว่าทุกคนคงรู้ถึงคุณประโยชน์ของแคลเซียมเป็นอย่างดีแล้ว ว่ามีผลดีต่อร่างกายที่ช่วยให้กระดูกแข็งแรง และเมื่อเร็ว ๆ นี้มีงานวิจัยที่พบว่า<strong> แคลเซียมสามารถช่วยต่อต้านได้อย่างดีต่อโรคความดันโลหิตสูง อาการหัวใจกำเริบ อาการปวดก่อนมีประจำเดือนและมะเร็งลำไส้ แต่คนส่วนน้อยมักละเลยว่า การได้รับแคลเซียมต่อวันนั้นย่อมต้องคำนึงถึงวัยเป็นสำคัญด้วย</strong> ดังนั้นจึงมีข้อมูลมานำเสนอให้คุณผู้อ่านได้ทราบกันค่ะ</p>
<p><strong>วัยเด็ก</strong></p>
<p><strong>เด็ก ๆ ต้องการแคลเซียมมากกว่าวัยผู้ใหญ่และวัยสูงอายุ เด็ก (1-10 ปี) ควรได้รับ 800 &#8211; 1,000 มิลลิกรัมต่อวัน</strong> เพื่อนำมาเสริมสร้างความแข็งแรงให้แก่กระดูกและฟัน และส่วนอื่น ๆ เพื่อใช้เป็นโครงสร้างของร่างกาย โดยการสะสมแคลเซียม ในเด็กที่หัดพูดจะช้าแต่จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในวัยหนุ่มสาว ซึ่งจากการศึกษาพบว่าถ้าปริมาณ แคลเซียมในร่างกายเด็กต่ำ จะทำให้ขบวนการสะสมเกลือแร่ในกระดูก และความหนาแน่นของกระดูกต่ำเป็นผลให้เกิดโรคกระดูกอ่อน หรือโรคกระดูกค่อมงอได้</p>
<p>สิ่งที่สำคัญของช่วงอายุนี้คือ การพัฒนารูปแบบการบริโภคให้สอดคล้องกับระดับแคลเซียม ที่ร่างกายต้องการให้เพียงพอ เพื่อพัฒนาความหนาแน่นของกระดูก ให้การเติบโตของเด็กเป็นปกติ อีกทั้งยังเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงการเป็นโรคเกี่ยวกับกระดูกในช่วงต่อไปของชีวิตได้</p>
<p><strong>วัยหนุ่มสาว</strong></p>
<p><strong>จากการศึกษาวิจัยแสดงว่า ช่วงอายุ 11-24 ปี เป็นช่วงที่ร่างกายดำเนินขบวนการก่อรูปกระดูก</strong> โดยถ้าร่างกายได้รับแคลเซียมในปริมาณที่ต่ำกว่าร่างกายต้องการ จะก่อให้เกิดปัญหาตามมาในภายหลัง ซึ่งถ้าขาดอย่างร้ายแรงจะก่อให้เกิดโรคกระดูกอ่อน มีอาการเจ็บกระดูก เจ็บกล้ามเนื้อ และเมื่อประสบกับการกระดูกหัก กระดูกจะสมานให้เหมือนเดิมได้ช้า ควรได้รับ 1,000 มิลลิกรัมต่อวัน</p>
<p>สิ่งสำคัญคือ การรักษาระดับการบริโภคอาหารให้สอดคล้องกับระดับแคลเซียมที่ต้องการ เพื่อป้องกันโรคเกี่ยวกับกระดูก ถ้าจะต้องมีการสูญเสียไปในภายหลังของช่วงชีวิต โดยถ้าเราได้รับแคลเซียมตั้งแต่อยู่ในวัยหนุ่มสาว หรือกลางคนอย่างสม่ำเสมอและพอเพียง อายุการสึกหรือผุกร่อนตามธรรมชาติ ก็จะยืดออกไปได้อีกนานกว่าคนที่รับแคลเซียมไม่เพียงพอ</p>
<p><strong>หญิงตั้งครรภ์</strong></p>
<p><strong>สำหรับหญิงมีครรภ์แล้ว แคลเซียม นับได้ว่าเป็นแร่ธาตุที่สำคัญต่อสภาวะการตั้งครรภ์อย่างมาก ควรได้รับ 1,500 มิลลิกรัมต่อวัน จำเป็นต้องได้รับมากกว่าคนธรรมดาเป็นพิเศษ</strong>เนื่องจากจะต้องถ่ายทอดแร่ธาตุดังกล่าวสู่ลูก เพื่อการพัฒนาโครงสร้างร่างกายของทารกในครรภ์ ดังนั้นหญิงมีครรภ์จึงมีโอกาสเสี่ยงสูงที่จะขาดแคลนแคลเซียม นอกจากจะช่วยให้พัฒนาการเติบโตของทารกในครรภ์เป็นปกติแล้ว ยังมีส่วนช่วยรักษาเสถียรสภาพความหนาแน่นกระดูกในแม่ ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเกี่ยวกระดูก หรือโรคกระดูกพรุนในภายหลังได้</p>
<p><strong>วัยกลางคนถึงวัยสูงอายุ</strong></p>
<p>คนเราปกติจะมีโอกาสสูญเสียแคลเซียมจากกระดูกเมื่อเรามีอายุมากขึ้น เพราะว่าเมื่ออายุเกินกว่า 30 ปีแล้ว ร่างกายจะไม่สะสมแคลเซียมอีกต่อไป โอกาสเผชิญกับโรคเกี่ยวกับกระดูกจะสูง <strong>ถ้าร่างกายไม่ได้รับแคลเซียมอย่างเพียงพอ ซึ่งควรได้รับ 1,500 มิลลิกรัมต่อวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหญิงวัยหมดประจำเดือน</strong> ซึ่งการศึกษาพบว่าร่างกายจะสูญเสียกระดูกในช่วงประมาณ 5-6 ปีแรกหลังจากหมดประจำเดือน เนื่องจากการลดลงของฮอร์โมน oestrogens และประสิทธิภาพในการสร้าง Vitamin D ก็ลดลงตามวัยที่เพิ่มมากขึ้น จึงมีแนวโน้มจะเป็นโรคกระดูกพรุนสูง</p>
