น้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณรายละเอียด
บริษัทไทยตั้งแต่ปี 1999 · แบรนด์ VISTRA ตั้งแต่ปี 2006·ร้านค้าทางการบน SHOPEE · LAZADA · TIKTOK SHOP · LINEบริษัทไทยตั้งแต่ปี 1999 · แบรนด์ VISTRA ตั้งแต่ปี 2006
ช่องทางการสั่งซื้อ
JAPAN QUALITY·輝く毎日を、内側から。·GMP · ISO · HACCP · FSSC 22000 · HALAL CERTIFIED
รู้จักส่วนผสม

ภูมิคุ้มกันใช้สารอาหารอะไร มีในอาหารไหนบ้าง?

·
สารอาหารที่มีส่วนช่วยในการทำหน้าที่ตามปกติของระบบภูมิคุ้มกัน ได้แก่ วิตามินซี ดี เอ สังกะสี ธาตุเหล็ก โฟเลต บี 6 และบี 12 ได้จากอาหารทั่วไป เช่น พริกหวาน ส้ม กีวี ปลาแซลมอน ไข่ มันเทศ หอยนางรม ถั่ว ผักใบเขียว กล้วย และนม พร้อมปริมาณในอาหารเทียบกับค่าอ้างอิงต่อวันของคนไทย

สารอาหารที่มีส่วนช่วยในการทำหน้าที่ตามปกติของระบบภูมิคุ้มกัน ได้แก่ วิตามินซี วิตามินดี วิตามินเอ สังกะสี ธาตุเหล็ก โฟเลต วิตามินบี 6 และวิตามินบี 12 ทั้งแปดตัวได้จากอาหารทั่วไป เช่น พริกหวาน ส้ม กีวี ปลาแซลมอน ไข่ มันเทศ หอยนางรม เนื้อวัว ตับ ถั่ว ผักปวยเล้ง กล้วย นม และอาหารทะเล ไม่มีอาหารชนิดเดียวที่ให้ครบทั้งแปดตัว การกินให้หลากหลายจากหลายกลุ่มในแต่ละวันจึงเป็นหัวใจ ตัวเลขด้านล่างมาจากตารางอาหารของ NIH Office of Dietary Supplements (ODS) ของสหรัฐฯ และค่าอ้างอิงสารอาหารต่อวันสำหรับคนไทย (Thai RDIs)

สารอาหารที่มีส่วนช่วยในการทำงานตามปกติของระบบภูมิคุ้มกัน มีในอาหารอะไรบ้าง?

ทั้งแปดสารอาหารมีส่วนช่วยในการทำหน้าที่ตามปกติของระบบภูมิคุ้มกันเหมือนกัน ต่างกันที่แหล่งอาหาร ตารางนี้สรุปค่าอ้างอิงต่อวันของคนไทยและกลุ่มอาหารหลักของแต่ละตัว

สารอาหาร Thai RDIs ต่อวัน กลุ่มอาหารที่มีมาก
วิตามินซี 100 มก. ผลไม้ตระกูลส้ม พริกหวาน กีวี สตรอว์เบอร์รี บรอกโคลี มะเขือเทศ
วิตามินดี 15 ไมโครกรัม ปลาที่มีไขมัน เช่น แซลมอน ปลาเทราต์ ซาร์ดีน ไข่แดง เห็ดที่ผ่านแสงยูวี
วิตามินเอ 800 ไมโครกรัม RAE ตับ ไข่ นม และผักผลไม้สีส้มและผักใบเขียว (ในรูปเบต้าแคโรทีน)
สังกะสี 11 มก. หอยนางรม เนื้อวัว ปู กุ้ง เมล็ดฟักทอง
ธาตุเหล็ก 22 มก. ตับ หอยนางรม เนื้อสัตว์ ถั่วขาว ถั่วเลนทิล เต้าหู้ ผักปวยเล้ง
โฟเลต 400 ไมโครกรัม DFE ผักใบเขียวเข้ม ถั่วเมล็ดแห้ง หน่อไม้ฝรั่ง อะโวคาโด ตับ
วิตามินบี 6 1.3 มก. ถั่วลูกไก่ ปลา ตับ อกไก่ มันฝรั่ง กล้วย
วิตามินบี 12 2.4 ไมโครกรัม หอย ตับ ปลา เนื้อสัตว์ นม ไข่ (มีเฉพาะในอาหารจากสัตว์และอาหารที่เติมบี 12)

ค่าอ้างอิงสารอาหารต่อวันสำหรับคนไทยเป็นค่าเดียวสำหรับบุคคลทั่วไปอายุ 3 ปีขึ้นไป ไม่ได้แยกตามเพศหรืออายุ

ระบบภูมิคุ้มกันคืออะไร ประกอบด้วยอะไรบ้าง?

