สังกะสี
สังกะสีคือแร่ธาตุจำเป็นที่ร่างกายต้องการในปริมาณน้อย มีสัญลักษณ์ทางเคมี Zn ในสิ่งมีชีวิตสังกะสีอยู่ในรูปไอออนประจุบวกสอง และเป็นองค์ประกอบของโปรตีนจำนวนมากในร่างกายมนุษย์ ในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสังกะสีปรากฏในรูปเกลือหรือคีเลตเสมอ เช่น กลูโคเนต ซิเตรต หรือพิโคลิเนต
สังกะสีเป็นแร่ธาตุปริมาณน้อยที่จำเป็น ร่างกายต้องการในปริมาณเล็กน้อยอย่างสม่ำเสมอและสร้างขึ้นเองไม่ได้ เอกสารด้านโภชนาการระบุว่าสังกะสีเป็นองค์ประกอบของเอนไซม์จำนวนมากในร่างกาย และเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างที่ช่วยให้โปรตีนคงรูปอยู่ได้ ข้อความเหล่านี้อธิบายตัวแร่ธาตุเอง ไม่ใช่ข้อความเกี่ยวกับผลของผลิตภัณฑ์
เกี่ยวกับส่วนประกอบนี้
สังกะสีเป็นแร่ธาตุที่ร่างกายต้องการในปริมาณน้อย ต่างจากธาตุเหล็กตรงที่ร่างกายไม่มีที่เก็บสังกะสีสำรอง จึงต้องได้รับอย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช่เป็นครั้งคราว วัตถุดิบสำหรับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารได้จากการรวมสังกะสีเข้ากับกรดอินทรีย์หรือกรดอะมิโน จนได้รูปแบบต่าง ๆ ที่ปรากฏบนฉลาก เช่น ซิงก์บิสไกลซิเนต ซิงก์กลูโคเนต และซิงก์พิโคลิเนต
แหล่งที่มาจากอาหาร
เนื้อสัตว์ ปลา และอาหารทะเลอื่น เป็นแหล่งสังกะสีที่เข้มข้นที่สุด โดยหอยนางรมมีสังกะสีต่อหนึ่งหน่วยบริโภคสูงกว่าอาหารชนิดอื่นใด ขณะที่เนื้อวัวเป็นแหล่งที่ให้สังกะสีมากที่สุดในอาหารของชาวอเมริกันเพราะบริโภคกันเป็นประจำ ไข่และผลิตภัณฑ์นมก็มีสังกะสีเช่นกัน ถั่วเมล็ดแห้ง ถั่วเปลือกแข็ง และธัญพืชเต็มเมล็ดมีสังกะสีอยู่ด้วย แต่ชีวปริมาณออกฤทธิ์ต่ำกว่าอาหารจากสัตว์ เนื่องจากอาหารเหล่านั้นมีไฟเตตซึ่งจับกับสังกะสีและยับยั้งการดูดซึม ประเด็นนี้มีความหมายในทางปฏิบัติ คือ NIH ODS ระบุว่าการขาดสังกะสีจากอาหารพบได้ทั่วไปในประเทศกำลังพัฒนา และปัจจัยขับเคลื่อนคืออาหารที่มีไฟเตตสูงและขาดอาหารจากสัตว์ ค่าปริมาณสารอาหารที่แนะนำต่อวันของสหรัฐฯ อยู่ที่ 11 มิลลิกรัมสำหรับผู้ชายและ 8 มิลลิกรัมสำหรับผู้หญิง
รูปแบบและการดูดซึม
รูปของสังกะสีบนฉลากต่างกันที่สัดส่วนสังกะสีธาตุและการละลาย รูปที่พบทั่วไปได้แก่ ซิงก์กลูโคเนต ซิงก์ซิเตรต ซิงก์พิโคลิเนต ซิงก์บิสไกลซิเนต ซิงก์ซัลเฟต ซิงก์อะซิเตต และซิงก์ออกไซด์ ตัวเลขที่ควรอ่านบนฉลากคือปริมาณสังกะสีธาตุ ไม่ใช่น้ำหนักของสารประกอบ ปัจจัยที่มีผลต่อการดูดซึมมากที่สุดไม่ใช่รูปของเกลือ แต่คืออาหารที่รับประทานร่วมด้วย โดยเฉพาะไฟเตตในธัญพืชและถั่ว รวมถึงปริมาณสังกะสีที่ได้รับในมื้อนั้น เนื่องจากการดูดซึมเป็นสัดส่วนที่ลดลงเมื่อปริมาณสูงขึ้น รูปแบบผลิตภัณฑ์มีทั้งเม็ด แคปซูล และเม็ดอม โดยเม็ดอมสำหรับใช้ระยะสั้นมักให้สังกะสีในปริมาณสูงกว่าผลิตภัณฑ์สำหรับใช้ประจำวันมาก ซึ่งเป็นประเด็นที่เชื่อมโยงกับเพดานความปลอดภัยในหัวข้อถัดไป
สถานะงานวิจัย
งานวิจัยในมนุษย์เกี่ยวกับสังกะสีมีจำนวนมาก และมีบทความทบทวนข้อมูลอย่างเป็นระบบหลายฉบับ ข้อจำกัดเชิงวิธีการที่กล่าวถึงบ่อยที่สุดคือ ยังไม่มีตัวชี้วัดสถานะสังกะสีในร่างกายที่ไวพอ Linus Pauling Institute ระบุไว้ตรงว่าการขาดตัวชี้วัดที่ไวนี้ทำให้ยากที่จะกำหนดระดับการได้รับสังกะสีที่เหมาะสมที่สุด นอกจากนี้การทดลองใช้เกลือสังกะสีต่างชนิดกันและใช้ปริมาณต่างกันมาก ตั้งแต่ระดับใกล้เคียงค่าที่แนะนำต่อวันไปจนถึงระดับสูงหลายเท่า ผลจึงเปรียบเทียบข้ามการศึกษาได้ยาก ปัจจุบันยังไม่มีการอนุมัติข้อความกล่าวอ้างจาก อย. สำหรับผลิตภัณฑ์บนเว็บไซต์นี้ หน้านี้จึงนำเสนอสังกะสีในหน้านี้ในฐานะส่วนประกอบ ไม่ใช่ในฐานะประโยชน์