<p>ดังนั้น คนในวัยสูงอายุที่มีการเสริมแคลเซียมให้กับกระดูกอย่างเพียงพอ จะช่วยยับยั้งการสูญเสียกระดูกในช่วงนี้ได้ การเผชิญกับการผุกร่อนของกระดูกจะน้อยลง ความเสี่ยงที่ต้องเผชิญกับโรคที่เกี่ยวกับกระดูก เมื่อย่างเข้าสู่วัยทองก็ น้อยลงหรืออาจไม่เกิดขึ้นเลยก็ว่าได้</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.vistra.co.th/tips-for-bone-and-joint-health-care/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88/">ความต้องการแคลเซียมแต่ละวันในช่วงวัย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.vistra.co.th">VISTRA</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.vistra.co.th/tips-for-bone-and-joint-health-care/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>3</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รู้ทันโรค “ข้อเข่าเสื่อม”</title>
		<link>https://www.vistra.co.th/tips-for-bone-and-joint-health-care/understanding-osteoarthritis-disease/</link>
					<comments>https://www.vistra.co.th/tips-for-bone-and-joint-health-care/understanding-osteoarthritis-disease/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin pp t]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 02 Aug 2017 16:56:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เคล็ดลับดูแลสุขภาพกระดูกและข้อ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.108health.com/?p=8214</guid>

					<description><![CDATA[<p>หลายคนคงเคยได้ยินคุณพ่อคุณแม่บ่นปวดแข้งปวดขา  บางคนถึงก [...]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.vistra.co.th/tips-for-bone-and-joint-health-care/understanding-osteoarthritis-disease/">รู้ทันโรค “ข้อเข่าเสื่อม”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.vistra.co.th">VISTRA</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-8215" src="https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2017/08/1-1.jpg" alt="" width="1200" height="628" srcset="https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2017/08/1-1.jpg 1200w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2017/08/1-1-300x157.jpg 300w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2017/08/1-1-1024x536.jpg 1024w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2017/08/1-1-768x402.jpg 768w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2017/08/1-1-510x267.jpg 510w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p>หลายคนคงเคยได้ยินคุณพ่อคุณแม่บ่นปวดแข้งปวดขา  บางคนถึงกับนั่งหรือลุกขึ้นยืนก็ร้องโอดโอยจนไม่อยากทำกิจกรรมอะไรในแต่ละวัน หรือแม้กระทั่งพวกเราเองที่เข้าสู่วัยทำงาน บางอาชีพที่มีการเดินการยืนตลอดเวลา หรือแม้แต่บางอาชีพที่นั่งทั้งวัน ก็อาจจะมีอาการเจ็บตามข้อต่อต่างๆเป็นของฝากกลับมาจากที่ทำงานเสมอ นั่นแหละค่ะ คือสัญญานอันตรายของอาการโรคข้อเข่าเสื่อมที่เราทุกคนไม่ควรมองข้าม</p>
<p><span style="color: #008080;"><strong>โรคข้อเข่าเสื่อม </strong><strong>( Osteoarthritis </strong><strong>)</strong></span></p>
<p>ภาวะที่กระดูกอ่อนผิวข้อเข่ามีการสึกหรอรวมถึงเสื่อมอย่างช้าๆ และเริ่มแสดงอาการมากขึ้นตามเวลาที่ผ่านไป โดยพบมากในผู้สูงอายุ หรือคนที่ใช้ข้อเข่าหนักๆ เมื่อเกิดอาการจะมีลักษณะปวดเข่า เข่าบวม มีเสียงดังกรุ๊บๆในข้อเข่า โรคข้อเข่าเสื่อมมักเกิดตามข้อต่อใหญ่ๆเช่น ข้อสะโพก ข้อเข่า และ ข้อกระดูกสันหลัง โรคข้อเข่าเสื่อมพบมากในผู้สูงอายุเพศหญิงมากกว่าเพศชาย</p>
