<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>เกร็ดความรู้สุขภาพ Archives - VISTRA</title>
	<atom:link href="https://www.vistra.co.th/category/health-tips/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.vistra.co.th/category/health-tips/</link>
	<description>วิตามิน อาหารเสริม Vistra ชีวิตดี เริ่มที่สุขภาพ</description>
	<lastBuildDate>Fri, 20 Sep 2024 14:27:38 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.1.10</generator>

<image>
	<url>https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2018/08/favicon-2-50x50.png</url>
	<title>เกร็ดความรู้สุขภาพ Archives - VISTRA</title>
	<link>https://www.vistra.co.th/category/health-tips/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>รวมวิธีและอาหารเสริมลดการอักเสบจากการทำศัลยกรรม</title>
		<link>https://www.vistra.co.th/health-tips/techniques-and-gotu-kola-and-vitamin-to-reduce-swelling/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 05 Mar 2024 16:47:28 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เกร็ดความรู้สุขภาพ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.vistra.co.th/?p=5632</guid>

					<description><![CDATA[<p>หลังจากทำศัลยกรรมมักเกิดอาการบวมและช้ำจากการอักเสบได้ บทความนี้จึงรวมวิธีลดบวม และอาหารเสริมลดการอักเสบมาแนะนำให้ได้รู้จักกัน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.vistra.co.th/health-tips/techniques-and-gotu-kola-and-vitamin-to-reduce-swelling/">รวมวิธีและอาหารเสริมลดการอักเสบจากการทำศัลยกรรม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.vistra.co.th">VISTRA</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>หลังการผ่าตัดศัลยกรรมใบหน้า หลายคนอาจเกิดอาการบวมช้ำขึ้นได้เป็นปกติ เนื่องจากเนื้อเยื่อบริเวณที่ทำการผ่าตัดจะเกิดการอักเสบขึ้น ซึ่งโดยปกติแล้วจะหายได้เอง แต่ในบางครั้งอาการบวมช้ำที่เกิดขึ้นอาจยาวนานจนทำให้แผลหายช้าลง จนอาจส่งผลต่อผลลัพธ์หลังการผ่าตัดได้ ดังนั้น การดูแลผิวหน้าให้หายบวมช้ำเร็วขึ้นด้วยวิธีการต่าง ๆ รวมถึงการเลือกบำรุงด้วยวิตามินและอาหารเสริมที่ช่วยลดการอักเสบจึงช่วยให้ผิวกลับคืนสู่ภาวะปกติ และเห็นผลลัพธ์การศัลยกรรมได้ชัดเจนขึ้น</p>
<h2>วิธีลดผิวบวมช้ำจากการทำศัลยกรรม</h2>
<p>เพื่อให้อาการบวมและช้ำที่เกิดขึ้นหลังการผ่าตัดทำศัลยกรรมใบหน้าลดลง คุณสามารถใช้วิธีการต่าง ๆ เหล่านี้ได้</p>
<ol>
<li><strong>การประคบเย็น</strong></li>
</ol>
<p>การประคบผิวหน้าบริเวณที่บวมช้ำจากการทำศัลยกรรมด้วยเจลแพ็กแช่เย็น หรือผ้าขนหนูเย็น/แช่แข็ง จะช่วยลดอาการบวม ช้ำ รวมถึงอาการปวดแผลได้เป็นอย่างดี โดยควรประคบเย็นหลังผ่าตัดทันที และประคบอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 48 ชั่วโมง เพราะความเย็นจะทำให้หลอดเลือดหดตัว เพิ่มความหนืดของเลือด และทำให้เลือดหยุดไหลไวขึ้น จึงช่วยลดอาการบวมช้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตามควรหลีกเลี่ยงการประคบเย็นบนซิลิโคนเพราะอาจทำให้ซิลิโคนเคลื่อนตัวได้</p>
<ol start="2">
<li><strong>การประคบอุ่นหลังทำศัลยกรรมครบ 1 สัปดาห์</strong></li>
</ol>
<p>หลังจากประคบเย็นครบ 2 วัน และปล่อยให้แผลได้ฟื้นตัวแล้วครบ 1 สัปดาห์ คุณสามารถประคบอุ่นที่ผิวได้ โดยการประคบอุ่นจะทำให้เส้นเลือดขยายตัว และช่วยให้ลิ่มเลือดสลายเร็วขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้พังผืดนุ่มเร็วขึ้นอีกด้วย แต่ที่สำคัญคือจะต้องระวังไม่ใช้อุณหภูมิที่สูงเกินไปในการประคบอุ่น และต้องคอยสังเกตว่าหน้าบวมขึ้นมากกว่าเดิมหลังประคบอุ่นหรือไม่</p>
<ol start="3">
<li><strong>นอนยกหัวขึ้นสูงเสมอ</strong></li>
</ol>
<p>ในช่วงสัปดาห์แรกหลังการผ่าตัดทำศัลยกรรม คุณควรนอนและนั่งในท่าที่ยกหัวให้สูงกว่าระดับหัวใจเสมอ เพราะการนอนยกหัวขึ้นสูงจะช่วยยับยั้งการไหลของน้ำออกจากเส้นเลือด ซึ่งจะช่วยลดอาการบวมได้ จึงควรนอนหมอนสูง และเลี่ยงการก้มหัวเป็นเวลานาน ๆ</p>
<ol start="4">
<li><strong>ทานอาหารเสริมลดการอักเสบและบวม</strong></li>
</ol>
<p>นอกจากการประคบเย็น ประคบอุ่น และการนอนยกหัวสูงแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่จะช่วยให้ลดอาการบวมและช้ำจากการทำศัลยกรรมได้เป็นอย่างดีก็คือ การเลือกทานอาหารเสริมและวิตามินที่มีส่วนช่วยในการลดบวม ลดอักเสบนั่นเอง</p>
<h2>แนะนำสารสกัดและวิตามินช่วยลดการอักเสบ</h2>
<h3>สารสกัดจากใบบัวบก ตัวเลือกแก้ผิวบวมช้ำ ลดปัญหาสิว!</h3>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-5626" src="https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2024/03/centella-asiatica-extract-dietary-supplement-inflammation-reduction.jpg" alt="สารสกัดจากใบบัวบกเป็นหนึ่งในอาหารเสริมลดการอักเสบ" width="1000" height="667" srcset="https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2024/03/centella-asiatica-extract-dietary-supplement-inflammation-reduction.jpg 1000w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2024/03/centella-asiatica-extract-dietary-supplement-inflammation-reduction-300x200.jpg 300w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2024/03/centella-asiatica-extract-dietary-supplement-inflammation-reduction-768x512.jpg 768w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2024/03/centella-asiatica-extract-dietary-supplement-inflammation-reduction-510x340.jpg 510w" sizes="(max-width: 1000px) 100vw, 1000px" /></p>
<p>หากคุณกำลังมองหาสารอาหารที่ช่วยลดบวม สารสกัดใบบัวบกคือหนึ่งในตัวเลือกที่ช่วยดูแลผิวหน้าได้เป็นอย่างดี เพราะสารสกัดจากใบบัวบกมีสรรพคุณในการลดบวมช้ำหลังศัลยกรรม บรรเทาอาการอักเสบต่าง ๆแถมยังช่วยลดปัญหาสิว และมีข้อดีอื่น ๆ อีกดังนี้</p>
<ul>
<li>กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน</li>
<li>สังเคราะห์การสร้างเนื้อเยื่อใหม่</li>
<li>ต้านอนุมูลอิสระ ต่อต้านการเสื่อมของเซลล์</li>
</ul>
<p>อยากดูแลให้ผิวหน้าหายบวมไวหลังทำศัลยกรรม ต้องลองทำตามวิธีลดผิวบวมที่เรานำมาฝาก พร้อมเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ และเสริมด้วยผลิตภัณฑ์หรืออาหารเสริมลดการอักเสบที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากใบบัวบกมาช่วยลดบวมช้ำ ลดปัญหาผิวอักเสบ พร้อมเสริมสร้างสารต้านอนุมูลอิสระให้ร่างกาย เพื่อใบหน้าที่สวยเป๊ะเข้าที่ไวและสุขภาพผิวที่ดี</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ข้อมูลอ้างอิง</strong></p>
<ol>
<li><a href="https://www.phyathai.com/th/article/2344-_4_ways_to_relieve_swelling_and_bruised_after_aesthetic_surgerybranchpyts" target="_blank" rel="noopener">4 วิธี ลดอาการบวมช้ำหลังศัลยกรรมให้เข้าที่เร็วขึ้น!</a>. สืบค้นเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2566</li>
<li><a href="https://www3.rdi.ku.ac.th/?p=29445" target="_blank" rel="noopener">รู้คุณค่าสารสำคัญจากใบบัวบก</a>. สืบค้นเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2566</li>
<li><a href="https://www.thaiherbinfo.com/th/article/ลดบวมช้ำ-หลังศัลยกรรม-ด้วยบัวบก" target="_blank" rel="noopener">ลดบวมช้ำ หลังศัลยกรรม ด้วยบัวบก</a>. สืบค้นเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2566</li>
</ol>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.vistra.co.th/health-tips/techniques-and-gotu-kola-and-vitamin-to-reduce-swelling/">รวมวิธีและอาหารเสริมลดการอักเสบจากการทำศัลยกรรม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.vistra.co.th">VISTRA</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ลดความเสี่ยงในการเกิดโรค ด้วยการเสริมไขมันดีให้ร่างกาย</title>
		<link>https://www.vistra.co.th/health-tips/what-to-know-about-hdl/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 08 Feb 2024 07:32:31 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เกร็ดความรู้สุขภาพ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.vistra.co.th/?p=5605</guid>

					<description><![CDATA[<p>ทางเลือกของคนรักสุขภาพ! เลือกกินไขมันดี เพื่อเสริมสร้างร่างกายแข็งแรงจากภายใน ช่วยควบคุมระดับคอเลสเตอรอลในเลือด ลดการอักเสบ และความเสี่ยงของโรคหัวใจ </p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.vistra.co.th/health-tips/what-to-know-about-hdl/">ลดความเสี่ยงในการเกิดโรค ด้วยการเสริมไขมันดีให้ร่างกาย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.vistra.co.th">VISTRA</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อได้ยินคำว่า &#8216;ไขมัน&#8217; หลายคนอาจคิดเหมารวมไปว่าเป็นสิ่งที่ไม่ดีต่อร่างกายทั้งหมด แต่แท้จริงแล้วไขมันในอาหารมีทั้งชนิดที่ดีและไม่ดี ซึ่งการได้รับไขมันดีในปริมาณที่เหมาะสมย่อมส่งผลดีต่อร่างกาย อีกทั้งยังช่วยลดปริมาณไขมันไม่ดีได้อีกด้วย วันนี้เราจึงจะพาไปทำความรู้จักกับไขมันดีให้มากขึ้นว่าคืออะไร เพื่อให้สามารถตัดสินใจเลือกกินอาหารที่ส่งผลดีต่อสุขภาพกันได้ง่ายขึ้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>ทำความรู้จัก! ไขมันดี คืออะไร</h2>
<p>ไขมันดี หรือ HDL (High Density Lipoprotein) คือชนิดของไขมันที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยเสริมสร้างสุขภาพ ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของเซลล์ที่คอยดูแลระบบประสาท หัวใจ รวมถึงผิวพรรณ โดยทำหน้าที่คอยเก็บคราบไขมันตามผนังหลอดเลือดออกไป แล้วขับออกจากร่างกายผ่านตับและน้ำดี ซึ่งไขมันดีมีหลายประเภท แต่ที่รู้จักกันโดยทั่วไปมีอยู่ 2 แบบ คือไขมันอิ่มตัว และไขมันไม่อิ่มตัว ซึ่งหากได้รับไขมันอิ่มตัวในปริมาณมากไป ก็อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ ในขณะที่ไขมันไม่อิ่มตัวจะส่งผลต่อการเกิดโรคน้อยกว่า ทำให้ไขมันดีไม่อิ่มตัวกลายเป็นอีกทางเลือกของคนรักสุขภาพ เนื่องด้วยประโยชน์ ดังนี้</p>
<h3>ควบคุมน้ำหนัก</h3>
<p>เนื่องจากไขมันดีใช้เวลาในการย่อยนานกว่าไขมันชนิดอื่น ทำให้ร่างกายรู้สึกอิ่มเร็วและนานขึ้น จึงช่วยลดความอยากอาหาร อีกทั้งยังมีส่วนช่วยเพิ่มการเผาผลาญพลังงาน ลดการดูดซึมไขมันจากอาหารเข้าสู่ร่างกาย</p>
<h3>ส่งเสริมสุขภาพหัวใจ</h3>
<p>โดยไขมันดีจะช่วยลดการอักเสบและลดการเกิดออกซิเดชัน ซึ่งเป็นกระบวนการที่อาจนำไปสู่ความเสียหายของเซลล์ในร่างกาย ที่อาจนำไปสู่โรคหัวใจได้</p>
<h3>เพิ่มคอเลสเตอรอลชนิดที่ดีและลดคอเลสเตอรอลไม่ดี</h3>
<p>ไขมันดีช่วยเพิ่มระดับคอเลสเตอรอลชนิดดีให้สูงขึ้น โดยจะช่วยดึงคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดีออกจากหลอดเลือดแดงและนำไปกำจัดที่ตับ อีกทั้งไขมันดียังช่วยลดการดูดซึมคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี โดยทำหน้าที่เคลือบผนังลำไส้ ทำให้คอเลสเตอรอลชนิดไม่ดีดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้น้อยลง</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>วิธีเพิ่มไขมันดีไม่อิ่มตัว</h2>
<p>การกินเป็นวิธีเพิ่มไขมันดีไม่อิ่มตัวได้ดีที่สุด โดยการบริโภคในปริมาณที่เหมาะสมจะช่วยส่งเสริมสุขภาพที่ดีและลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่าง ๆ ได้ ซึ่งสามารถพบได้ในอาหารดังนี้</p>
<h3>น้ำมันมะกอก</h3>
<p>น้ำมันมะกอก เป็นน้ำมันพืชที่อุดมไปด้วยกรดโอลิอิก ซึ่งเป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว จึงไม่เพิ่มระดับคอเลสเตอรอลในเลือด อีกทั้งยังเป็นแหล่งที่ดีของวิตามินอี ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันมะเร็ง ลดการอักเสบของหลอดเลือด และลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ</p>
<h3>น้ำมันจากเมล็ดพืช</h3>
<p>น้ำมันพืชเป็นแหล่งของไขมันดีไม่อิ่มตัวที่อุดมสมบูรณ์ สามารถเลือกบริโภคน้ำมันพืชได้หลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น น้ำมันดอกทานตะวัน น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันงา โดยแนะนำให้ใช้น้ำมันพืชในการปรุงอาหารแทนเนยหรือน้ำมันจากสัตว์</p>
<h3>ถั่ว</h3>
<p>ถั่วและเมล็ดพืช เช่น ถั่วลิสง อัลมอนด์ วอลนัท เป็นอาหารที่มีไขมันดีไม่อิ่มตัวสูง จึงช่วยลดปริมาณไขมันไม่ดี ซึ่งแม้จะมีข้อดี แต่ก็เป็นอาหารที่ให้พลังงานและไขมันสูง จึงไม่ควรทานมากเกินไป</p>
<h3>อะโวคาโด</h3>