MedlinePlus ของหอสมุดแพทยศาสตร์แห่งชาติสหรัฐฯ อธิบายว่าระบบภูมิคุ้มกันคือเครือข่ายของเซลล์ เนื้อเยื่อ และอวัยวะที่ทำงานร่วมกัน ส่วนประกอบหลัก ได้แก่

  • ผิวหนัง
  • เยื่อบุ คือผิวชั้นในที่ชุ่มชื้นของอวัยวะบางส่วนและช่องต่าง ๆ ในร่างกาย ทำหน้าที่สร้างเมือกและสารอื่น
  • เม็ดเลือดขาว
  • อวัยวะและเนื้อเยื่อของระบบน้ำเหลือง เช่น ต่อมไทมัส ม้าม ต่อมทอนซิล ต่อมน้ำเหลือง ท่อน้ำเหลือง และไขกระดูก ซึ่งเป็นที่สร้าง เก็บ และลำเลียงเม็ดเลือดขาว

สารอาหารทั้งแปดตัวในบทความนี้มีส่วนช่วยในการทำหน้าที่ตามปกติของระบบภูมิคุ้มกัน

สารอาหารแต่ละตัวมีในอาหารอะไร เท่าไร?

ตารางด้านล่างเลือกอาหารที่หาได้ในไทยจากตารางของ ODS ซึ่งอ้างอิงฐานข้อมูลอาหารของกระทรวงเกษตรสหรัฐอเมริกา ปริมาณเป็นต่อหนึ่งหน่วยบริโภคตามที่ระบุ ส่วนคอลัมน์สุดท้ายคำนวณเทียบกับ Thai RDIs (ปัดเป็นจำนวนเต็ม) อาหารในไทยอาจมีปริมาณต่างไปบ้างตามสายพันธุ์และวิธีปรุง