<p><span style="color: #008080;"><strong><em><u>สาเหตุหลักๆของการเป็นโรคข้อเข่าเสื่อม ได้แก่</u></em></strong></span></p>
<ol>
<li>1. การใช้เข่าที่ไม่ถูกต้องเป็นเวลานาน</li>
<li>2. ความอ้วน และน้ำหนักตัวมากเกินไปทำให้เข่าต้องแบกรับน้ำหนักเพิ่มขึ้น</li>
<li>3. การได้รับอุบัติเหตุบริเวณข้อเข่ามาก่อน</li>
<li>4. โรคข้ออักเสบ โรคเก๊าท์ หรือ โรครูมาตอยด์</li>
<li>5. อาหารที่เกิดกรด เช่นพวกแอลกอฮอล์ คาเฟอีน</li>
</ol>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-8216" src="https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2017/08/2-2.jpg" alt="" width="960" height="720" srcset="https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2017/08/2-2.jpg 960w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2017/08/2-2-300x225.jpg 300w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2017/08/2-2-768x576.jpg 768w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2017/08/2-2-510x383.jpg 510w" sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px" /></p>
<p><span style="color: #008080;"><strong><em><u>สัญญานอันตรายที่บ่งบอกว่าคุณกำลังข้อเข่าอักเสบ</u></em></strong></span></p>
<ul>
<li>เข่ามีเสียงดังขณะเคลื่อนไหว</li>
<li>ปวดเข่าหรือขาเวลาเดินหรือต้องเคลื่อนไหวร่างกาย หรือแม้กระทั่งตอนนอน</li>
<li>รู้สึกปวดบริเวณข้อโดยจะปวดบริเวณรอบๆข้อแบบระบุตำแหน่งไม่ได้</li>
<li>ข้อบวม อักเสบ และผิดรูป</li>
<li>เริ่มเดินไม่สะดวก จะนั่งก็ลำบาก อาการปวดจะมากขึ้นจนไม่สามารถขยับตัวไปไหนได้</li>
</ul>
<p>หากร่างกายส่งสัญญาน เหล่านี้อย่างน้อย 3 ข้อ ให้เราสงสัยไว้ก่อนเลยว่าอาจเข่าข่ายเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมและควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อหาแนวทางในการรักษาต่อไป</p>
<p><span style="color: #008080;"><strong><em>คอลลาเจนไทพ์ทู</em></strong><strong><em> ( Collagen Type ll </em></strong><strong><em>) </em></strong><strong><em>ตัว</em></strong><strong><em>ช่วยป้องกันโรคข้อเข่าเสื่อมอย่างมีประสิทธิภาพ</em></strong></span></p>
<p>เพราะสาเหตุหลักๆของโรคข้อเข่าเสื่อมมักเกิดจากส่วนประกอบหลักของกระดูกอ่อนอย่าง คอลลาเจนไทพ์ทู<br />
(Collagen Type ll) มีปริมาณที่ลดลง  การเสริมด้วย Collagen Type ll จึงมีส่วนสำคัญมากที่จะช่วยเสริมสร้างและซ่อมแซมการสึกหรอของกระดูกและข้อ</p>
<p><span style="color: #008080;"><strong><em>คอลลาเจนไทพ์ทู</em></strong><strong><em> ( Collagen Type ll </em></strong><strong><em>)</em></strong><strong><em> แบ่งออกเป็นสองประเภทได้แก่</em></strong></span></p>
<ol>
<li><strong><em>Undenatured Collagen Type ll </em></strong></li>
</ol>
<p>เรียกง่ายๆว่า “ยูซีทู” ( UC-ll )  โดยเจ้าตัวนี้จะเป็น คอลลาเจนไทพ์ทู ( Collagen Type ll )  ที่มีโครงสร้างที่สมบูรณ์เหมือนกับคอลลาเจนในกระดูกอ่อนบริเวณข้อของร่างกาย โดยจะสามารถลดอัตราการทำลายหรือเสื่อมของกระดูกอ่อนบริเวณข้อ ส่งผลให้ร่างกายเข้าสู่สภาวะสมดุลของการซ่อมแซมกระดูกอ่อนบริเวณข้อตามธรรมชาติ</p>
<ol start="2">
<li><strong><em>Denatured Collagen Type ll</em></strong></li>
</ol>