<p>อะโวคาโดเป็นแหล่งที่ดีของกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว ซึ่งช่วยลดคอเลสเตอรอลและอาจช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด อีกทั้งยังมีกรดโฟเลตและกากใยอาหารสูง</p>
<h3>น้ำมันปลา</h3>
<p>โดยเฉพาะในปลาทะเลที่มีกรดไขมันสูง เช่น แซลมอน ทูน่า แมคเคอเรล และซาร์ดีน ซึ่งมีกรดไขมัน Omega-3 ที่ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดีและเพิ่มคอเลสเตอรอลชนิดที่ดี ซึ่งมีการศึกษาพบว่าการทานน้ำมันปลาเป็นประจำ จะช่วยลดอัตราเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและการเกิดโรคมะเร็ง อีกทั้งยังช่วยให้สุขภาพจิตดีขึ้นได้ การเพิ่มไขมันดีด้วยน้ำมันปลา จึงนับว่าเป็นหนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-5606" src="https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2024/02/choose-quality-fish-oil-guide.jpg" alt="วิธีเลือกน้ำมันปลาให้มีคุณภาพ" width="1000" height="667" srcset="https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2024/02/choose-quality-fish-oil-guide.jpg 1000w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2024/02/choose-quality-fish-oil-guide-300x200.jpg 300w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2024/02/choose-quality-fish-oil-guide-768x512.jpg 768w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2024/02/choose-quality-fish-oil-guide-510x340.jpg 510w" sizes="(max-width: 1000px) 100vw, 1000px" /></p>
<h2>เคล็ดลับ! เลือกผลิตภัณฑ์น้ำมันปลาอย่างไรให้ปลอดภัย ได้คุณภาพดี</h2>
<h3>ดูแหล่งที่มา</h3>
<p>โดยน้ำมันปลาที่ดีที่สุดต้องมาจากปลาทะเลน้ำลึก เนื่องจากมีกรดไขมัน Omega-3 สูง อีกทั้งน้ำมันปลาจากแหล่งธรรมชาติยังมีโอกาสปนเปื้อนสารได้น้อยกว่า</p>
<h3>เลือกที่มี EPA, DHA และ Omega-3</h3>
<p>เนื่องจากเป็นกรดไขมันที่สำคัญต่อสุขภาพ จึงควรเลือกให้มีปริมาณสอดคล้องกัน โดยบางผลิตภัณฑ์อาจมี Omega-3 สูง แต่มี EPA และ DHA น้อยมาก ซึ่งอาจเกิดจากการเจือปนกับสารชนิดอื่น โดยสัดส่วนที่เหมาะสมที่สุดของ EPA : DHA คือ 3:2</p>
<h3>รูปแบบเม็ดแคปซูลนิ่มรักษาคุณภาพได้ดีกว่า</h3>
<p>เนื่องจากแคปซูลนิ่มสามารถช่วยป้องกันการสลายตัวของกรดไขมัน Omega-3 ได้ดีกว่าเม็ดยาในรูปแบบแคปซูลแข็ง ที่อาจมีรอยรั่วทำให้อากาศเข้าไป จนกรดไขมันสลายตัวและมีปริมาณลดลง</p>
<h3>สังเกตที่บรรจุภัณฑ์</h3>
<p>ตรวจสอบให้แน่ใจว่าบรรจุภัณฑ์สามารถช่วยปกป้องน้ำมันปลาให้ยังคงคุณค่าได้อย่างดีเยี่ยม โดยที่ขวดต้องมีมาตรฐาน ทึบแสง และมีฝาปิดสนิท</p>
<p>เสริมไขมันไม่อิ่มตัวให้ร่างกายได้ง่ายเพียงรับประทานตามคำแนะนำ โดยเลือกกินไขมันดีในปริมาณที่เหมาะสมต่อร่างกาย ซึ่งควรกินให้ได้ 20-35% ของพลังงานที่ควรได้รับต่อวัน หรือเลือก<a href="https://www.vistra.co.th/product/vistra-odorless-fish-oil-1000mg/" target="_blank" rel="noopener">อาหารเสริมลดไขมันในเลือด</a>ที่ช่วยลดไขมันไม่ดี ที่ทำให้เจ็บป่วย เพื่อเสริมให้ร่างกายมีสุขภาพดีจากภายใน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ข้อมูลอ้างอิง</strong></p>
<ol>
<li>ไขมันไม่อิ่มตัวสำคัญอย่างไร และรับประทานอย่างไรให้เหมาะสม. สืบค้นเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2566 จาก <a href="https://www.pobpad.com/ไขมันไม่อิ่มตัวสำคัญอย" target="_blank" rel="noopener">https://www.pobpad.com/ไขมันไม่อิ่มตัวสำคัญอย</a></li>
<li>อาหารไขมันดี เลือกกินให้ถูกเพื่อประโยชน์ต่อสุขภาพ. สืบค้นเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2566 จาก <a href="https://www.pobpad.com/อาหารไขมันดี-เลือกกินให" target="_blank" rel="noopener">https://www.pobpad.com/อาหารไขมันดี-เลือกกินให</a></li>
<li>ไขมันดีที่เป็นมิตรกับสุขภาพ. สืบค้นเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2566 จาก <a href="https://www.vibhavadi.com/Health-expert/detail/255" target="_blank" rel="noopener">https://www.vibhavadi.com/Health-expert/detail/255</a></li>
<li>กินไขมันอย่างไรให้ได้ประโยชน์. สืบค้นเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2566 จาก <a href="https://www.vichaiyut.com/th/health/informations/how-eat-fat-good-health" target="_blank" rel="noopener">https://www.vichaiyut.com/th/health/informations/how-eat-fat-good-health</a></li>
<li>How to Choose the Best Omega-3 Supplement. สืบค้นเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2566 จาก <a href="https://omegaquant.com/how-to-choose-the-best-omega-3-supplement/" target="_blank" rel="noopener">https://omegaquant.com/how-to-choose-the-best-omega-3-supplement/</a></li>
</ol>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.vistra.co.th/health-tips/what-to-know-about-hdl/">ลดความเสี่ยงในการเกิดโรค ด้วยการเสริมไขมันดีให้ร่างกาย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.vistra.co.th">VISTRA</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทำความรู้จักโพรไบโอติก: คืออะไร ช่วยเสริมสุขภาพได้อย่างไร</title>
		<link>https://www.vistra.co.th/health-tips/asked-questions-about-probiotics/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 29 Jan 2024 09:07:34 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เกร็ดความรู้สุขภาพ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.vistra.co.th/?p=5597</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อพูดถึงปัญหาในการขับถ่าย เรามักได้ยินชื่อโพรไบโอติก [...]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.vistra.co.th/health-tips/asked-questions-about-probiotics/">ทำความรู้จักโพรไบโอติก: คืออะไร ช่วยเสริมสุขภาพได้อย่างไร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.vistra.co.th">VISTRA</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อพูดถึงปัญหาในการขับถ่าย เรามักได้ยินชื่อโพรไบโอติกและพรีไบโอติดตามมาอยู่เป็นประจำ ด้วยความคาดหวังว่าจะสามารถช่วยให้ไร้ปัญหาในการขับถ่าย แต่ยังมีหลายคนที่ไม่รู้ว่าจุลินทรีย์ โพรไบโอติก คืออะไร ดีอย่างไรและสามารถช่วยอะไรต่อร่างกายได้บ้าง และควรกินหรือไม่ เราจึงได้รวบรวมทุกคำถามมาตอบกันที่นี่แบบไม่ต้องไปหาอ่านซ้ำที่อื่น!</p>
<h2>ทำความรู้จัก Probiotic Prebiotic และ Postbiotic คืออะไร</h2>
<p>โพรไบโอติก (Probiotic) คือจุลินทรีย์ขนาดเล็กที่อาศัยอยู่ในลำไส้ โดยมีบทบาทในการช่วยดูแลระบบทางเดินอาหาร ช่วยย่อยและสังเคราะห์วิตามินที่จำเป็นต่อร่างกาย รวมถึงช่วยปรับสมดุลระบบภูมิคุ้มกัน เสริมสร้างสุขภาพให้แข็งแรง ส่วนพรีไบโอติก (Prebiotics) คือใยอาหารชนิดหนึ่งที่ร่างกายไม่สามารถย่อยได้ แต่สามารถถูกย่อยโดยจุลินทรีย์ชนิดดีในลำไส้ หรือโพรโบโอติก กล่าวคือพรีไบโอติกเปรียบเสมือนอาหารของโพรไบโอติก ที่ทำให้โพรไบโอติกเจริญเติบโตได้ดีและสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p>ส่วนโพสไบโอติก (Postbiotic) เป็นสารทางชีวภาพจากกระบวนการย่อยของจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย หรืออาจกล่าวได้ว่าโพสไบโอติก คือสารที่เกิดจากโพรไบโอติกที่ตายแล้ว โดยยังมีประโยชน์ไม่ต่างจากโพรไบโอติกเท่าไรนักและมักเป็นสิ่งที่มาคู่กัน เพราะแม้เชื้อจะตายจนเกิดเป็นโพสไบโอติกไปแล้วแต่สารที่ผลิตเชื้อโพรไบโอติกก็ยังคงอยู่ ทำให้มีทั้งโพรไบโอติกและโพสไบโอติกอยู่ด้วยกัน</p>
<h2>โพรไบโอติก ช่วยอะไร ดีอย่างไรต่อร่างกาย</h2>
<p>โพรไบโอติกมีประโยชน์มากมายที่ส่งผลต่อร่างกาย โดยเฉพาะต่อระบบทางเดินอาหาร โดยสามารถช่วยให้การทำงานของระบบย่อยอาหารและการดูดซึมสารอาหารเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยข้อดี ดังนี้</p>
<ul>
<li><strong>รักษาสมดุลในระบบย่อยอาหาร</strong> โดยสามารถช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ชนิดไม่ดี ซึ่งอาจทำให้เกิดโรคต่าง ๆ เช่น ท้องเสีย โรคลำไส้อักเสบ ได้</li>
<li><strong>เสริมภูมิคุ้มกัน</strong> โพรไบโอติกช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคติดเชื้อ</li>
<li><strong>ลดการอักเสบและภูมิแพ้</strong> ด้วยการปรับการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน โดยกระตุ้นการผลิตเซลล์ภูมิคุ้มกันที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย และยับยั้งการผลิตเซลล์ภูมิคุ้มกันที่ก่อให้เกิดการอักเสบ อีกทั้งยังช่วยยับยั้งการหลั่งสารที่ทำให้เกิดอาการแพ้และช่วยสร้างเยื่อบุลำไส้ที่แข็งแรง ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้สารก่อภูมิแพ้เข้าสู่กระแสเลือดได้อีกด้วย</li>
<li><strong>บรรเทาอาการลำไส้แปรปรวน</strong> ด้วยคุณสมบัติของโพรไบโอติกในการช่วยเพิ่มจำนวนจุลินทรีย์ชนิดดี เพื่อปรับสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ จึงทำให้อาการของโรคลำไส้แปรปรวนดีขึ้น</li>
</ul>
<p>นอกจากจะมีประโยชน์ต่อระบบทางเดินอาหารแล้ว โพรไบโอติกยังส่งผลต่อระบบทางเดินปัสสาวะ โดยช่วยป้องกันการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ ด้วยการเข้าไปยึดเกาะกับผนังกระเพาะปัสสาวะ เพื่อแย่งพื้นที่กับแบคทีเรียที่ก่อโรค และทำการผลิตสารต้านจุลชีพ เพื่อป้องกันไม่ให้แบคทีเรียก่อโรคเจริญเติบโตจนทำให้เกิดการติดเชื้อ จึงช่วยลดการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ ลดการอักเสบ และขับแบคทีเรียออกจากร่างกายได้อีกด้วย</p>
<h2>โพรไบโอติก ต้องกินตอนไหน</h2>
<p>โพรไบโอติกสามารถกินได้ทุกวัน โดยไม่มีช่วงเวลาที่กำหนด แต่แนะนำให้กินช่วงก่อนนอน หรือตอนท้องว่าง เนื่องจากโพรไบโอติกบางชนิดอาจถูกทำลายโดยน้ำย่อยในกระเพาะอาหาร ดังนั้น การกินโพรไบโอติกในช่วงท้องว่างจึงสามารถช่วยให้โพรไบโอติกเกาะกับทางเดินอาหารเพื่อเข้าสู่ลำไส้ได้ดีกว่า</p>
<h2>อาหารที่มีจุลินทรีย์โพรไบโอติกสูง มีอะไรบ้าง</h2>
<p>โดยส่วนใหญ่แล้วอาหารที่เป็นแหล่งของโพรไบโอติก มักเป็นอาหารจากธรรมชาติที่ผ่านกระบวนการการหมัก ดอง จนทำให้ได้จุลินทรีย์ที่มีประโยชน์สูง โดยมีตัวอย่างอาหารที่มีจุลินทรีย์โพรไบโอติก ดังนี้</p>
<p><img decoding="async" class="size-full wp-image-5599 aligncenter" src="https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2024/01/foods-about-probiotics.jpg" alt="" width="1000" height="667" srcset="https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2024/01/foods-about-probiotics.jpg 1000w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2024/01/foods-about-probiotics-300x200.jpg 300w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2024/01/foods-about-probiotics-768x512.jpg 768w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2024/01/foods-about-probiotics-510x340.jpg 510w" sizes="(max-width: 1000px) 100vw, 1000px" /></p>
<h3>โยเกิร์ตและนมเปรี้ยว</h3>
<p>หลายคนอาจเคยได้ยินว่าหากมีปัญหาท้องผูก ขับถ่ายไม่ออก ให้ลองกินโยเกิร์ต นั่นก็เพราะในโยเกิร์ตและนมเปรี้ยวมีโพรไบโอติกที่เกิดจากการหมักนมด้วยจุลินทรีย์แลคโตบาซิลลัส (Lactobacillus) และบิฟิโดแบคทีเรีย (Bifidobacterium) ซึ่งเป็นจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ชนิดไม่ดีในลำไส้ และช่วยส่งเสริมการทำงานของระบบย่อยอาหาร ซึ่งในโยเกิร์ตและนมเปรี้ยวแต่ละชนิดก็อาจมีปริมาณโพรไบโอติกที่แตกต่างกันออกไป แต่โดยส่วนมากแล้ว โยเกิร์ตและนมเปรี้ยวรสธรรมชาติจะมีโพรไบโอติกมากกว่ารสชาติที่ผ่านการปรุงแต่งสีและกลิ่น</p>
<h3>อาหารหมักดอง</h3>
<p>โดยเฉพาะอาหารหมักดองที่เกิดจากการหมักผัก หรือผลไม้ เพราะจุลินทรีย์โพรไบโอติกจะเจริญเติบโตได้ดีในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสูง มีน้ำตาล และกรดเปรี้ยว ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่พบได้ในอาหารหมักดอง เช่น กิมจิ ขิงดอง หรือมิโซะ ซึ่งนอกจากโพรไบโอติกแล้ว อาหารหมักดองบางชนิดก็อาจมีกระบวนการที่ก่อให้เกิดโพสไบโอติกได้เช่นกัน</p>
<h3>ชีสบางชนิด</h3>
<p>ดังที่กล่าวไปว่าอาหารที่เป็นแหล่งของโพรไบโอติกสูง เป็นอาหารที่ผ่านกระบวนการหมักดอง ซึ่งชีสเองก็เช่นกัน แต่ก็ใช่ว่าชีสทุกชนิดจะมีโพรไบโอติก โดยสามารถสังเกตได้โดยดูที่ฉลากของผลิตภัณฑ์ ซึ่งฉลากของผลิตภัณฑ์ชีสที่มีโพรไบโอติกมักจะระบุว่ามีจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น แลคโตบาซิลลัส (Lactobacillus) และบิฟิโดแบคทีเรีย (Bifidobacterium) อยู่ด้วย</p>
<h3>ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม</h3>