สารอาหาร อาหาร ปริมาณ มีอยู่ เทียบกับ Thai RDIs
วิตามินซี พริกหวานแดงดิบ ½ ถ้วยตวง 95 มก. ราวร้อยละ 95
วิตามินซี ส้ม 1 ผลขนาดกลาง 70 มก. ราวร้อยละ 70
วิตามินซี กีวี 1 ผลขนาดกลาง 64 มก. ราวร้อยละ 64
วิตามินซี บรอกโคลีต้ม ½ ถ้วยตวง 51 มก. ราวร้อยละ 51
วิตามินซี มะเขือเทศดิบ 1 ผลขนาดกลาง 17 มก. ราวร้อยละ 17
วิตามินดี ปลาแซลมอนซ็อกอาย ปรุงสุก 3 ออนซ์ (ราว 85 กรัม) 14.2 ไมโครกรัม ราวร้อยละ 95
วิตามินดี เห็ดแชมปิญองที่ผ่านแสงยูวี ½ ถ้วยตวง 9.2 ไมโครกรัม ราวร้อยละ 61
วิตามินดี ปลาซาร์ดีนกระป๋องในน้ำมัน 2 ตัว 1.2 ไมโครกรัม ราวร้อยละ 8
วิตามินดี ไข่ 1 ฟองใหญ่ 1.1 ไมโครกรัม ราวร้อยละ 7
วิตามินเอ มันเทศอบทั้งเปลือก 1 หัว 1,403 ไมโครกรัม RAE ราวร้อยละ 175
วิตามินเอ แครอทดิบ ½ ถ้วยตวง 459 ไมโครกรัม RAE ราวร้อยละ 57
วิตามินเอ มะม่วงสุก 1 ผล 112 ไมโครกรัม RAE ราวร้อยละ 14
สังกะสี หอยนางรมแปซิฟิก ปรุงสุก 3 ออนซ์ 28.2 มก. ราวร้อยละ 256
สังกะสี เนื้อวัวส่วนสะโพก อบ 3 ออนซ์ 3.8 มก. ราวร้อยละ 35
สังกะสี เมล็ดฟักทองอบ 1 ออนซ์ (ราว 28 กรัม) 2.2 มก. ราวร้อยละ 20
ธาตุเหล็ก หอยนางรม ปรุงสุก 3 ออนซ์ 8 มก. ราวร้อยละ 36
ธาตุเหล็ก ถั่วขาวกระป๋อง 1 ถ้วยตวง 8 มก. ราวร้อยละ 36
ธาตุเหล็ก ตับวัวทอด 3 ออนซ์ 5 มก. ราวร้อยละ 23
ธาตุเหล็ก เต้าหู้แข็ง ½ ถ้วยตวง 3 มก. ราวร้อยละ 14
ธาตุเหล็ก ผักปวยเล้งต้ม ½ ถ้วยตวง 3 มก. ราวร้อยละ 14
โฟเลต ผักปวยเล้งต้ม ½ ถ้วยตวง 131 ไมโครกรัม DFE ราวร้อยละ 33
โฟเลต ถั่วพุ่ม (black-eyed peas) ต้ม ½ ถ้วยตวง 105 ไมโครกรัม DFE ราวร้อยละ 26
โฟเลต หน่อไม้ฝรั่งต้ม 4 หน่อ 89 ไมโครกรัม DFE ราวร้อยละ 22
โฟเลต อะโวคาโดหั่น ½ ถ้วยตวง 59 ไมโครกรัม DFE ราวร้อยละ 15
โฟเลต มะละกอสุกหั่นเต๋า ½ ถ้วยตวง 27 ไมโครกรัม DFE ราวร้อยละ 7
วิตามินบี 6 ถั่วลูกไก่กระป๋อง 1 ถ้วยตวง 1.1 มก. ราวร้อยละ 85
วิตามินบี 6 ปลาทูน่าครีบเหลือง ปรุงสุก 3 ออนซ์ 0.9 มก. ราวร้อยละ 69
วิตามินบี 6 อกไก่อบ 3 ออนซ์ 0.5 มก. ราวร้อยละ 38
วิตามินบี 6 กล้วย 1 ผลขนาดกลาง 0.4 มก. ราวร้อยละ 31
วิตามินบี 12 หอยลาย (clams) ปรุงสุก 3 ออนซ์ 17 ไมโครกรัม ราวร้อยละ 708
วิตามินบี 12 ปลาแซลมอนแอตแลนติก ปรุงสุก 3 ออนซ์ 2.6 ไมโครกรัม ราวร้อยละ 108
วิตามินบี 12 ปลาทูน่ากระป๋องในน้ำ 3 ออนซ์ 2.5 ไมโครกรัม ราวร้อยละ 104
วิตามินบี 12 นมไขมัน 2% 1 ถ้วยตวง 1.3 ไมโครกรัม ราวร้อยละ 54
วิตามินบี 12 ไข่ปรุงสุก 1 ฟองใหญ่ 0.5 ไมโครกรัม ราวร้อยละ 21

วิตามินซี: กินสดได้ยิ่งดี

ODS ระบุว่า แหล่งวิตามินซีที่ดีที่สุดคือผักและผลไม้ โดยเฉพาะผลไม้ตระกูลส้ม พริกหวานแดงและเขียว กีวี บรอกโคลี และสตรอว์เบอร์รี และร่างกายมนุษย์สร้างวิตามินซีเองไม่ได้ วิตามินซีละลายในน้ำและถูกทำลายด้วยความร้อน การเก็บไว้นานและการปรุงด้วยความร้อนจึงลดปริมาณลง ODS ระบุว่าการนึ่งหรือใช้ไมโครเวฟช่วยลดการสูญเสียได้ ผักผลไม้ที่กินสดได้อย่างส้ม กีวี มะเขือเทศ และพริกหวาน จึงเป็นทางที่ง่าย

วิตามินดี: อาหารที่มีตามธรรมชาติมีไม่มาก

ODS ระบุว่า อาหารที่มีวิตามินดีตามธรรมชาติมีไม่มาก ปลาที่มีไขมันอย่างแซลมอนและปลาเทราต์เป็นแหล่งที่ดีที่สุด วิตามินดีในไข่อยู่ในไข่แดง และแสงแดดเป็นแหล่งวิตามินดีหลักของหลายคน แต่ปริมาณแดดที่เหมาะสมกำหนดได้ยากเพราะขึ้นกับหลายปัจจัย เรื่องวิตามินดีกับแดดเมืองไทยอ่านต่อได้ที่ เมืองที่มีแดดตลอดปี ได้วิตามินดีพอไหม?