<p>เป็นคอลลาเจนที่ใช้เอนไซม์ในการผลิตจึงทำให้ได้โครงสร้างแบบ Denature ซึ่งเป็นคอลลาเจนโครงสร้างที่ถูกเปลี่ยนแปลงไม่ให้ใกล้เคียงกับ กับ คอลลาเจนไทพ์ทู ( Collagen Type ll ) ที่ร่างกายสร้างขึ้น โดยมันจะถูกดูดซึมไปเสริมสร้างส่วนต่างๆของร่างกายแทนการเสริมเฉพาะที่ตรงกระดูกอ่อน</p>
<p><span style="color: #008080;"><strong><em>ทำไมต้อง VISTRA Collagen Type ll</em></strong></span></p>
<p><img decoding="async" class="alignnone wp-image-8221 size-full" src="https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2017/08/14457259_10154080794235852_1659842472485443489_n.jpg" alt="" width="960" height="960" srcset="https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2017/08/14457259_10154080794235852_1659842472485443489_n.jpg 960w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2017/08/14457259_10154080794235852_1659842472485443489_n-300x300.jpg 300w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2017/08/14457259_10154080794235852_1659842472485443489_n-150x150.jpg 150w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2017/08/14457259_10154080794235852_1659842472485443489_n-768x768.jpg 768w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2017/08/14457259_10154080794235852_1659842472485443489_n-247x247.jpg 247w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2017/08/14457259_10154080794235852_1659842472485443489_n-510x510.jpg 510w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2017/08/14457259_10154080794235852_1659842472485443489_n-100x100.jpg 100w" sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px" /></p>
<p><em>ภาพจาก : <a href="https://business.facebook.com/VistraClub/photos/a.185274000851.128280.174853160851/10154080794235852/?type=3&amp;theater">Fanpage VISTRA CLUB</a></em></p>
<ol>
<li>1. แน่นอนว่าช่วยลดการอักเสบและบรรเทาอาการโรคกระดูกเสื่อมและข้อเสื่อมได้</li>
<li>2. ช่วยกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อกระดูกให้มีปริมาณที่มากขึ้น</li>
<li>3. ลดและชะลอการสึกหรอของกระดูกและข้อได้อย่างดีเยี่ยม</li>
<li>4. ทำให้กระดูกแข็งแรง รวมถึงข้อต่อที่ทนทานต่อการสึกกร่อน</li>
<li>5. เพิ่มประสิทธิภาพความยืดหยุ่นของเส้นใยบริเวณข้อต่อ</li>
</ol>
<p>ปัจจุบันด้วยกิจวัตรของคนยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการนั่ง ยืน นอน ที่ผิดสุขลักษณะ แถมยังทานอาหารตามใจปาก ทำให้ปัจจัยการเกิดข้อเข่าเสื่อมส่งผลเร็วขึ้น ปัจจุบันเลยมีผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมตั้งแต่อายุน้อย  40 ปีก็พบภาวะข้อเสื่อมได้ ดังนั้นการป้องกันไว้ก่อนที่จะเกิดอาการจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมากอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ป้องกันให้กับตัวคุณเองและให้กับคุณพ่อคุณแม่</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.vistra.co.th/tips-for-bone-and-joint-health-care/understanding-osteoarthritis-disease/">รู้ทันโรค “ข้อเข่าเสื่อม”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.vistra.co.th">VISTRA</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.vistra.co.th/tips-for-bone-and-joint-health-care/understanding-osteoarthritis-disease/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สุขภาพกระดูกและข้อ</title>
		<link>https://www.vistra.co.th/tips-for-bone-and-joint-health-care/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad/</link>