<p>ปัจจุบันการเลือกทานผลิตภัณฑ์อาหารเสริม นับว่าเป็นวิธียอดนิยมในการเสริมโพรไบโอติกให้กับร่างกาย เนื่องจากเป็นแหล่งรวมโพรไบโอติกชั้นดี ซึ่งผลิตภัณฑ์อาหารเสริมโพรไบโอติกบางชนิดอาจมีจุลินทรีย์หลายชนิดร่วมกัน นอกจากนั้นยังมีผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนวัตกรรมใหม่ที่รวมเอาทั้งพรีไบโอติกส์ และโพสไบโอติกส์ไว้ในผลิตภัณฑ์เดียว เพื่อส่งเสริมการทำงานของโพรไบโอติกส์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนขึ้นในการเสริมการทำงานของระบบย่อยอาหาร เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และลดความเสี่ยงในการเกิดโรค</p>
<p>หมดปัญหาระบบขับถ่าย สร้างสมดุลให้ร่างกายอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการดูแลระบบย่อยอาหารและเสริมภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงด้วยอาหารเสริมโพรไบโอติก ที่รวมโพรไบโอติกที่ดีต่อร่างกายหลากชนิดไว้ในแหล่งเดียว!</p>
<p><strong>ข้อมูลอ้างอิง</strong></p>
<ol>
<li>รู้จักกับโปรไบโอติกส์ หัวใจแห่งสุขภาพ และการชะลอวัย. สืบค้นเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2566<br />
จาก <a href="https://www.synphaet.co.th/รู้จักกับโปรไบโอติกส์-ห/">https://www.synphaet.co.th/รู้จักกับโปรไบโอติกส์-ห/</a></li>
<li>‘โพรไบโอติกส์’ เสริมภูมิคุ้มกัน แนะนำอาหารโพรไบโอติกสูงที่ควรทาน. สืบค้นเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2566<br />
จาก <a href="https://www.samitivejchinatown.com/th/health-article/probiotics">https://www.samitivejchinatown.com/th/health-article/probiotics</a></li>
<li>ชวนรู้จักโพสไบโอติก (Postbiotic) ตัวช่วยเสริมสุขภาพจากจุลินทรีย์มีประโยชน์. สืบค้นเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2566<br />
จาก <a href="https://www.pobpad.com/ชวนรู้จักโพสไบโอติก-postbiotic-ต">https://www.pobpad.com/ชวนรู้จักโพสไบโอติก-postbiotic-ต</a></li>
</ol>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.vistra.co.th/health-tips/asked-questions-about-probiotics/">ทำความรู้จักโพรไบโอติก: คืออะไร ช่วยเสริมสุขภาพได้อย่างไร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.vistra.co.th">VISTRA</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>6 สารอาหารและวิตามินสำหรับผู้สูงอายุ ช่วยบำรุงกระดูกและข้อ</title>
		<link>https://www.vistra.co.th/health-tips/supplements-for-elders/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 12 Apr 2023 03:25:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เกร็ดความรู้สุขภาพ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://vistra.co.th/?p=5421</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำหรับผู้สูงอายุแล้ว ปัญหาเรื่องกระดูกและข้อเสื่อมนั้นแ [...]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.vistra.co.th/health-tips/supplements-for-elders/">6 สารอาหารและวิตามินสำหรับผู้สูงอายุ ช่วยบำรุงกระดูกและข้อ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.vistra.co.th">VISTRA</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับผู้สูงอายุแล้ว ปัญหาเรื่องกระดูกและข้อเสื่อมนั้นแทบจะเลี่ยงไม่ได้เลย เพราะเมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายก็มักจะเสื่อมลงตามธรรมชาติ ทำให้การเดิน วิ่ง ขยับร่างกายนั้นไม่สะดวกอย่างที่เคย แต่ก็มีวิธีที่จะช่วยชะลอการเสื่อมของกระดูกและข้อของผู้สูงอายุพร้อมบำรุงให้แข็งแรงได้ ด้วยการทานอาหารเสริมต่าง ๆ ที่มีสรรพคุณช่วยบำรุงกระดูกและข้อให้แข็งแรง ป้องกันไม่ให้กระดูกพรุน และข้อไม่เสื่อมจนเจ็บขัด</span><span style="font-weight: 400;"> หรือเดินได้ลำบาก</span><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งในบทความนี้เราจะพาคุณไปรู้จักกับ 6 สารอาหารและ</span><span style="font-weight: 400;">วิตามินบำรุงกระดูก</span><span style="font-weight: 400;">และป้องกัน</span><span style="font-weight: 400;">ข้อเสื่อม</span><span style="font-weight: 400;">สำหรับผู้สูงอายุกัน</span></p>
<h2><b>1. ปัญหากระดูกและข้อในผู้สูงอายุ</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ก่อนที่จะไปรู้จักกับสารอาหารและ</span><span style="font-weight: 400;">วิตามินสำหรับผู้สูงอายุ</span><span style="font-weight: 400;"> มาทำความรู้จักกับปัญหากระดูกและข้อในผู้สูงอายุกันสักนิด เพื่อให้รู้ถึงสาเหตุความเสื่อมตลอดจนปัญหาที่เกิดขึ้นตามมาจากความเสื่อมนั้น</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ภาวะกระดูกพรุน</b><span style="font-weight: 400;"> คือภาวะที่โครงสร้างภายในกระดูกนั้นขาดความแข็งแรง มีมวลกระดูกน้อยลง และทำให้กระดูกเปราะบางซึ่งเสี่ยงต่อการแตก หัก หรือร้าวเมื่อถูกกระแทกจากการชน หรือล้ม นอกจากนี้ ยังทำให้เกิดการอาการปวดขัดกระดูกจากการลุก นั่ง ยืน หรือเดินด้วย</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ภาวะข้อเสื่อม หรือภาวะข้อกระดูกเสื่อม</b><span style="font-weight: 400;"> เกิดจากการขาดความยืดหยุ่นบริเวณข้อกระดูก และการสูญเสียคุณสมบัติของนํ้าหล่อเลี้ยงข้อ ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ที่บริเวณเข่า หลัง และสะโพก ซึ่งจะทำให้เกิดอาการปวดและเจ็บขัดเมื่อขยับตัว</span></li>
</ol>
<h3><b>สาเหตุที่ทำให้กระดูกและข้อเสื่อม</b></h3>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>การแก่ตัวลงตามธรรมชาติ</b><span style="font-weight: 400;"> เป็นสาเหตุหลักของความเสื่อมของกระดูกและข้อ เพราะเมื่อแก่ตัวลง ทั้งกระดูก กล้ามเนื้อ และการทำงานของร่างกายก็จะเสื่อมลง ส่งผลให้ร่างกายไม่สามารถสร้างมวลกระดูกและคอลลาเจนที่เป็นส่วนประกอบสำคัญของข้อกระดูกได้ดีดังเดิม ทำให้ประสิทธิภาพและความแข็งแรงของกระดูกและข้อนั้นลดลงตามไปด้วย โดยส่วนมากแล้วอาการข้อและกระดูกเสื่อมจะเกิดขึ้นในช่วงอายุประมาณ 50-60 ปี</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>พฤติกรรมการสูบบุหรี่</b><span style="font-weight: 400;"> มีผลกระทบต่อกระดูกและข้อ เนื่องจากสารพิษในควันบุหรี่นั้นจะลดการทำงานของเซลล์สร้างกระดูก จึงทำให้มวลกระดูกน้อยลง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>การละเลยการออกกำลังกาย </b><span style="font-weight: 400;">จะทำให้กระดูกและข้อเสื่อมไว เพราะเมื่อไม่ขยับร่างกาย ไม่ออกกำลังกายเป็นประจำ จะทำให้เซลล์ที่มีหน้าที่สลายกระดูกมีจำนวนมากขึ้น</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>พฤติกรรมการใช้ขาและเข่าไม่เหมาะสม</b><span style="font-weight: 400;"> เช่น การเดิน การยืน ยกของหนัก หรือแม้แต่การนั่งคุกเข่า หรือนั่งพับเพียบเป็นเวลานาน ๆ ติดต่อกันก็จะส่งผลให้ข้อเข่าเสื่อมไว เพราะต้องรับแรงกดมากเป็นเวลานานนั่นเอง</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>น้ำหนักตัวที่มากเกินไป</b><span style="font-weight: 400;"> เป็นอีกหนึ่งสาเหตุหลักที่ทำให้กระดูกและข้อเสื่อม เพราะการที่มีน้ำหนักตัวมากจะทำให้เข่าต้องแบกรับน้ำหนักมาก ซึ่งจะทำให้กระดูกข้อเข่าเสื่อมไว โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์มาก และไม่ได้ออกกำลังกายเป็นประจำ </span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><b>ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ต่ำลงในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน</b><span style="font-weight: 400;"> ส่งผลให้กระดูกและข้อเข่าเสื่อมได้เร็วขึ้น เพราะฮอร์โมนเอสโตรเจนนั้นมีส่วนช่วยป้องกันความเสื่อมของข้อและกระดูก จึงเป็นเหตุให้โรคข้อเข่าเสื่อมนั้นเกิดขึ้นในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากสาเหตุเหล่านี้แล้วก็ยังมีปัจจัยที่ก่อให้เกิดโรคกระดูกและข้อที่ส่งต่อกันทางพันธุกรรม และความผิดปกติหรือบกพร่องในส่วนประกอบของข้อเข่าที่เป็นมาแต่กำเนิดด้วย</span></p>
<h2><b>2. อาหารเสริมและ</b><b>วิตามินสำหรับผู้สูงอายุ </b><b>เพื่อบำรุงกระดูกและป้องกันข้อเสื่อม</b></h2>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-5422" src="https://vistra.co.th/wp-content/uploads/2023/04/happy-asian-senior-couple-running-exercising.jpg" alt="ผู้สูงวัยวิ่งออกกำลังกายได้เมื่อกินคอลลาเจนเสริมกระดูก" width="500" height="334" srcset="https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2023/04/happy-asian-senior-couple-running-exercising.jpg 500w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2023/04/happy-asian-senior-couple-running-exercising-300x200.jpg 300w" sizes="(max-width: 500px) 100vw, 500px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพื่อป้องกันและชะลอความเสื่อมของกระดูกและข้อในผู้สูงอายุ เราควรดูแลด้วยการออกกำลังกายเป็นประจำ เลือกรับประทานอาหารมื้อหลักที่มีประโยชน์ และเพิ่มเติมด้วยการรับประทานอาหารเสริมและ</span><span style="font-weight: 400;">วิตามินบำรุงกระดูก</span><span style="font-weight: 400;"> ป้องกัน</span><span style="font-weight: 400;">ข้อเสื่อม</span><span style="font-weight: 400;">เหล่านี้</span></p>
<h3><strong>1. แคลเซียม (Calcium)</strong></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">แคลเซียม เป็นวิตามินบำรุงกระดูกซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีอยู่แล้ว เพราะแคลเซียมนั้นเป็นส่วนประกอบสำคัญของกระดูก ดังนั้น การทานแคลเซียมจึงช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของมวลกระดูก </span><span style="font-weight: 400;">ลดความเสี่ยง และป้องกันโรค</span><span style="font-weight: 400;">กระดูกพรุนได้</span></p>
<h3><strong>2. คอลลาเจนไทพ์ทู (Collagen Type II)</strong></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">คอลลาเจนไทพ์ทู เป็นชนิดของคอลลาเจนที่ใกล้เคียงกับคอลลาเจนในข้อกระดูกของคนเรามากที่สุด จึงเป็น</span><span style="font-weight: 400;">คอลลาเจนเสริมกระดูก </span><span style="font-weight: 400;">และป้องกันข้อเสื่อม</span><span style="font-weight: 400;">ที่มีประสิทธิภาพดี และช่วยเพิ่มน้ำหล่อเลี้ยงข้อกระดูก เพิ่มความยืดหยุ่นบริเวณข้อกระดูกต่าง ๆ </span><span style="font-weight: 400;">ทำให้ข้อเข่าไม่เสื่อม</span><span style="font-weight: 400;"> และบรรเทาอาการปวดข้อกระดูกได้ด้วยการ</span><span style="font-weight: 400;">กระตุ้นให้ร่างกายหลั่งสารต้านปวดและการอักเสบ</span></p>
<h3><strong>3. วิตามินดี (Vitamin D)</strong></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากการทานแคลเซียมเสริมอาหารแล้ว คุณควรเลือกทานวิตามินดีควบคู่กันไปด้วย เพราะวิตามินดีนั้นมีคุณสมบัติที่ช่วยส่งเสริมการดูดซึมของแคลเซียม ทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมแคลเซียม และได้ประโยชน์จากแคลเซียมสูงสุด</span></p>
<h3><strong>4. วิตามินอี (Vitamin E)</strong></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกหนึ่ง</span><span style="font-weight: 400;">วิตามินสำหรับผู้สูงอายุ</span><span style="font-weight: 400;">ที่ควรรับประทานเป็นประจำ เพื่อป้องกันความเสื่อมของกระดูกและข้อก็คือ วิตามินอี ซึ่งมีส่วนช่วยกระตุ้นการสร้างมวลกระดูก และมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยชะลอความเสื่อมของร่างกายและป้องกันโรคข้อเข่าเสื่อมได้</span></p>
<h3><strong>5. วิตามินเค (Vitamin K)</strong></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">วิตามินเค โดยเฉพาะวิตามินเค 2 หรือ MK7 เป็นอีกหนึ่งวิตามินบำรุงกระดูกที่ผู้สูงอายุควรได้รับอย่างเพียงพอ เพราะวิตามินเค 2 นั้นมีส่วนช่วยในการดูดซึมและลำเลียงแคลเซียม จึงช่วยเสริมสร้างการสร้างมวลกระดูกให้แข็งแรง และลดความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะกระดูกพรุนได้</span></p>