ความปลอดภัยและข้อควรระวัง
คณะกรรมการอาหารและโภชนาการของสหรัฐฯ กำหนดค่าปริมาณสูงสุดที่ยอมรับได้ต่อวัน (UL) ของสังกะสีสำหรับผู้ใหญ่ไว้ที่ 40 มิลลิกรัม โดยนับรวมทั้งจากอาหารและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เหตุผลที่ตั้งค่านี้ไว้ค่อนข้างต่ำเป็นเรื่องเฉพาะและควรทราบ คือสังกะสีปริมาณสูงยับยั้งการดูดซึมทองแดง การได้รับเกินเพดานเป็นเวลานานจึงอาจทำให้ขาดทองแดงได้ NIH ODS ระบุว่าเคยพบการลดลงของตัวชี้วัดสถานะทองแดง แม้ที่ปริมาณสังกะสีราว 60 มิลลิกรัมต่อวันเป็นเวลาถึง 10 สัปดาห์ Linus Pauling Institute ยังระบุเพิ่มเติมว่าการใช้เม็ดอมสังกะสีต่อเนื่องเป็นเวลานาน เช่น 6 ถึง 8 สัปดาห์ มีแนวโน้มทำให้ขาดทองแดง สำหรับประเทศไทย คำแนะนำของ อย. ฉบับ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2567 ระบุตัวเลขสังกะสีรวมไม่เกิน 15 มิลลิกรัมต่อวัน ไว้ในลำดับที่ 223 ในฐานะเงื่อนไขที่ผูกกับสารสกัดหอยนางรม ซึ่งต่ำกว่าค่าของสหรัฐฯ อย่างมีนัยสำคัญ ผู้ที่ใช้ยาตามใบสั่งแพทย์ ผู้ที่อยู่ระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเริ่มรับประทาน และโปรดปฏิบัติตามปริมาณที่ระบุบนฉลากเสมอ ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค
จุดที่ควรตรวจสอบบนฉลาก
มีสี่ประเด็นที่ตรวจสอบได้จากฉลากผลิตภัณฑ์สังกะสี ประการแรกและสำคัญที่สุดคือฉลากระบุสังกะสีธาตุหรือระบุน้ำหนักของสารประกอบ ตัวเลขสองค่านี้ต่างกันมากและเทียบกันโดยตรงไม่ได้ ประการที่สองคือรูปแบบที่ระบุ ควรเป็นชื่อเต็ม เช่น กลูโคเนต พิโคลิเนต หรือบิสไกลซิเนต ประการที่สามคือการมีทองแดงร่วมอยู่ในสูตรหรือไม่ ซึ่งเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับเพดานความปลอดภัยที่อธิบายไว้ข้างต้น ประการที่สี่คือปริมาณต่อหนึ่งหน่วยบริโภคเทียบกับปริมาณที่ได้รับจากผลิตภัณฑ์อื่น เพราะสังกะสีปรากฏอยู่ในวิตามินรวมและในสูตรผสมหลายชนิด และเพดานเป็นปริมาณรวมต่อวัน ไม่ใช่ต่อผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่จำหน่ายในประเทศไทยทุกรายการต้องมีเลขสารบบอาหาร (อย.) บนฉลาก
- NIH Office of Dietary Supplements – เอกสารข้อเท็จจริงสังกะสี สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ ↗
- Linus Pauling Institute (Oregon State University) – ข้อมูลสังกะสี ↗
- อย. – คำแนะนำการใช้ส่วนประกอบสำคัญในผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (8 ก.ค. 2567) ลำดับ 223 หอยนางรม ↗
หน้านี้เป็นข้อมูลความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับสารอาหาร โดยอธิบายตัวสารอาหารเอง ไม่ใช่ข้อความเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ใดผลิตภัณฑ์หนึ่ง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจัดเป็นอาหาร ไม่ใช่ยา และไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค เอกสารอ้างอิงที่แสดงไว้ข้างต้นเป็นแหล่งข้อมูลจากหน่วยงานสาธารณะ ไม่ใช่ข้อความกล่าวอ้างของผลิตภัณฑ์
เราใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ เมื่อคุณกดยอมรับ เราจะสามารถแสดงเนื้อหาที่ตรงกับความสนใจของคุณได้มากขึ้น และหากต้องการเปลี่ยนความยินยอม สามารถทำได้ทุกเมื่อโดยคลิก “การตั้งค่าคุกกี้” นโยบายการใช้คุกกี้