					<comments>https://www.vistra.co.th/tips-for-bone-and-joint-health-care/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad/#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Administrator]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 19 Sep 2016 10:00:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เคล็ดลับดูแลสุขภาพกระดูกและข้อ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://vistra.co.th/?p=1589</guid>

					<description><![CDATA[<p>สุขภาพกระดูกและข้อ                  กระดูกและข้อจัดเป็น [...]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.vistra.co.th/tips-for-bone-and-joint-health-care/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad/">สุขภาพกระดูกและข้อ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.vistra.co.th">VISTRA</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div style="width: 80%; text-align: left; padding-left: 10%;">
<p><span style="font-family: kittithada; font-size: 24pt;"><img decoding="async" class="wp-image-1590 aligncenter" src="https://vistra.co.th/wp-content/uploads/2016/09/protein-300x170.jpg" alt="" width="568" height="322" srcset="https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2016/09/protein-300x170.jpg 300w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2016/09/protein-450x254.jpg 450w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2016/09/protein-258x146.jpg 258w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2016/09/protein-50x28.jpg 50w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2016/09/protein-133x75.jpg 133w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2016/09/protein.jpg 460w" sizes="(max-width: 568px) 100vw, 568px" /></span></p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="font-family: kittithada; font-size: 24pt;"><strong>สุขภาพกระดูกและข้อ</strong></span><br />
<span style="font-family: kittithada; font-size: 24pt;">                 กระดูกและข้อจัดเป็นอวัยวะที่สำคัญต่อร่างกายโดยมีหน้าที่หลักคือ การเป็นโครงสร้างของร่างกาย เป็นที่ยึดเกาะของกล้ามเนื้อ ป้องกันการกระทบกระเทือนของอวัยวะภายใน ช่วยในการเคลื่อนไหวและหายใจ เป็นต้น ดังนั้นการดูแลสุขภภาพกระดูกด้วยการเสริมพวกแคลเซียม การออกกำลังกาย และการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์จึงเป็นสิ่งที่สำคัญ</span></p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="font-family: kittithada; font-size: 24pt;"><strong>สารอาหารเพื่อสุขภาพกระดูกและข้อ<br />
1. แคลเซียม</strong></span><br />
<span style="font-family: kittithada; font-size: 24pt;"> <strong><u>กลไกการทำงาน</u></strong></span><br />
<span style="font-family: kittithada; font-size: 24pt;">                 แคลเซียมจัดเป็นแร่ธาตุที่พบมากที่สุดในร่างกายมนุษย์ ซึ่งจำเป็นต่อพัฒนาการของกระดูกและฟันที่แข็งแรง แหล่งอาหารที่พบแคลเซียมได้แก่ ปลาเล็กปลาน้อย กุ้งแห้งตัวเล็ก ผักใบเขียวทุกชนิด ยอดแค ยอดสะเดา นมและผลิตภัณฑ์จากนม ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง และพืชตระกูลถั่ว</span></p>
<p style="padding-left: 60px;"><span style="font-family: kittithada; font-size: 24pt;"><strong>รูปแบบของแคลเซียม</strong></span><br />