<h3><strong>6.แมกนีเซียม (Magnesium)</strong></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">แมกนีเซียม เป็นหนึ่งในสารอาหารสำคัญ มีส่วนช่วยในการควบคุมความสมดุลของแคลเซียมในกระดูกและในเลือด ช่วยเสริมความแข็งแรงและชะลอความเสื่อมของกระดูก ลดความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะกระดูกพรุนได้เป็นอย่างดี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัญหากระดูกและข้อไม่ได้ไกลตัวอย่างที่คิด เพราะคนวัยหนุ่มสาวก็ควรที่จะบำรุง และดูแลกระดูกและข้อให้ดีอยู่เสมอ หากมีพ่อ แม่ หรือญาติผู้ใหญ่ที่เริ่มมีอายุมากขึ้น ก็ควรมองหาอาหารเสริมและ</span><span style="font-weight: 400;">วิตามินสำหรับผู้สูงอายุ</span><span style="font-weight: 400;"> ไม่ว่าจะเป็น</span><a href="https://www.vistra.co.th/collagentype2/"><span style="font-weight: 400;">คอลลาเจนเสริมกระดูก</span></a><span style="font-weight: 400;"> หรือ</span><span style="font-weight: 400;">วิตามินบำรุงกระดูก</span><span style="font-weight: 400;">และชะลอ</span><span style="font-weight: 400;">ข้อเสื่อม</span><span style="font-weight: 400;">อย่างวิตามินดี อี และ เค เอาไว้เพื่อบำรุงกระดูก และข้อของพวกท่านให้แข็งแรงควบคู่ไปกับการออกกำลังกายเป็นประจำ และเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ เพื่อสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน</span></p>
<p><b>ข้อมูลอ้างอิง:</b></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">5 กลุ่มอาหารสำคัญช่วยป้องกันกระดูกพรุน และเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง. สืบค้นเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2566. จาก </span><a href="https://www.phyathai.com/article_detail/3628/th/"><span style="font-weight: 400;">https://www.phyathai.com/article_detail/3628/th/</span></a><span style="font-weight: 400;"> </span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">บำรุงกระดูกให้ถูกโภชนาการ. สืบค้นเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2566. จาก </span><a href="https://www.siphhospital.com/th/news/article/share/calcium"><span style="font-weight: 400;">https://www.siphhospital.com/th/news/article/share/calcium</span></a></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1">สูงวัยอย่างมีคุณภาพ. สืบค้นเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2566. จาก <a href="http://www.samitivejhospitals.com/th/article/detail/%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B8%87%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E"><span>www.samitivejhospitals.com/th/article/detail/สูงวัยอย่างมีคุณภาพ</span></a></li>
</ol>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.vistra.co.th/health-tips/supplements-for-elders/">6 สารอาหารและวิตามินสำหรับผู้สูงอายุ ช่วยบำรุงกระดูกและข้อ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.vistra.co.th">VISTRA</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>5 วิตามินบำรุงร่างกาย ประโยชน์หลากหลาย ช่วยให้สุขภาพแข็งแรง</title>
		<link>https://www.vistra.co.th/health-tips/5-vitamin-to-keep-you-healthy/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 03 Apr 2023 18:00:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เกร็ดความรู้สุขภาพ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://vistra.co.th/?p=5406</guid>

					<description><![CDATA[<p>ชวนรู้จัก 5 วิตามินบำรุงร่างกาย ที่ตอบโจทย์ทั้งนักกีฬา สายออกกำลังกาย และสาย Healthy พร้อมแนะนำเคล็ดลับดูแลตัวเองหลังออกกำลังกายอย่างถูกวิธี</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.vistra.co.th/health-tips/5-vitamin-to-keep-you-healthy/">5 วิตามินบำรุงร่างกาย ประโยชน์หลากหลาย ช่วยให้สุขภาพแข็งแรง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.vistra.co.th">VISTRA</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ไม่ว่าคุณจะเป็นนักกีฬาที่มุ่งหวังชัยชนะ หรือเป็นสายออกกำลังกายที่แค่อยากมีสุขภาพแข็งแรงขึ้น นอกเหนือไปจากวินัยซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการเล่นกีฬาหรือออกกำลังกายแต่ละครั้ง อีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันและจะขาดไปไม่ได้ ก็คือการหมั่นเติมวิตามินที่จำเป็นให้แก่ร่างกาย เพื่อช่วยฟื้นฟู ลดอาการบาดเจ็บ และช่วยให้การออกกำลังกายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ขอชวนมารู้จักกับ 5 วิตามินที่จำเป็นสำหรับนักกีฬาและสาย Healthy พร้อมแนะนำการดูแลตัวเองหลังออกกำลังกายอย่างถูกวิธี ให้คุณมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน</p>
<h2><strong>การเติมวิตามินให้เพียงพอ จำเป็นกับการออกกำลังกายอย่างไร</strong></h2>
<p>หลายคนอาจเคยคิดว่า วิตามินบำรุงร่างกายคือสิ่งจำเป็นสำหรับนักกีฬาที่ออกกำลังกายอย่างหนัก หรือผู้ที่ต้องการสร้างกล้ามเนื้อเท่านั้น แต่ความจริงแล้วการรับประทานวิตามินคือสิ่งที่เราทุกคนควรให้ความสำคัญ เพราะในทุกครั้งที่ออกกำลังกาย ไม่ว่าจะเป็นการเข้ายิม ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน หรือแม้แต่การวิ่งเบา ๆ ในยามเช้า ก็ย่อมทำให้รู้สึกปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อและทำให้ร่างกายอ่อนเพลียได้ ซึ่งการรับประทานวิตามินจะเข้ามาช่วยฟื้นฟูกล้ามเนื้อ บรรเทาอาการบาดเจ็บ และยังช่วยให้เราสามารถออกกำลังกายได้อย่างเต็มที่ ส่งผลให้สุขภาพโดยรวมแข็งแรงขึ้นอีกด้วย</p>
<h2><strong>5 วิตามินจำเป็นสำหรับนักกีฬา สายออกกำลังกาย และสาย Healthy</strong></h2>
<h3><strong>Zinc</strong></h3>
<p>Zinc หรือ ธาตุเหล็ก คือวิตามินที่มีบทบาทสำคัญในการสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดง ซึ่งเป็นเซลล์ที่ทำหน้าที่ลำเลียงออกซิเจนจากปอดไปหล่อเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกาย การรับประทานธาตุเหล็กในปริมาณที่เหมาะสม จะช่วยบรรเทาอาการเหนื่อยล้า เสริมสร้างภูมิต้านทาน พร้อมส่งเสริมการเจริญเติบโตของร่างกาย ทำให้สามารถออกกำลังกายได้อย่างมีประสิทธิภาพและได้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น</p>
<h3><strong>วิตามิน D</strong></h3>
<p>วิตามิน D มีส่วนช่วยในกระบวนการดูดซึมแคลเซียมและฟอสฟอรัส จึงเป็นวิตามินที่มีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ป้องกันการเกิดโรคกระดูกพรุน และยังช่วยลดความเมื่อยล้า พร้อมบรรเทาอาการอักเสบของกล้ามเนื้ออีกด้วย</p>
<h3><strong>วิตามิน C</strong></h3>
<p>วิตามิน C เป็นวิตามินบำรุงร่างกายที่หลายคนคุ้นเคยกันดี เพราะเป็นวิตามินที่พบได้มากในผักและผลไม้ มาพร้อมคุณประโยชน์รอบด้าน ตั้งแต่การเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ชะลอการเสื่อมของเซลล์ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และกระตุ้นการทำงานของระบบไหลเวียนโลหิต เป็นหนึ่งในอาหารเสริมนักกีฬาและสายออกกำลังกายที่สำคัญ สามารถรับประทานได้ทุกวันเพื่อช่วยให้ห่างไกลจากอาการเจ็บป่วย</p>
<h3><strong>วิตามิน E</strong></h3>
<p>วิตามิน E เป็นอีกหนึ่งวิตามินที่ทำหน้าที่สำคัญในการสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดง และช่วยป้องกันการอักเสบ หากร่างกายได้รับวิตามินไม่เพียงพออาจส่งผลให้กล้ามเนื้ออ่อนแอ และทำให้กล้ามเนื้ออักเสบได้ง่าย ซึ่งวิตามิน E จะสามารถทำงานได้ดียิ่งขึ้น เมื่อรับประทานร่วมกับวิตามิน C ส่งผลให้ระบบต่าง ๆ ในร่างกายทำงานได้ดี และสามารถออกกำลังกายได้ยาวนานยิ่งขึ้น</p>
<h3><strong>วิตามิน B</strong></h3>
<p>วิตามิน B ถือเป็นหนึ่งในอาหารเสริมนักกีฬาและสายออกกำลังกายที่ได้รับความนิยม เพราะมีคุณสมบัติในการซ่อมแซมกล้ามเนื้อ ตลอดจนช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบประสาทและสมอง ทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น แจ่มใส มีพลังในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างเต็มที่</p>
<h2><strong>การดูแลตัวเองหลังออกกำลังกายอย่างถูกวิธี</strong></h2>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-5408" src="https://vistra.co.th/wp-content/uploads/2023/04/vitamins-for-athletes-and-healthcare.jpg" alt="วิตามินสำหรับนักกีฬา และสายดูแลสุขภาพ" width="1000" height="668" srcset="https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2023/04/vitamins-for-athletes-and-healthcare.jpg 1000w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2023/04/vitamins-for-athletes-and-healthcare-300x200.jpg 300w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2023/04/vitamins-for-athletes-and-healthcare-768x513.jpg 768w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2023/04/vitamins-for-athletes-and-healthcare-510x341.jpg 510w" sizes="(max-width: 1000px) 100vw, 1000px" /></p>
<h3><strong>ยืดกล้ามเนื้อทุกครั้ง</strong></h3>
<p>การยืดกล้ามเนื้อคือขั้นตอนที่สำคัญสำหรับการออกกำลังกาย ซึ่งจะช่วยบรรเทาความเหนื่อยล้าและลดโอกาสเจ็บปวดจากการออกกำลังได้เป็นอย่างดี โดยหลังจากที่เราออกกำลังกายแล้ว ไม่ควรนั่งพักทันที แต่ควรขยับร่างกายต่ออีกเล็กน้อย เช่น หากเป็นการวิ่ง ให้ค่อย ๆ ลดระดับความเร็วลง และเดินต่ออีกเล็กน้อย เพื่อให้การทำงานของหัวใจและระบบไหลเวียนโลหิตกลับสู่สภาวะปกติ</p>
<h3><strong>ดื่มน้ำให้เพียงพอ</strong></h3>
<p>โดยปกติแล้วร่างกายของเราจะมีการสูญเสียน้ำอยู่ตลอดทั้งวัน แต่ในระหว่างที่ออกกำลังกาย ร่างกายจะมีการสูญเสียน้ำมากขึ้น ดังนั้น หลังจากการออกกำลังกาย เราจึงควรดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อช่วยป้องกันอันตรายจากการสูญเสียน้ำ</p>
<h3><strong>รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่</strong></h3>
<p>การรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่คือเรื่องที่เราทุกคนควรให้ความสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นสายออกกำลังกายหรือไม่ได้ออกกำลังกายก็ตาม เพราะสารอาหารทั้ง 5 หมู่ โดยเฉพาะโปรตีนและคาร์โบไฮเดรต จะทำหน้าที่ฟื้นฟูร่างกายและกล้ามเนื้อ ช่วยให้สุขภาพโดยรวมแข็งแรง ไม่เจ็บป่วยง่าย</p>
<h3><strong>แช่หรืออาบน้ำเย็น เพื่อลดการอักเสบ</strong></h3>
<p>หลังจากที่ออกกำลังกาย ให้เราเปลี่ยนจากการอาบน้ำอุ่นเป็นการแช่หรืออาบน้ำเย็น เพื่อให้ความเย็นของน้ำช่วยลดการอักเสบและบรรเทาความเจ็บปวด ทั้งยังช่วยให้ร่างกายรู้สึกสดชื่นขึ้นอีกด้วย</p>
<h3><strong>สลับรูปแบบการออกกำลังกาย</strong></h3>
<p>สำหรับใครที่ออกกำลังกายด้วยวิธีเดิม ๆ ทุกวัน แล้วเริ่มรู้สึกถึงความเจ็บปวดตามกล้ามเนื้อ หรือรู้สึกอ่อนเพลียง่ายขึ้น ควรสลับรูปแบบการออกกำลังกายในหนึ่งสัปดาห์ เพื่อไม่ให้ร่างกายทำงานหนักจนเกินไป เช่น เปลี่ยนจากการวิ่งเป็นการเดินเร็วหรือการปั่นจักรยาน</p>
<h3><strong>รับประทานอาหารเสริมบำรุงร่างกาย</strong></h3>
<p>อีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยฟื้นฟูกล้ามเนื้อพร้อมบรรเทาอาการอ่อนเพลียจากการออกกำลังกายได้ ก็คือการรับประทานอาหารเสริมบำรุงร่างกาย ซึ่งอาหารเสริมที่เลือกรับประทานนั้น ควรเป็นอาหารเสริมที่มีส่วนผสมของวิตามินที่จำเป็นต่อการบำรุงร่างกาย มีแหล่งที่มาชัดเจน สามารถตรวจสอบได้ และเป็นอาหารเสริมที่ผ่านการรับรองจาก อย. เพื่อให้มั่นใจได้ว่าเป็นอาหารเสริมที่ปลอดภัยและรับประทานได้อย่างไร้กังวล</p>
<p>นอกจากเคล็ดลับการดูแลตัวเองและการเลือกรับประทานอาหารเสริมบำรุงร่างกาย สิ่งสำคัญที่จะช่วยให้การออกกำลังกายเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด ก็คือการออกกำลังกายอย่างพอดี ไม่หักโหมจนเกินไป และไม่ลืมที่จะหาเวลาพักผ่อน เพื่อป้องกันการบาดเจ็บและช่วยให้เราบรรลุเป้าหมายสุขภาพดีได้อย่างที่ตั้งใจ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ข้อมูลอ้างอิง:</strong></p>
<ol>
<li>วิ่งไม่ได้ดั่งใจ ลองใหม่…ให้วิตามินช่วย. สืบค้นเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2566. จาก <a href="https://www.samitivejhospitals.com/th/article/detail/วิ่งไม่ได้ดั่งใจ">https://www.samitivejhospitals.com/th/article/detail/วิ่งไม่ได้ดั่งใจ</a></li>
<li>การดูแลสุขภาพหลังจากออกกำลังกายอย่างหนัก. สืบค้นเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2566. จาก <a href="https://www.vejthani.com/th/2018/01/การดูแลสุขภาพหลังจากออ/">https://www.vejthani.com/th/2018/01/การดูแลสุขภาพหลังจากออ/ </a></li>
</ol>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.vistra.co.th/health-tips/5-vitamin-to-keep-you-healthy/">5 วิตามินบำรุงร่างกาย ประโยชน์หลากหลาย ช่วยให้สุขภาพแข็งแรง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.vistra.co.th">VISTRA</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คอลลาเจน Type II กับการบรรเทาอาการปวดเมื่อยตามข้อ</title>
		<link>https://www.vistra.co.th/health-tips/how-to-relieve-joint-pain/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 14 Mar 2023 07:11:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เกร็ดความรู้สุขภาพ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://vistra.co.th/?p=5393</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่ออายุมากขึ้น นอกจากผิวที่ดูโรยราและความอ่อนล้าที่เร [...]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.vistra.co.th/health-tips/how-to-relieve-joint-pain/">คอลลาเจน Type II กับการบรรเทาอาการปวดเมื่อยตามข้อ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.vistra.co.th">VISTRA</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">เมื่ออายุมากขึ้น นอกจากผิวที่ดูโรยราและความอ่อนล้าที่เริ่มมาเยือน อีกหนึ่งสิ่งที่บ่งบอกชัดว่าร่างกายของเราต้องได้รับการดูแล ก็คืออาการ</span><span style="font-weight: 400;">ปวดเมื่อยตามข้อ</span><span style="font-weight: 400;"> ที่มาพร้อมกับความรู้สึกปวดเมื่อยบ่อย ๆ ระหว่างวัน จนทำให้ไม่สามารถทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างเต็มที่เท่าที่ควร ซึ่งอาจทำให้หลายคนเริ่มมองหา &#8216;อาหารเสริมคอลลาเจน&#8217; เข้ามาช่วยฟื้นฟูร่างกาย แต่ความจริงแล้วอาหารเสริมคอลลาเจนนั้นมีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างไร สามารถบรรเทาอาการ</span><span style="font-weight: 400;">ปวดเมื่อยตามข้อ</span><span style="font-weight: 400;">ได้จริงไหม? มาหาคำตอบไปพร้อมกันได้ในบทความนี้ </span></p>
<h2><b>สาเหตุที่ทำให้</b><b>ปวดเมื่อยตามข้อ</b></h2>
<h3><strong>ปวดข้อจากไข้หวัด</strong></h3>
<p>โดยปกติแล้วเมื่อเราป่วยเป็นไข้ นอกจากอาการปวดศีรษะและปวดตามกล้ามเนื้อแล้ว บางคนอาจเผชิญกับอาการปวดตามข้อต่อต่าง ๆ จนทำให้รู้สึกไม่สบายตัว แต่เมื่อไข้ลดลง อาการปวด<span style="font-weight: 400;">ข้อ</span><span style="font-weight: 400;">นี้ก็จะค่อย ๆ ดีขึ้นตามลำดับ </span></p>
<h3><strong>ปวดข้อจากการออกกำลังกาย</strong></h3>
<p>สำหรับบางคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำ จะทำให้ข้อต่อต่าง ๆ ถูกใช้งานอย่างหนักจนส่งผลให้เกิดการอักเสบและบาดเจ็บ ซึ่งจุดที่มักปวดเมื่อยมากที่สุดจะเป็นข้อเข่าหรือข้อเท้า</p>
<h3><strong>ปวดข้อจากโรคบางชนิด</strong></h3>
<p>โรคบางชนิด เช่น โรคข้อรูมาตอยด์ <span style="font-weight: 400;">โรคข้อเสื่อม</span><span style="font-weight: 400;"> หรือโรคข้ออักเสบ เป็นโรคที่เกิดจากการเสื่อมสภาพของกระดูกอ่อน หรือเยื่อบุภายในข้อต่อเกิดการอักเสบ ส่งผลให้เกิดอาการปวดตึงและเคลื่อนไหวข้อได้น้อยลง บางคนอาจมีอาการปวดตลอดเวลาจนทำให้รู้สึกทรมานเป็นอย่างมาก</span></p>
<h3><strong>เกิดจากอายุที่เพิ่มมากขึ้น</strong></h3>
<p>ในวัยสูงอายุ มักเป็นวัยที่เผชิญกับอาการปวดข้อได้มากที่สุด เพราะเป็นวัยที่คอลลาเจนซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักของกระดูกและข้อต่อเริ่มลดน้อยลง ทั้งยังเป็นวัยที่อวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายเริ่มเสื่อมสภาพ ทำให้เกิดการเจ็บป่วยได้ง่ายกว่าวัยอื่น ๆ</p>
<h2><b>เคล็ดลับดูแลตัวเองเพื่อบรรเทาอาการ</b><b>ปวดเมื่อยตามข้อ</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับใครที่กำลังอยู่ในวัยทำงานที่เริ่มมีอาการ</span><span style="font-weight: 400;">ปวดเมื่อยตามข้อ</span><span style="font-weight: 400;">จากการทำงานหนัก หรือทำกิจกรรมต่าง ๆ ตลอดทั้งวัน ขอแนะนำ 3 เคล็ดลับในการดูแลตัวเองเพื่อบรรเทาอาการ</span><span style="font-weight: 400;">เจ็บปวด</span><span style="font-weight: 400;">ที่สามารถทำร่วมไปกับการรับประทานอาหารเสริมคอลลาเจนที่มีคุณภาพและผ่านการรับรองจาก อย. เพื่อช่วยฟื้นบำรุงร่างกายให้กลับมาเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องแคล่วยิ่งขึ้น</span></p>
<h3><strong>ประคบร้อน ประคบเย็น</strong></h3>
<p>การประคบร้อน จะทำเมื่อเกิดอาการปวดตึงบริเวณข้อ หรือเกิดการบาดเจ็บภายใน 48-72 ชั่วโมง ช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดีและบรรเทาความเจ็บปวด ส่วนการประคบเย็นจะทำเมื่อเกิดการกระแทกที่ข้อต่อจนทำให้รู้สึกปวดเฉียบพลัน จะทำให้เส้นเลือดหดตัว ป้องกันการบวมและการอักเสบ</p>
<h3><strong>ออกกำลังกายอย่างถูกวิธี</strong></h3>
<p>การออกกำลังกายเบา ๆ ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยให้ข้อต่อมีความยืดหยุ่นมากขึ้น และช่วยบรรเทาอาการ<span style="font-weight: 400;">ปวดเมื่อยตามข้อ</span><span style="font-weight: 400;">ได้เป็นอย่างดี เช่น การเล่นโยคะ การปั่นจักรยานช้า ๆ การว่ายน้ำ หรือการเคลื่อนไหวร่างกายในน้ำด้วยท่าต่าง ๆ </span></p>
<h3><strong>ทำกายภาพบำบัด</strong></h3>
<p>หากใครที่มีอาการ<span style="font-weight: 400;">ปวดเมื่อยตามข้อ</span><span style="font-weight: 400;">อย่างหนัก อีกทางเลือกที่สามารถช่วยได้ก็คือ การทำกายภาพบำบัดอย่างถูกต้อง โดยปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เพื่อเข้ารับโปรแกรมกายภาพบำบัดกับทางโรงพยาบาลอย่างสม่ำเสมอ </span><span style="font-weight: 400;">หรือปรึกษากับแพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกและข้อต่อไป</span></p>
<h2><b>ปวดเมื่อย กับ ปวดข้อ เหมืออต่างกันอย่างไร?</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับใครที่สงสัยว่า อาการ ‘ปวดเมื่อย’ กับ ‘ปวดข้อ’ นั้น เป็นอาการเดียวกันหรือไม่? ต้องบอกว่าแท้จริงแล้วเป็นคนละอาการกัน เพราะอาการปวดเมื่อยนั้นเกิดจากการอักเสบของกล้ามเนื้อในหลายบริเวณพร้อมกัน ทำให้เกิดความรู้สึกอ่อนแรง ซึ่งอาจเกิดได้จากการใช้กล้ามเนื้อในบริเวณเหล่านั้นอย่างหนักจนเกินไป ในขณะที่อาการปวดข้อ เป็นอาการเจ็บปวดที่เกิดขึ้นเฉพาะบริเวณข้อต่อ เช่น ข้อเข่า ข้อมือ หรือข้อนิ้วมือนั่นเอง</span></p>
<h2><b>คอลลาเจน Type II กับการบรรเทาอาการ</b><b>ปวดข้อ</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">หลายคนอาจเคยได้ยินว่า การรับประทานอาหารเสริมคอลลาเจนนั้นเป็นหนึ่งในวิธีที่จะช่วยบรรเทาอาการปวดข้อได้ แต่ความจริงแล้วเป็นเช่นนั้นจริงหรือไม่? ขอชวนมาทำความรู้จักกับ &#8216;คอลลาเจนไทป์ทู&#8217; (Type II, Type 2) ที่ได้ชื่อว่าเป็น</span><span style="color: #17a8e3;"><a style="color: #17a8e3;" href="https://www.vistra.co.th/collagentype2/"><span style="font-weight: 400;">วิตามินบำรุงกระดูก</span><span style="font-weight: 400;">และฟื้นฟู</span><span style="font-weight: 400;">ข้อเสื่อม</span></a></span><span style="font-weight: 400;"> มาดูกันว่าคอลลาเจนชนิดนี้มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างไร </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยปกติแล้วคอลลาเจนนั้นมีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 3 ชนิด ได้แก่ คอลลาเจน Type I, คอลลาเจน Type II และคอลลาเจน Type III โดยทั้ง 3 ชนิดมีความแตกต่างกันดังนี้</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">คอลลาเจน Type I เป็นคอลลาเจนที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและสมานแผลบนผิวหนัง พบได้มากในเส้นเอ็นและหลอดเลือด</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">คอลลาเจน Type II เป็นคอลลาเจนชนิดเดียวกับที่พบในเซลล์กระดูกอ่อนและข้อต่อ ทำหน้าที่กระตุ้นการสร้างเซลล์กระดูกอ่อนและช่วยบำรุงกระดูก</span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">คอลลาเจน Type III เป็นคอลลาเจนที่คล้ายกับ Type I พบได้มากในผิวที่มีการสร้างใหม่ เช่น ผิวหนังของเด็ก </span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยคุณสมบัตินี้ จึงมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารเสริมคอลลาเจน Type II เพื่อเป็นหนึ่งในทางเลือกสำหรับการฟื้นฟูและบรรเทาอาการปวดตามข้อต่อต่าง ๆ โดยเฉพาะในวัยทำงานและวัยสูงอายุ แต่อย่างไรก็ตาม </span><span style="font-weight: 400;">อาหารเสริมคอลลาเจนนั้นก็ไม่สามารถช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อได้ และ</span><span style="font-weight: 400;">ไม่ใช่ว่าการรับประทานอาหารเสริมเพียงอย่างเดียว จะสามารถช่วยบรรเทาอาการเจ็บป่วยได้ เพราะการรักษานั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย รวมถึงต้องมีการปรึกษาแพทย์ และดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีร่วมด้วย จึงจะช่วยบรรเทาความเจ็บปวดตามข้อต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด</span></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-5395" src="https://vistra.co.th/wp-content/uploads/2023/03/woman-suffers-shoulder-joint-pain.jpg" alt="" width="870" height="580" srcset="https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2023/03/woman-suffers-shoulder-joint-pain.jpg 870w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2023/03/woman-suffers-shoulder-joint-pain-300x200.jpg 300w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2023/03/woman-suffers-shoulder-joint-pain-768x512.jpg 768w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2023/03/woman-suffers-shoulder-joint-pain-510x340.jpg 510w" sizes="(max-width: 870px) 100vw, 870px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งหมดนี้คือเรื่องน่ารู้ของคอลลาเจน Type II พร้อมเคล็ดลับที่จะช่วยบรรเทาอาการปวดตามข้อได้อย่างเห็นผล ซึ่งหากใครที่รู้สึกว่ามีความเสี่ยงจะเป็น</span><span style="font-weight: 400;">โรคข้อเสื่อม</span><span style="font-weight: 400;">หรือเป็นโรคชนิดอื่น ๆ ที่รุนแรง แนะนำว่าควรเข้าพบแพทย์โดยเร็วเพื่อวินิจฉัยและรับการรักษาอย่างทันท่วงที ช่วยลดความเสี่ยงอันตรายและช่วยให้เรามีร่างกายที่แข็งแรงได้อย่างยาวนาน</span></p>
<p><b>ข้อมูลอ้างอิง:</b></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">คอลลาเจนไทพ์ทู (Collagen Type II) ทางเลือกใหม่ไขปัญหาข้อเสื่อม. สืบค้นเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2566. จาก </span><span style="color: #17a8e3;"><a style="color: #17a8e3;" href="https://www.pobpad.com/%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%A5%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%9E%E0%B9%8C%E0%B8%97%E0%B8%B9-collagen-type-ii-%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B7"><span style="font-weight: 400;">https://www.pobpad.com/คอลลาเจนไทพ์ทู-collagen-type-ii-ทางเลื</span></a></span></li>
<li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><span style="font-weight: 400;">อาการปวดข้อตามจุดต่างๆ บอกโรคใดได้บ้าง? รู้ก่อน รักษาก่อน!. สืบค้นเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2566. จาก </span><span style="color: #17a8e3;"><a style="color: #17a8e3;" href="https://www.samitivejchinatown.com/th/health-article/joint-pain#:~:text=%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%9E%E0%B8%9A%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%9A%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A2%20%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%95%E0%B8%B8,%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%94%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B9%87%E0%B8%94%E0%B8%82%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%81"><span style="font-weight: 400;">https://www.samitivejchinatown.com/th/health-article/joint-pain#:~:text=อาการปวดข้อที่พบได้บ่อย%20มักมีสาเหตุ,กระดูกหักและเคล็ดขัดยอก</span></a><span style="font-weight: 400;"> </span></span></li>
</ol>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.vistra.co.th/health-tips/how-to-relieve-joint-pain/">คอลลาเจน Type II กับการบรรเทาอาการปวดเมื่อยตามข้อ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.vistra.co.th">VISTRA</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>น้ำมันปลา: อาหารเสริมลดไขมันในเลือด ช่วยคุณห่างไกลโรคร้าย</title>
		<link>https://www.vistra.co.th/health-tips/fish-oil-help-lose-hyperlipidemia/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 14 Mar 2023 06:55:41 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เกร็ดความรู้สุขภาพ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://vistra.co.th/?p=5386</guid>