<span style="font-family: kittithada; font-size: 24pt;"> รูปแบบของแคลเซียมมีอยู่หลายรูปแบบด้วยกัน ที่พบบ่อยได้แก่ แคลเซียม คาร์บอเนต, แคลเซียม ซิเตรต, และแคลเซียม กลูโคเนต ซึ่งแคลเซียมในแต่ละรูปแบบมีข้อดีและวิธีการใช้ที่แตกต่างกันออกไปดังนี้</span></p>
<p style="padding-left: 90px;"><span style="font-family: kittithada; font-size: 24pt;">1. แคลเซียม คาร์บอเนต: ต้องอาศัยกรดในกระเพาะอาหารเป็นตัวช่วยในการแตกตัว เพราะฉะนั้นแนะนำให้รับประทานหลังทานอาหาร ข้อดีของรูปแบบนี้คือ ให้ปริมาณของแร่ธาตุแคลเซียมในปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย</span></p>
<p style="padding-left: 90px;"><span style="font-family: kittithada; font-size: 24pt;">2. แคลเซียม ซิเตรต: รับประทานได้ทุกช่วงเวลา เพราะไม่ต้องอาศัยกรดในกระเพาะอาหารเป็นตัวช่วยในการแตกตัว แต่ข้อเสียคือ ให้ปริมาณแร่ธาตุแคลเซียมในปริมาณที่ต่ำ</span></p>
<p style="padding-left: 90px;"><span style="font-family: kittithada; font-size: 24pt;">3. แคลเซียม กลูโคเนต : เป็นอีกรูปแบบหนึ่งที่ใช้ในเครื่องดื่มชนิดชง เนื่องจากเป็นรูปแบบที่ละลายน้ำได้ค่อนข้างดี รวมถึงมีรสชาติที่ดีเหมาะสำหรับการทำเครื่องดื่ม</span></p>
<p style="padding-left: 90px;"><span style="font-family: kittithada; font-size: 24pt;">เพื่อกระดูกและฟันที่แข็งแรงมากขึ้นควรรับประทานแคลเซียมและสารอาหารชนิดอื่นร่วมกัน</span><br />
<span style="font-family: kittithada; font-size: 24pt;"> แมกนีเซียม : ทำงานร่วมกับแคลเซียมเพื่อกระบวนการสร้างกระดูกและฟันที่แข็งแรง</span><br />
<span style="font-family: kittithada; font-size: 24pt;"> วิตามินเค : จำเป็นต่อการดูดซึมแคลเซียมเข้าสู่กระแสเลือด และสำคัญต่อกระบวนการผลิตโปรตีนบางชนิดที่จำเป็น ต่อความแข็งแรงของกระดูกและฟัน รวมทั้งลดการสลายตัวของแคลเซียม</span><br />
<span style="font-family: kittithada; font-size: 24pt;"> ไลซีน : เพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมแคลเซียม</span><br />
<span style="font-family: kittithada; font-size: 24pt;"> วิตามินดี : เพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมแคลเซียม</span><br />
<span style="font-family: kittithada; font-size: 24pt;"> วิตามินซี : เพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมแคลเซียม</span></p>
<p style="padding-left: 60px;"><span style="font-family: kittithada; font-size: 24pt;"><strong>2. น้ำมันปลา</strong></span><br />
<span style="font-family: kittithada; font-size: 24pt;">              เมื่อพูดถึงเรื่องสุขภาพกระดูกและข้อแน่นอนว่า แคลเซียมจัดเป็นสารอาหารอันดับหนึ่งที่คิดถึง แต่อย่างไรก็ตามแคลเซียมเป็นสารอาหารเพื่อการเจริญเติบโตและแข็งแรงของกระดูกและฟัน แต่หากพูดถึงเรื่องของอาการปวดข้ออักเสบแล้ว น้ำมันปลาจัดเป็นผลิตภัณฑ์อีกชนิดที่ช่วยบรรเทาอาการได้</span><br />
<span style="font-family: kittithada; font-size: 24pt;"> <strong><u>กลไกการทำงาน</u></strong></span><br />
<span style="font-family: kittithada; font-size: 24pt;">              สารอาหารที่สำคัญในน้ำมันปลาคือ กรดไขมันโอเมก้า-3 ซึ่งมีกรดไขมันหลักๆ อยู่สองตัว คือ EPA (Eicosapentaenoic Acid) และ DHA(Docosahexaenoic Acid) ซึ่งจากการศึกษาพบว่า EPA มีคุณสมบัติในการลดอาการอักเสบ ในผู้ป่วยที่มีอาการข้อเสื่อม และข้ออักเสบรูมาตอยด์ เนื่องจาก EPA สามารถลดสารที่ก่อให้เกิดอาการอักเสบ ปวด บวม นอกจากนั้นยังช่วยเพิ่มการสร้างสาร Prostaglandin E3(PGE3) ซึ่งเป็นสารที่มีคุณสมบัติทำให้อาการอักเสบต่างๆ ของข้อลดลงได้</span></p>