					<description><![CDATA[<p>ภาวะไขมันในเลือดสูงเป็นปัญหาสุขภาพที่อยู่ใกล้ตัวเรามากก [...]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.vistra.co.th/health-tips/fish-oil-help-lose-hyperlipidemia/">น้ำมันปลา: อาหารเสริมลดไขมันในเลือด ช่วยคุณห่างไกลโรคร้าย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.vistra.co.th">VISTRA</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">ภาวะไขมันในเลือดสูงเป็นปัญหาสุขภาพที่อยู่ใกล้ตัวเรามากกว่าที่คิด เพราะไม่ว่าจะเป็นคนหนุ่มสาว หรือผู้สูงอายุก็พบภาวะไขมันในเลือดสูงได้ทั้งนั้น และหลาย ๆ คนยังคงละเลยปัญหานี้เพราะไม่เข้าใจถึงสาเหตุ และอันตรายที่มีจากภาวะไขมันในเลือดสูงมากพอ ดังนั้น ในบทความนี้ เราจะพาคุณมารู้จักสาเหตุ และภาวะไขมันในเลือดสูงให้มากขึ้น บอกให้รู้ถึงภัยเงียบของการมีไขมันในเลือดสูง พร้อมกับแชร์วิธีการดูแลสุขภาพเมื่อมีภาวะไขมันในเลือดสูง และแนะนำให้คุณรู้จัก</span><span style="font-weight: 400;">อาหารเสริมลดไขมันในเลือด</span><span style="font-weight: 400;">ด้วย</span></p>
<h2><b>ภาวะไขมันในเลือดสูงคืออะไร</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">ภาวะไขมันในเลือดสูง (Hyperlipidemia) หมายถึงภาวะที่ร่างกายมีปริมาณไขมันเลวอย่าง ไตรกลีเซอไรด์  (Triglycerides) และคอเลสเตอรอล (Cholesterol) ในเลือดมากกว่าระดับปกติ ทำให้เลือดไหลเวียนได้ไม่เป็นปกติ จนทำให้เกิดปัญหาสุขภาพต่าง ๆ ตามมา เช่น ภาวะความดันสูง และเป็นสาเหตุของโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน และโรคหลอดเลือดตีบได้ นอกจากนั้น การที่มีไขมันในเลือดสูงยังอาจทำให้ร่างกายเสี่ยงต่อการได้รับเลือดไปหล่อเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ไม่เพียงพอ และอาจเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาตได้ด้วย แม้ว่าภาวะไขมันในเลือดสูงจะอันตรายแค่ไหน แต่คนส่วนมากจะไม่รู้ตัวเลยว่าตนเริ่มมีภาวะไขมันในเลือดสูง เนื่องจากภาวะนี้จะไม่แสดงอาการในระยะแรก ทำให้ในบางครั้งกว่าจะรู้ตัวก็มีระดับไขมันเลือดสะสมมากเกินไปแล้วนั่นเอง</span></p>
<h2><b>สาเหตุของภาวะไขมันในเลือดสูง</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">สาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะไขมันในเลือดสูงนั้นมีอยู่หลายสาเหตุด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นอายุที่มากขึ้นทำให้ร่างกายจัดการกับคอเลสเตอรอลได้ไม่ดีเท่าที่เคย โรคประจำตัวอย่าง โรคอ้วน โรคเบาหวาน กรรมพันธุ์ที่ทำให้เผาผลาญไขมันได้ไม่ดี การขาดการออกกำลังกาย ขยับร่างกายน้อย แต่ทานเยอะ ไปจนถึงพฤติกรรมการทานอาหารที่มีไขมันเลวสูงเป็นประจำ เช่น ของทอด อาหารที่มีองค์ประกอบเป็นไขมันต่าง ๆ เช่น ไก่ทอด ขาหมู ขนมหวานต่าง ๆ ด้วย</span></p>
<h2><b>การดูแลตัวเองเพื่อป้องกันภาวะไขมันในเลือดสูง</b></h2>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อรู้แล้วว่าภาวะไขมันในเลือดสูงนั้นเกิดจากสาเหตุใด และอันตรายต่อสุขภาพของคุณอย่างไรบ้าง ก็ควรต้องดูแลตัวเองให้ดี ป้องกันไม่ให้เกิดภาวะไขมันในเลือดสูง ซึ่งมีแนวทางดังนี้</span></p>
<h3><strong>งดบุหรี่และแอลกอฮอล์</strong></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ว่าการสูบบุหรี่จะดูไม่มีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับภาวะไขมันในเลือดสูง แต่จริง ๆ แล้วในบุหรี่นั้นมีสารพิษที่ก่อให้</span><span style="font-weight: 400;">ไขมันดี</span><span style="font-weight: 400;">อย่าง HDL-C (High-Density Lipoprotein Cholesterol) ลดลง และทำให้มีไขมันเลวมากกว่า</span><span style="font-weight: 400;">ไขมันดี</span><span style="font-weight: 400;"> จนเกิดภาวะไขมันในเลือดสูงได้ จึงควรเลี่ยงการสูบบุหรี่ โดยเฉพาะในผู้ที่ตรวจเจอภาวะไขมันในเลือดสูงแล้ว หากสงสัยจะรู้ได้อย่างไรว่าไขมันดีในร่างกายต่ำเกินไปหรือไม่ ก็ต้องรู้ก่อนว่า</span><span style="font-weight: 400;">ไขมันดีควรมีเท่าไหร่</span><span style="font-weight: 400;">ในร่างกาย ซึ่งโดยปกติแล้วเราควรมีไขมันดี</span><span style="font-weight: 400;"> 60 มิลลิกรัม/เดซิลิตร หรือมากกว่านั้น และไม่ควรต่ำกว่า 40 มิลลิกรัม/เดซิลิตร เพราะจะเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพ</span></p>
<h3><strong>ออกกำลังกายเป็นประจำ</strong></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การออกกำลังกายเป็นประจำจะช่วยให้คุณได้เผาผลาญไขมันจากอาหารที่ทานเข้าไป และไขมันที่สะสมอยู่ในร่างกาย ซึ่งแน่นอนว่าจะส่งผลให้ระดับไขมันในเลือดลดน้อยลงด้วยเช่นกัน โดยให้เน้นการออกกำลังกายประเภทคาร์ดีโอที่เน้นเผาผลาญพลังงานในร่างกาย เช่น การวิ่ง การเดิน ปั่นจักรยาน หรือแอโรบิก โดยให้ออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน</span></p>
<h3><strong>ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน</strong></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เนื่องจากโรคอ้วนและภาวะน้ำหนักเกินเกณฑ์ ถือเป็นหนึ่งในสาเหตุของการเกิดภาวะไขมันในเลือดสูง การควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติจึงเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยป้องกัน และดูแลผู้ที่มีภาวะไขมันในเลือดสูงได้ โดยอาจใช้วิธีการคุมปริมาณอาหารในแต่ละวัน และประเภทอาหารที่ทาน ควบคู่ไปกับการออกกำลังกายแบบคาร์ดีโอเป็นประจำทุกวัน </span></p>
<h3><strong>เลี่ยงอาหารที่มีไขมันเลวสูง</strong></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การเลือกทานอาหารสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลภาวะไขมันในเลือดสูงจำเป็นต้องหลีกเลี่ยงอาหารประเภทของมัน ของทอด ขนมอบที่มีนม เนย ชีส รวมถึงเครื่องในสัตว์ และอาหารทะเลอย่างหอยนางรม ปู ปลาหมึก และกุ้งด้วย เพราะอาหารเหล่านี้มีไขมันเลวอย่างไตรกลีเซอไรด์และคอเลสเตอรอลซึ่งเป็นสาเหตุของภาวะไขมันในเลือดสูงอยู่มาก</span></p>
<h3><strong>ทานอาหารที่ช่วยลดการสะสมของไขมันในเลือด</strong></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากการเลี่ยงอาหารมันและปรุงด้วยการทอด รวมถึงอาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูงแล้ว อีกสิ่งที่ควรทำควบคู่กันไป เพื่อช่วยป้องกันภาวะไขมันในเลือดสูงได้ก็คือการเลือกทานอาหารที่มีคุณสมบัติช่วยลดไขมันในเลือดนั่นเอง</span></p>
<h2><b>อาหารที่มีส่วนช่วยในการลดไขมันในเลือด</b></h2>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-5389" src="https://vistra.co.th/wp-content/uploads/2023/03/young-woman-taking-fish-oil.jpg" alt="เพิ่มไขมันดี ลดไขมันเลวด้วยน้ำมันปลา" width="870" height="580" srcset="https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2023/03/young-woman-taking-fish-oil.jpg 870w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2023/03/young-woman-taking-fish-oil-300x200.jpg 300w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2023/03/young-woman-taking-fish-oil-768x512.jpg 768w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2023/03/young-woman-taking-fish-oil-510x340.jpg 510w" sizes="(max-width: 870px) 100vw, 870px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อาหารนั้นเป็นส่วนสำคัญในชีวิตของทุกคน และก็มีทั้งที่มีประโยชน์และเป็นโทษ เมื่อเรารู้แล้วว่าอาหารแบบไหนที่ก่อให้เกิดภาวะไขมันในเลือดสูงได้ ก็มาดูกันเลยว่าจะมีอาหารใดบ้างที่สามารถช่วยป้องกันภาวะไขมันในเลือดสูง และลดระดับไขมันเลวในเลือดได้</span></p>
<h3><strong>อาหารลดไขมันในเลือด</strong></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">มีพืชผักมากมายที่เราทานกันเป็นปกติในชีวิตประจำวันซึ่งมีสรรพคุณช่วยลดไขมันในเลือด ไม่ว่าจะเป็น กระเทียม พริกไทย และชาที่มีฤทธิ์ร้อน และช่วยให้เลือดลมไหลเวียนดี พร้อมช่วยเพิ่มการเผาผลาญไขมัน นอกจากนี้ อาโวคาโด ก็เป็นแหล่ง</span><span style="font-weight: 400;">ไขมันดี </span><span style="font-weight: 400;">รวมถึงอัลมอนด์และถั่วเหลือง ซึ่งมีกรดไขมันไม่อิ่มตัวก็มีส่วนช่วยในการลดคอเลสเตอรอลในเลือดได้</span></p>
<h3><strong>อาหารเสริมลดไขมันในเลือด</strong></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากอาหารที่ทานอยู่เป็นปกติแล้ว การเสริมด้วย</span><span style="font-weight: 400;">อาหารเสริมลดไขมันในเลือด</span><span style="font-weight: 400;">อย่าง “น้ำมันปลา” ซึ่งมีส่วนช่วยในการลดระดับไตรกลีเซอร์ไรด์ในร่างกายได้มากถึง 50% โดยไม่มีผลข้างเคียงใด ๆ และยังทำให้ร่างกายได้รับ</span><span style="font-weight: 400;">ไขมันดี</span><span style="font-weight: 400;">ที่มีส่วนประกอบอย่างโอเมกา 3 และ 9 อยู่ด้วย ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีการดูแลตัวเองให้ห่างไกลจากภาวะไขมันในเลือดสูงได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อรู้แล้วว่าภาวะไขมันในเลือดสูงนั้นเป็นอย่างไร และอันตรายแค่ไหน อย่าลืมดูแลตัวเองด้วยการออกกำลังกายเป็นประจำ และปรับการทานอาหาร โดยเลี่ยงอาหารที่มีไขมันไม่อิ่มตัวอย่างคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอร์ไรด์สูง </span><span style="font-weight: 400;">เพื่อให้ห่างไกลจากโรคร้ายอย่างโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน และโรคหลอดเลือดตีบ ทั้งยังควร</span><span style="font-weight: 400;">บำรุงด้วยน้ำมันปลาซึ่งเป็น</span><a href="https://www.vistra.co.th/fishoil/"><span style="font-weight: 400;"><span style="color: #17a8e3;">อาหารเสริมลดไขมันในเลือด</span></span></a> <span style="font-weight: 400;">ที่ช่วยลดการสะสมของไตรกลีเซอรไรด์ในร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเสริมสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงจากภายในได้ทุกวัน </span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.vistra.co.th/health-tips/fish-oil-help-lose-hyperlipidemia/">น้ำมันปลา: อาหารเสริมลดไขมันในเลือด ช่วยคุณห่างไกลโรคร้าย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.vistra.co.th">VISTRA</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ประโยชน์ของน้ำมันปลาโอเมกา 3 สามารถป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจ</title>
		<link>https://www.vistra.co.th/cardiovascular-health/omega-3-benefits-prevent-coronary-heart-disease/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 17 Feb 2023 17:25:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สุขภาพหัวใจและหลอดเลือด]]></category>
		<category><![CDATA[เกร็ดความรู้สุขภาพ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://vistra.co.th/?p=5323</guid>

					<description><![CDATA[<p>น้ำมันปลา เป็นหนึ่งในอาหารเสริมตัวสำคัญที่คนหลายช่วงวัย [...]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.vistra.co.th/cardiovascular-health/omega-3-benefits-prevent-coronary-heart-disease/">ประโยชน์ของน้ำมันปลาโอเมกา 3 สามารถป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.vistra.co.th">VISTRA</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>น้ำมันปลา เป็นหนึ่งในอาหารเสริมตัวสำคัญที่คนหลายช่วงวัยเลือกกินเพื่อบำรุงสุขภาพ แต่เชื่อว่าหลายคนอาจยังไม่รู้จักถึงประโยชน์ที่หลากหลายของน้ำมันปลาดีพอ รวมถึงยังไม่รู้ว่า น้ำมันปลาสามารถดูแลและป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจได้อย่างไร วันนี้จะพาไปหาคำตอบไขข้อสงสัยกัน</p>
<h2>น้ำมันปลา อุดมด้วยไขมันดีโอเมกา 3</h2>
<p>หากพูดถึงอาหารเสริมประจำตัวของคนในหลายช่วงวัย “น้ำมันปลา” ต้องเป็นหนึ่งในชุดอาหารเสริมที่หลายคนเลือกกินอย่างแน่นอน ซึ่งเป็นสารสกัดที่ได้มาจากไขมันปลาทะเลน้ำลึกที่เติบโตอยู่ในแหล่งธรรมชาติ อย่างปลาแซลมอน ปลาแมกเคอเรล ปลาเฮอร์ริง หรือปลาทูน่า เป็นต้น ซึ่งนับว่าเป็นกรดไขมันชนิดดีแบบไม่อิ่มตัว เป็นสารอาหารที่มีความสำคัญและส่งผลที่ดีต่อสุขภาพร่างกายเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะกรดไขมันชนิด โอเมกา 3 (Omega 3) ที่มีคุณประโยชน์สำคัญสามารถดูแลอาการและป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจ รวมถึงช่วยดูแลสุขภาพร่างกายในหลาย ๆ ด้านได้อีกด้วย</p>
<h3>โอเมกา 3 และกรดไขมันจำเป็นที่ดีต่อร่างกาย</h3>
<p>กรดไขมันโอเมกา 3 เป็นสารสกัดที่ดีและมีประโยชน์ต่อร่างกายในหลายด้าน แต่ร่างกายของเราไม่สามารถผลิตขึ้นได้เอง ซึ่งก่อนการเลือกซื้ออาหารเสริมน้ำมันปลามาบริโภค เรามาทำความเข้าใจถึงประโยชน์ของกรดไขมันในกลุ่มโอเมกา 3 แต่ละประเภทดังนี้</p>
<p><strong>กรดไขมัน EPA (Eicosapentaenoic Acid)</strong></p>
<p>เป็นกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัว มีคุณประโยชน์ที่ช่วยลดปริมาณคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอร์ไรด์ในเลือด ช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจและโรคความดันโลหิตสูง เราสามารถพบกรดไขมัน EPA ได้ในสัตว์ทะเลจำพวกปลามากที่สุด รวมถึงยังมีอยู่ในน้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันข้าวโพด และสาหร่าย เป็นต้น</p>
<p><strong>กรดไขมัน DHA (Docosahexaenoic Acid)</strong></p>
<p>เป็นกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัว มีคุณประโยชน์ต่อระบบสมองและเซลล์ประสาท ช่วยป้องกันอาการสมองเสื่อม ทำให้มีการเรียนรู้และช่วยส่งเสริมความจำที่ดี รวมถึงเป็นสารสำคัญที่ช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรง ด้วยการเพิ่มการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาว ให้ทำหน้าที่ดักจับเชื้อโรคต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ กรดไขมัน DHA ยังมีส่วนช่วยลดไขมันไตรกลีเซอร์ไรด์ในเลือด ช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจและสมองไม่ให้เกิดการอุดตันอีกด้วย ซึ่งเราสามารถพบกรดไขมันชนิดนี้ได้ในปลาทะเลน้ำลึก และสาหร่ายทะเลบางชนิด</p>
<p><strong>กรดไขมัน ALA (Alpha-Linolenic Acid)</strong></p>
<p>เป็นกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัว ทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยปกป้องเซลล์ต่าง ๆ ไม่ให้เกิดความเสียหาย มีส่วนช่วยในการเผาผลาญคาร์โบไฮเดรต และส่งต่อเป็นพลังงานให้อวัยวะต่าง ๆ เราสามารถพบกรดไขมัน ALA ได้ในอาหารหลายชนิด เช่น ผักโขม บรอกโคลี มันฝรั่ง เครื่องในสัตว์ เป็นต้น</p>
<h2>การกินน้ำมันปลาช่วยบำรุงโรคหลอดเลือดหัวใจได้หรือไม่</h2>
<p>สำหรับคนที่มีโรคหลอดเลือดหัวใจอาจเกิดข้อสงสัยที่ว่า น้ำมันปลาที่สกัดจากปลาทะเลจะสามารถดูแลและบรรเทาอาการได้อย่างไร ซึ่งสามารถตอบได้ว่า ในน้ำมันปลาจะอุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมกา 3 เข้มข้นที่มีกรดไขมัน EPA, DHA และ ALA ซึ่งสารเหล่านี้จะมีส่วนช่วยในการลดระดับไขมันในเลือดได้ จึงสามารถช่วยลดความเสี่ยงและป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจได้ แต่ไม่สามารถป้องกันการเกิดปัญหาสุขภาพหัวใจได้</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-5324" src="https://vistra.co.th/wp-content/uploads/2023/02/น้ำมันปลาช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจ.jpg" alt="น้ำมันปลาช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจ" width="1000" height="667" srcset="https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2023/02/น้ำมันปลาช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจ.jpg 1000w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2023/02/น้ำมันปลาช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจ-300x200.jpg 300w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2023/02/น้ำมันปลาช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจ-768x512.jpg 768w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2023/02/น้ำมันปลาช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจ-510x340.jpg 510w" sizes="(max-width: 1000px) 100vw, 1000px" /></p>
<h2>รวมประโยชน์ไม่ลับของน้ำมันปลา โอเมกา 3</h2>
<p>จะเห็นได้ว่า น้ำมันปลา เป็นสารอาหารที่มีคุณประโยชน์สำคัญ ส่งผลดีต่อการป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจได้ แต่รู้หรือไม่ น้ำมันปลา ยังมีคุณประโยชน์หลากหลายที่สามารถดูแลร่างกายของเราให้มีสุขภาพดีโดยที่เราอาจยังไม่รู้</p>
<ul>
<li>ดีต่อระบบไหลเวียนเลือด : โอเมกา 3 ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดในร่างกาย ลดความเสี่ยงหลอดเลือดแดงแข็งตัว</li>
<li>ดีต่อความดันเลือด : โอเมกา 3 ช่วยลดระดับไขมันเลว เพื่อคงความสมดุลความดันเลือดให้อยู่ในระดับปกติ</li>
<li>ดีต่อข้อเข่า : โอเมกา 3 มีส่วนช่วยลดการสร้างสารที่ทำให้ข้อต่าง ๆ เกิดการอักเสบ รวมถึงช่วยบรรเทาและฟื้นฟูโรคข้ออักเสบหรือรูมาตอยด์ได้</li>
<li>ดีต่อระบบหัวใจ : โอเมกา 3 สามารถช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ที่เป็นอันตราย จึงช่วยลดความเสี่ยงปัญหาไขมันอุดตัน ป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจ รวมถึงทำให้เลือดไหลเวียนเลี้ยงหัวใจได้เป็นปกติ</li>
<li>ดีต่อระบบประสาทและสมอง : โอเมกา 3 มีกรดไขมัน DHA ที่ช่วยดูแลรักษาระบบประสาทและสมอง ช่วยสร้างการเชื่อมโยงของเซลล์ประสาทใหม่ ๆ ให้เกิดขึ้น</li>
<li>ดีต่อฮอร์โมนผู้หญิง : โอเมกา 3 มีส่วนช่วยบรรเทาอาการปวดท้องจากการหดเกร็งของมดลูก ทำให้การปวดท้องประจำเดือนลดลงได้</li>
</ul>
<p>สำหรับน้อง ๆ วัยเรียน พี่ ๆ วัยทำงาน หรือกลุ่มผู้สูงอายุ การเลือกกินน้ำมันปลาที่มีสารสกัดจากปลาทะเล จากแหล่งธรรมชาติ เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยพิเศษ ในการดูแลสุขภาพร่างกายภายในให้มีความสมดุล รวมถึงช่วย<a href="https://www.vistra.co.th/fishoil/">ป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจ</a> ให้เลือดไหลเวียนดี ระบบหัวใจทำงานเป็นปกติ ทำให้มีแรงกายสำหรับทำกิจกรรมต่าง ๆ ในทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นการเรียน การทำงาน หรือกิจกรรมส่วนตัว ก็สามารถดำเนินไปอย่างเป็นปกติ และมีความสุขได้ในทุกวัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>แหล่งอ้างอิง</strong></p>
<ol>
<li>โอเมก้า 3 กินอย่างไรให้ดีและมีประโยชน์ต่อสุขภาพ. สืบค้นเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2566 จาก <a href="https://www.pobpad.com/โอเมก้า-3-กินอย่างไรให้ด">https://www.pobpad.com/โอเมก้า-3-กินอย่างไรให้ด</a></li>
<li>Omega-3: What it can and can&#8217;t do for health. สืบค้นเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2566 จาก <a href="https://www.medicalnewstoday.com/articles/omega-3-what-it-can-and-cant-do-for-health">https://www.medicalnewstoday.com/articles/omega-3-what-it-can-and-cant-do-for-health</a></li>
<li>3 วิธี…ที่ทำให้สาวๆ ไม่ต้องทนทรมานกับอาการ “ปวดประจำเดือน”. สืบค้นเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2566 จาก <a href="https://www.paolohospital.com/th-TH/center/Article/Details/3-วิธี…ที่ทำให้สาวๆ-ไม่ต้องทนทรมานกับอาการ--ปวดประจำเดือน-">https://www.paolohospital.com/th-TH/center/Article/Details/3-วิธี…ที่ทำให้สาวๆ-ไม่ต้องทนทรมานกับอาการ&#8211;ปวดประจำเดือน-</a></li>
</ol>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.vistra.co.th/cardiovascular-health/omega-3-benefits-prevent-coronary-heart-disease/">ประโยชน์ของน้ำมันปลาโอเมกา 3 สามารถป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.vistra.co.th">VISTRA</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อะเซโรล่า เชอร์รี่ ราชินีวิตามินซีที่ดีต่อร่างกาย</title>
		<link>https://www.vistra.co.th/health-tips/acerola-cherry-the-best-vitamin-c/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 13 Feb 2023 06:19:51 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เกร็ดความรู้สุขภาพ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://vistra.co.th/?p=5318</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อพูดถึง “วิตามินซี” แน่นอนว่าหลายคนคงทราบถึงประโยชน [...]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.vistra.co.th/health-tips/acerola-cherry-the-best-vitamin-c/">อะเซโรล่า เชอร์รี่ ราชินีวิตามินซีที่ดีต่อร่างกาย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.vistra.co.th">VISTRA</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อพูดถึง “วิตามินซี” แน่นอนว่าหลายคนคงทราบถึงประโยชน์ของสารอาหารชนิดนี้มากมาย ที่นอกจากจะเป็นตัวช่วยในการเพิ่มภูมิต้านทานและป้องกันโรคหวัดแล้ว ยังช่วยบำรุงผิวพรรณให้ดูกระจ่างใส อ่อนเยาว์ และมีสุขภาพดีมากขึ้นอีกด้วย</p>
<p>แต่จะให้เกิดผลดีต่อสุขภาพ แน่นอนว่าการกินวิตามินซีในปริมาณที่เหมาะสมก็เป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนต้องรู้ เรามาดูกันว่าปริมาณวิตามินซีที่เราควรได้รับ และวิธีกินวิตามินซีแต่ละแบบที่ถูกต้องมีแบบไหนบ้าง</p>
<h2>อะเซโรล่า เชอร์รี่ ราชินีวิตามินซี</h2>
<p>วิตามินซี นับว่าเป็นวิตามินครอบจักรวาล มีประโยชน์ในการดูแลร่างกายในหลากหลายด้าน ซึ่งเราสามารถเลือกกินได้จากผักผลไม้นานาชนิด ไม่ว่าจะเป็น ส้ม สตรอว์เบอร์รี ฝรั่ง หรือลิ้นจี่ ซึ่งล้วนเป็นผลไม้ที่ได้ชื่อว่า อุดมไปด้วยวิตามินซีสูง แต่รู้หรือไม่ว่า ยังมีผลไม้อีกชนิดที่มีวิตามินซีสูงมาก ซึ่งหลายคนอาจคุ้นหู แต่ยังไม่รู้จักดี นั่นก็คือ อะเซโรล่า เชอร์รี่</p>
<p>อะเซโรล่า เชอร์รี่ เป็นผลไม้รสชาติอร่อย มีรสชาติหวานอมเปรี้ยว กินแล้วสดชื่นเป็นเอกลักษณ์ อุดมด้วยกรดแอสคอร์บิก หรือวิตามินซี ที่มีความเข้มข้นมากกว่าผลส้มมากถึง 30-80 เท่า มีคุณสมบัติสามารถดูดซึมได้ดีกว่าวิตามินซีแบบสังเคราะห์ นอกจากนี้ ยังอุดมไปด้วยสารอาหารอีกหลากหลายชนิด อย่างวิตามินเอ ช่วยบำรุงสุขภาพดวงตา วิตามินบีรวม ดูแลระบบประสาทและสมอง สารไบโอฟลาโวนอยด์ที่มีฤทธิ์ต่อต้านสารอนุมูลอิสระสูง ช่วยดูแลผิวพรรณให้ดูอ่อนเยาว์ กระจ่างใสมากขึ้น นอกจากนี้ ยังช่วยส่งเสริมการทำงานของภูมิคุ้มกันของร่างกายช่วยป้องกันไวรัส และลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อต่าง ๆ จึงนับได้ว่า วิตามินซีจากอะเซโรล่า เชอร์รี่เป็นแหล่งวิตามินซีที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเป็นอย่างมาก</p>
<h2>จุดเด่นของวิตามินแต่ละรูปแบบ และวิธีกินวิตามินซีที่เหมาะสม</h2>
<ul>
<li>แบบอัดเม็ด : เป็นรูปแบบวิตามินซียอดนิยม ซึ่งมีขนาด 500 และ 1,000 มิลลิกรัม มีคุณสมบัติเป็นสารละลาย ที่ออกฤทธิ์ในร่างกายได้นานขึ้น ไม่ทำให้ระคายเคืองกระเพาะอาหาร วิธีกินวิตามินซีแบบเม็ดที่เหมาะสม แนะนำให้เลือกในปริมาณที่เหมาะสมกับร่างกายแต่ละคน</li>
<li>แบบเม็ดอม : เป็นรูปแบบวิตามินซีที่เหมาะสำหรับคนไม่ชอบกินยา หรือกลืนเม็ดยาได้ยาก มีขนาดให้เลือกได้ตั้งแต่ 25-500 มิลลิกรัม มีคุณสมบัติที่รสเปรี้ยวอมหวาน อร่อย กินง่าย แต่ควรระวัง ไม่ควรอมในปริมาณมากเกินไป เพราะมีกรดที่อาจทำให้ฟันกร่อนได้</li>
<li>แบบเม็ดเคี้ยว : เป็นรูปแบบวิตามินซีที่เหมาะสมสำหรับเด็ก ด้วยรสชาติหวาน อร่อย เคี้ยวได้ทำให้กินง่ายขึ้น โดยปกติมีขนาด 30 มิลลิกรัม แต่ควรระวังการกิน เพราะมีส่วนประกอบเป็นปริมาณน้ำตาลสูงที่ทำให้เกิดฟันผุได้</li>
<li>แบบเม็ดฟู่ : เป็นรูปแบบวิตามินซีที่เหมาะสำหรับคนไม่ชอบกินแบบเม็ด มีวิธีกินวิตามินซีที่ง่ายและสะดวก โดยการทำไปละลายในน้ำจนฟองหมด จากนั้นก็ดื่มได้ทันที โดยปกติมีขนาด 500 และ 1,000 มิลลิกรัม</li>
<li>แบบแคปซูล : เป็นรูปแบบวิตามินซีแคปซูลชนิดนิ่มและแข็ง โดยปกติจะมีขนาด 500 มิลลิกรัม สามารถกลืนได้ง่ายมาก สบายคอมากกว่ารูปแบบเม็ด</li>
<li>แบบสารละลายเพื่อฉีด : เป็นรูปแบบวิตามินซีที่ต้องได้รับคำแนะนำจากแพทย์ มีคุณสมบัติเด่นคือสามารถออกฤทธิ์ได้เร็ว ร่างกายสามารถดูดซึมนำไปใช้บำรุงร่างกายได้ทันที โดยไม่ต้องผ่านการย่อยจากกระเพาะอาหาร มักจะมีขนาดจะอยู่ที่ 500 มิลลิกรัม</li>
</ul>
<h2>ปริมาณวิตามินซีที่ร่างกายควรได้รับแต่ละวัน</h2>
<ul>
<li>สำหรับผู้ที่ต้องการวิตามินซีเพื่อเสริมภูมิต้านทานให้ร่างกายและบำรุงผิวพรรณ ควรบริโภควิตามินซีวันละ 1,000-3,000 มิลลิกรัม</li>
<li>สำหรับผู้ที่ต้องการวิตามินซีเพื่อดูแลโรคหวัดหรืออาการภูมิแพ้ ควรบริโภควิตามินวันละ 2,000 มิลลิกรัม</li>
<li>สำหรับผู้ที่ต้องการวิตามินซีเพื่อดูแลและบำรุงสุขภาพร่างกาย ควรบริโภควิตามินวันละ 1,000 มิลลิกรัม</li>
<li>สำหรับผู้ที่ต้องการวิตามินซีเพื่อดูแลและปกป้องผิวจากแสงแดด ควรบริโภควิตามินวันละ 2,000 มิลลิกรัม รวมถึงสามารถกินร่วมกับวิตามินอีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านการดูแลผิวให้ดีกว่าเดิม</li>