<p style="padding-left: 60px;"><span style="font-family: kittithada; font-size: 24pt;"><strong>3. กระดูกอ่อนปลาฉลาม</strong></span><br />
<span style="font-family: kittithada; font-size: 24pt;"> <strong><u>กลไกการทำงาน</u></strong></span><br />
<span style="font-family: kittithada; font-size: 24pt;">              กระดูกอ่อนปลาฉลามมีผลในการบรรเทาหรือรักษาโรคข้อเสื่อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้เนื่องจากองค์ประกอบหลักที่อยู่ในกระดูกอ่อนปลาฉลามคือ สารในกลุ่มไกลโคสอะมิโนไกลแคน (Glycosaminoglycans) ซึ่ง 80% เป็นสาร คอนดรอยติน (Chondroitin) ที่เป็นสารอาหารหลักสำหรับบรรเทาอาการของข้อเสื่อม</span></p>
<p style="padding-left: 60px;"><span style="font-family: kittithada; font-size: 24pt;">คอนดรอยติน(Chondroitin) บรรเทาอาการข้อเสื่อมโดยทำหน้าที่:</span><br />
<span style="font-family: kittithada; font-size: 24pt;">     &#8211; ยับยั้งเอนไซม์ Collagenase ที่เข้ามาทำลายคอลลาเจนบริเวณกระดูกอ่อน</span><br />
<span style="font-family: kittithada; font-size: 24pt;">     &#8211; ลดการสร้างสารบางชนิดที่เข้าทำลาย Cartilage Matrix</span><br />
<span style="font-family: kittithada; font-size: 24pt;">     &#8211; เพิ่มความสามารถในการดึงน้ำหล่อลื่นเข้าสู่ระหว่างข้อมากขึ้น</span><br />
<span style="font-family: kittithada; font-size: 24pt;">     &#8211; เพิ่มปริมาณการสังเคราะห์ Proteoglycans และกรดไฮยาลูโลนิกมากขึ้น</span><br />
<span style="font-family: kittithada; font-size: 24pt;">     &#8211; ลดการเสียดสีระหว่างข้อต่อ ส่งผลให้ลดการอักเสบ ปวดและบวมได้</span></p>
<p style="padding-left: 60px;"><span style="font-family: kittithada; font-size: 24pt;"><strong>4. โบรอน</strong></span><br />
<span style="font-family: kittithada; font-size: 24pt;">              โบรอน เป็นแร่ธาตุธรรมชาติ ซึ่งการได้รับโบรอนในปริมาณที่เพียงพอหรือไม่นั้นจะต้องขึ้นอยู่กับความอุดมสมบูรณ์ของดินและแหล่งน้ำบริเวณนั้น</span><br />
<span style="font-family: kittithada; font-size: 24pt;"> <strong><u>กลไกการทำงาน</u></strong></span><br />
<span style="font-family: kittithada; font-size: 24pt;">    &#8211; โบรอน มีผลต่อความหนาแน่น และความแข็งแรงของกระดูก</span><br />
<span style="font-family: kittithada; font-size: 24pt;">    &#8211; โบรอน ช่วยให้กล้ามเนื้อมีความแข็งแรง ซึ่งส่งผลต่อกระดูกที่แข็งแรง</span><br />
<span style="font-family: kittithada; font-size: 24pt;">    &#8211; โบรอน ช่วยลดปริมาณการสลายแคลเซียมและแมกนีเซียม</span><br />
<span style="font-family: kittithada; font-size: 24pt;">    &#8211; โบรอน รักษาสมดุลของฮอร์โมนเอสโตรเจน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่มีผลต่อกระบวนการสร้างกระดูกที่แข็งแรง</span></p>
</div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.vistra.co.th/tips-for-bone-and-joint-health-care/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad/">สุขภาพกระดูกและข้อ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.vistra.co.th">VISTRA</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.vistra.co.th/tips-for-bone-and-joint-health-care/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>4</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