</ul>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-5319" src="https://vistra.co.th/wp-content/uploads/2023/02/วิธีกินวิตามินซีให้ได้คุณค่าสูงสุด.jpg" alt="วิธีกินวิตามินซีให้ได้คุณค่าสูงสุด" width="1000" height="667" srcset="https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2023/02/วิธีกินวิตามินซีให้ได้คุณค่าสูงสุด.jpg 1000w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2023/02/วิธีกินวิตามินซีให้ได้คุณค่าสูงสุด-300x200.jpg 300w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2023/02/วิธีกินวิตามินซีให้ได้คุณค่าสูงสุด-768x512.jpg 768w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2023/02/วิธีกินวิตามินซีให้ได้คุณค่าสูงสุด-510x340.jpg 510w" sizes="(max-width: 1000px) 100vw, 1000px" /></p>
<h2>วิธีกินวิตามินซีอย่างไร ให้ได้คุณค่าสูงสุด?</h2>
<ol>
<li>แนะนำให้กินวิตามินซีพร้อมอาหารมื้อเช้าและมื้อเย็น จะมีส่วนช่วยลดอาการระคายเคืองกระเพาะอาหารได้ดี</li>
<li>สำหรับผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน ควรกินวันละ 1,000 มิลลิกรัม เพื่อเข้าไปช่วยลดสารอนุมูลอิสระ และลดความรุนแรงของอาการแทรกซ้อนต่าง ๆ</li>
<li>การกินวิตามินซีร่วมกับแคลเซียม แมกนีเซียม และไบโอฟลาโวนอยด์ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดูดซึม และช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ</li>
</ol>
<p>จะเห็นได้ว่า วิตามินซีเป็นวิตามินที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะใน<a href="https://www.vistra.co.th/healthy-strengthen-immunity/">อะเซโรล่า เชอร์รี่</a> ที่มีปริมาณวิตามินซีจากธรรมชาติสูงกว่าผลไม้ประเภทอื่น ที่ช่วยดูแลร่างกายไม่ให้เจ็บป่วยอยู่บ่อย ๆ ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง พร้อมต่อสู้กับเชื้อโรคต่าง ๆ และที่สำคัญช่วยดูแลให้ผิวมีสุขภาพดี ขาว ดูเปล่งปลั่ง ซึ่งในปัจจุบันเราสามารถเลือกกินได้จากผลไม้ หรือเลือกกินจากอาหารเสริมในหลายรูปแบบตามความต้องการ และความเหมาะสมกับร่างกายแต่ละคน</p>
<p><strong>แหล่งอ้างอิง</strong></p>
<ol>
<li>วิตามินซีมากเท่าไหร่&#8230;ถึงดีต่อระบบภูมิคุ้มกัน. สืบค้นเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2566 จาก <a href="https://www.phyathai.com/article_detail/3268/th/วิตามินซีมากเท่าไหร่...ถึงดีต่อระบบภูมิคุ้มกัน">https://www.phyathai.com/article_detail/3268/th/วิตามินซีมากเท่าไหร่&#8230;ถึงดีต่อระบบภูมิคุ้มกัน</a></li>
<li>รู้จักชนิดวิตามินซีและการทานที่ถูกต้อง. สืบค้นเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2566 จาก <a href="https://www.bangkokhospital.com/content/know-vitamin-c-deeply">https://www.bangkokhospital.com/content/know-vitamin-c-deeply</a></li>
<li>มาทำความรู้จักกับ Vitamin C. สืบค้นเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2566 จาก <a href="https://www.exta.co.th/vitamin-c/">https://www.exta.co.th/vitamin-c/</a></li>
</ol>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.vistra.co.th/health-tips/acerola-cherry-the-best-vitamin-c/">อะเซโรล่า เชอร์รี่ ราชินีวิตามินซีที่ดีต่อร่างกาย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.vistra.co.th">VISTRA</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อาหารเสริมซิงก์ (Zinc) อาหารเสริมที่ผู้หญิงไม่ควรพลาด</title>
		<link>https://www.vistra.co.th/health-tips/zinc-benefits-for-women/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 13 Feb 2023 06:02:51 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เกร็ดความรู้สุขภาพ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://vistra.co.th/?p=5310</guid>

					<description><![CDATA[<p>ซิงก์ (Zinc) เป็นหนึ่งในสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย [...]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.vistra.co.th/health-tips/zinc-benefits-for-women/">อาหารเสริมซิงก์ (Zinc) อาหารเสริมที่ผู้หญิงไม่ควรพลาด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.vistra.co.th">VISTRA</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ซิงก์ (Zinc) เป็นหนึ่งในสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายหลายด้าน ไม่ว่าใครทานก็ได้ประโยชน์มากมาย โดยเฉพาะในผู้หญิง เพราะซิงก์ช่วยให้สุขภาพแข็งแรง และยังมีส่วนช่วยในด้านความงามทั้งผิว และผมอีกด้วย หากคุณอยากรู้ว่าซิงก์ (Zinc) ช่วยอะไรผู้หญิงได้บ้าง วันนี้เรามีคำตอบมาให้ พร้อมวิธีการทานซิงก์ให้ได้ประโยชน์ที่สุด</p>
<h2>5 คุณประโยชน์จากอาหารเสริมซิงก์</h2>
<h3>1. มีส่วนช่วยสร้างระบบภูมิต้านทาน</h3>
<p>ประโยชน์แรกของซิงก์ที่จะไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือ ซิงก์นั้นมีประโยชน์และสำคัญต่อระบบภูมิคุ้มกันของคนเรามาก ๆ เนื่องจากเป็นแร่ธาตุที่สำคัญต่อการทำงานของ T-cells ซึ่งเป็นเซลล์ที่ควบคุมการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันนั่นเอง การที่ได้รับซิงก์ในปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายจึงทำให้ภูมิคุ้มกันแข็งแรงและทำงานได้เป็นปกติ นอกจากนั้น ซิงก์ยังมีส่วนช่วยในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรค เชื้อไวรัสในร่างกายได้ และช่วยลดอาการอักเสบในร่างกายได้ด้วย ดังนั้น หากเป็นหวัด หรือมีเชื้อโรคบางอย่างเข้าไปในร่างกาย ซิงก์ก็จะช่วยให้ภูมิคุ้มกันทำงานดี ทำให้หายไว และมีอาการไม่รุนแรง</p>
<h3>2. บำรุงผม และเล็บให้แข็งแรง สุขภาพดี ลดผมร่วงได้</h3>
<p>อีกหนึ่งคุณประโยชน์ของอาหารเสริมซิงก์ที่หลาย ๆ คนรู้จักกันดีอยู่แล้ว และเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ผู้หญิงหลายคนเลือกทานซิงก์เป็นอาหารเสริมก็คือ คุณประโยชน์ด้านการบำรุงผมและเล็บให้แข็งแรง เนื่องจากในซิงก์จะมีกรดอะมิโนจำเป็นบางชนิดที่สำคัญต่อการสังเคราะห์เคราติน ซึ่งเป็นโปรตีนที่เป็นองค์ประกอบสำคัญของทั้งผม เล็บ และขนบนร่างกายทุกจุดนั่นเอง ดังนั้นแล้ว การที่คุณได้รับซิงก์อย่างเพียงพอ ก็จะช่วยให้ผมและเล็บแข็งแรง เจริญเติบโตดี ลดปัญหาผมแห้งเสีย ไม่มีน้ำหนัก และปัญหาเล็บเปราะบางแตกหักง่ายได้ นอกจากนี้ ซิงก์ยังช่วยควบคุมการทำงานของต่อมไขมันบริเวณหนังศีรษะ และช่วยลดความอักเสบในร่างกายซึ่งเป็นสาเหตุของผมหลุดร่วงอีกด้วย ซิงก์จึงช่วยลดผมร่วงและเสริมการเติบโตของเส้นผมใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<h3>3. ช่วยลดการเกิดสิว และช่วยให้ร่างกายสมานแผลได้ดีขึ้น</h3>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-5312" src="https://vistra.co.th/wp-content/uploads/2023/02/อาหารเสริมซิงก์ลดสิว-ช่วยเสริมการเผาผลาญ.jpg" alt="อาหารเสริมซิงก์ลดสิว ช่วยเสริมการเผาผลาญ" width="1000" height="750" srcset="https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2023/02/อาหารเสริมซิงก์ลดสิว-ช่วยเสริมการเผาผลาญ.jpg 1000w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2023/02/อาหารเสริมซิงก์ลดสิว-ช่วยเสริมการเผาผลาญ-300x225.jpg 300w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2023/02/อาหารเสริมซิงก์ลดสิว-ช่วยเสริมการเผาผลาญ-768x576.jpg 768w, https://www.vistra.co.th/wp-content/uploads/2023/02/อาหารเสริมซิงก์ลดสิว-ช่วยเสริมการเผาผลาญ-510x383.jpg 510w" sizes="(max-width: 1000px) 100vw, 1000px" /></p>
<p>นอกจากการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และบำรุงเล็บและผมแล้ว อาหารเสริมซิงก์ยังมีส่วนช่วยเรื่องผิวพรรณด้วย เพราะซิงก์มีคุณสมบัติที่ช่วยลดสิวและช่วยให้ผิวที่เกิดแผลต่าง ๆ สมานตัวได้ดีขึ้น เนื่องจากซิงก์สามารถลดการอักเสบในร่างกาย ควบคุมความมัน และรักษาสมดุลความมันตามรูขุมขน ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดสิว อีกทั้งซิงก์ยังมีผลในการช่วยยับยั้งการเติบโตของเชื้อโรค และช่วยกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวหนังใหม่ด้วย การได้รับซิงก์อย่างเพียงพอจึงช่วยทำให้แผลที่เกิดขึ้นฟื้นตัวได้ไว แผลปิดเร็วขึ้น ลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ และลดอัตราการเกิดสิวได้ที่ต้นเหตุเลยด้วย</p>
<h3>4. มีส่วนช่วยในการเผาผลาญพลังงาน</h3>
<p>หนึ่งคุณประโยชน์ของอาหารเสริมซิงก์ที่หลาย ๆ คนอาจยังไม่รู้ แต่หากคุณผู้หญิงได้รู้แล้วรับรองว่าต้องอยากกินซิงก์ให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายในแต่ละวันแน่นอน นั่นก็คือคุณสมบัติของซิงก์ที่มีส่วนช่วยในการเผาผลาญพลังงานของร่างกาย และดูดซึมสารอาหารได้เป็นอย่างดี โดยที่ซิงก์สามารถช่วยเผาผลาญได้ทั้งโปรตีน ไขมัน และคาร์โบไฮเดรต เมื่อคุณกินอาหารเข้าไปร่างกายก็จะสามารถเผาผลาญแหล่งพลังงานได้เป็นอย่างดี ไม่เกิดเป็นไขมันสะสมหากทานในปริมาณที่พอดี และออกกำลังกายเป็นประจำร่วมด้วย</p>
<h3>5. มีส่วนช่วยในการสร้างฮอร์โมนเพศ ทำให้ฮอร์โมนสมดุลเมื่อเข้าสู่ช่วยวัยทอง</h3>
<p>สำหรับผู้หญิง โดยเฉพาะผู้หญิงในวัย 40-50 ปีเป็นต้นไปซึ่งเริ่มเข้าสู่วัยทอง (Menopause) ซึ่งเป็นภาวะที่เริ่มหมดประจำเดือน เนื่องจากรังไข่หยุดผลิตฮอร์โมนเพศหญิงอย่างเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน ทำให้ระดับฮอร์โมนในร่างกายขาดความสมดุล นำมาซึ่งอาการมากมายที่ทำให้เกิดความไม่สบายตัว ทำให้อารมณ์แปรปรวน และอาจก่อให้เกิดโรคต่าง ๆ ได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นความเสี่ยงในการเกิดโรคอัลไซเมอร์ โรคไขมันในเลือด หรือโรคกระดูกพรุน แต่การได้รับซิงก์ในปริมาณที่เพียงพอ จะช่วยส่งเสริมการสร้างฮอร์โมนเพศหญิงได้ ทั้งฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน ทำให้อาการจากการขาดสมดุลของฮอร์โมนเพศไม่รุนแรงนัก</p>
<h2>การทานอาหารเสริมซิงก์ให้ได้ประโยชน์สูงสุด</h2>
<p>หากต้องการได้รับคุณประโยชน์จากซิงก์อย่างเต็มที่ คุณควรได้รับซิงก์ในปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย โดยจะเลือกทานซิงก์จากอาหาร และวัตถุดิบตามธรรมชาติ อย่างหอยนางรม เนื้อแดง ถั่ว และธัญพืชต่าง ๆ ก็ได้ หรือจะเลือกทานเป็นอาหารเสริมซิงก์เพื่อทำให้มั่นใจว่าได้รับซิงก์เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายทุก ๆ วันก็ได้</p>
<p>โดยทั่วไปแล้วในวัยผู้ใหญ่จะต้องการซิงก์ประมาณวันละ 12-15 มิลลิกรัม และสำหรับคุณแม่ที่ให้นมบุตรอาจต้องทานซิงก์มากกว่าปกติ ซึ่งก็คือตั้งแต่ 15 มิลลิกรัมขึ้นไปต่อวัน ขึ้นอยู่กับคำแนะนำของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ</p>
<p>ดังนั้น สำหรับใครที่ยังสงสัยว่า Zinc ช่วยอะไรในผู้หญิงบ้าง คำตอบชัด ๆ ก็คือ การทานซิงก์ในรูปแบบ<a href="https://www.vistra.co.th/product/zinc/">อาหารเสริมซิงก์</a> หรืออาหารที่มีองค์ประกอบของซิงก์ จะช่วยให้ร่างกายของคุณผู้หญิงแข็งแรง มีภูมิคุ้มกันดี เผาผลาญพลังงานและดูดซึมสารอาหารได้ดี อีกทั้งยังมีระดับฮอร์โมนเพศสมดุลทำให้ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคต่าง ๆ และยังช่วยบำรุงผิว ผม และเล็บอีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นสุดยอดสารอาหารสำหรับผู้หญิงเลยก็ว่าได้</p>
<p><strong>แหล่งอ้างอิง</strong></p>
<ol>
<li>7 Zinc Benefits Every Woman Should Know About. สืบค้นเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2566 จาก <a href="https://www.womenshealthmag.com/food/g19967379/signs-youre-not-getting-zinc/">https://www.womenshealthmag.com/food/g19967379/signs-youre-not-getting-zinc/ </a></li>
<li>Zinc: Everything You Need to Know. สืบค้นเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2566 จาก <a href="https://www.healthline.com/nutrition/zinc">https://www.healthline.com/nutrition/zinc </a></li>
<li>Zinc. สืบค้นเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2566 จาก <a href="https://www.mayoclinic.org/drugs-supplements-zinc/art-20366112">https://www.mayoclinic.org/drugs-supplements-zinc/art-20366112</a></li>
<li>What are the health benefits of zinc?. สืบค้นเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2566 จาก <a href="https://www.medicalnewstoday.com/articles/263176">https://www.medicalnewstoday.com/articles/263176 </a></li>
<li>สังกะสี (Zinc-ซิงค์) ประโยชน์ของธาตุสังกะสี 25 ข้อ !. สืบค้นเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2566 จาก <a href="https://medthai.com/ธาตุสังกะสี">https://medthai.com/ธาตุสังกะสี</a></li>
</ol>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.vistra.co.th/health-tips/zinc-benefits-for-women/">อาหารเสริมซิงก์ (Zinc) อาหารเสริมที่ผู้หญิงไม่ควรพลาด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.vistra.co.th">VISTRA</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