วิตามินเอ: จากสัตว์และจากพืช

ODS ระบุว่าวิตามินเอสำเร็จรูปพบในอาหารจากสัตว์ เช่น นม ไข่ ปลา และเครื่องใน ส่วนจากพืชได้ในรูปเบต้าแคโรทีน ซึ่งร่างกายเปลี่ยนเป็นวิตามินเอได้ ตับวัวทอด 3 ออนซ์มีวิตามินเอ 6,582 ไมโครกรัม RAE ซึ่งมากกว่าระดับสูงสุดที่รับได้ต่อวันของวิตามินเอสำเร็จรูป (3,000 ไมโครกรัม RAE ตามเกณฑ์สหรัฐฯ) ในหน่วยบริโภคเดียว ตับจึงไม่ได้อยู่ในตารางวิตามินเอข้างต้น

สังกะสี: จากอาหารสัตว์ดูดซึมได้ดีกว่า

ODS ระบุว่าหอยนางรมมีสังกะสีต่อหนึ่งหน่วยบริโภคมากกว่าอาหารอื่นทั้งหมด ถั่วและธัญพืชไม่ขัดสีก็มีสังกะสี แต่มีไฟเตตที่ทำให้ดูดซึมได้น้อยกว่าจากอาหารสัตว์ การแช่ถั่วและธัญพืชในน้ำหลายชั่วโมงก่อนปรุงช่วยลดการจับกันนี้ได้

ธาตุเหล็ก: ฮีมกับนอนฮีม

ODS อธิบายว่า ธาตุเหล็กในอาหารมีสองรูป เนื้อสัตว์ อาหารทะเล และสัตว์ปีกมีทั้งเหล็กฮีมและนอนฮีม ส่วนพืชมีเฉพาะนอนฮีม เหล็กฮีมดูดซึมได้ดีกว่า วิตามินซีช่วยเพิ่มการดูดซึมธาตุเหล็ก และเนื้อสัตว์ สัตว์ปีก และอาหารทะเลก็ช่วยให้ดูดซึมเหล็กนอนฮีมได้ดีขึ้น ส่วนไฟเตตในธัญพืชและถั่วทำให้ดูดซึมได้น้อยลง

โฟเลต: ผักใบเขียวเข้มเป็นหลัก

ODS ระบุว่า โฟเลตมีตามธรรมชาติในอาหารหลากหลาย ทั้งผัก (โดยเฉพาะผักใบเขียวเข้ม) ผลไม้ ถั่วเปลือกแข็ง ถั่วเมล็ดแห้ง อาหารทะเล ไข่ นม เนื้อสัตว์ และธัญพืช ผักไทยใบเขียวอย่างผักบุ้ง คะน้า และกวางตุ้งจึงเข้ากับเรื่องนี้

วิตามินบี 6: มีในอาหารหลากหลาย

ODS ระบุว่า วิตามินบี 6 มีในอาหารหลากหลาย แหล่งที่มีมากที่สุด ได้แก่ ปลา ตับและเครื่องใน มันฝรั่งและผักที่มีแป้ง และผลไม้ที่ไม่ใช่ตระกูลส้ม เช่น กล้วย

วิตามินบี 12: มีเฉพาะในอาหารจากสัตว์

ODS ระบุว่า วิตามินบี 12 มีในอาหารจากสัตว์ ได้แก่ ปลา เนื้อสัตว์ สัตว์ปีก ไข่ และผลิตภัณฑ์จากนม ไม่มีตามธรรมชาติในอาหารจากพืช แต่มีในอาหารบางชนิดที่เติมบี 12 เช่น ซีเรียลอาหารเช้าและยีสต์โภชนาการ

จัดสำรับไทยในหนึ่งวันอย่างไรให้ได้หลายตัว?

ไม่ต้องเปลี่ยนเมนูทั้งหมด การเลือกจานที่มีหลายกลุ่มอาหารในมื้อเดียวก็ได้สารอาหารหลายตัวพร้อมกัน ตัวอย่างแบบไทย ๆ ด้านล่างเป็นการจัดอาหารให้หลากหลาย ไม่ใช่สูตรเฉพาะ

มื้อ ตัวอย่าง สารอาหารที่ได้จากจานนั้น
เช้า โจ๊กหมูใส่ไข่ กับนมหนึ่งแก้ว ไข่: วิตามินเอ ดี บี 12 สังกะสี / นม: บี 12 / หมู: สังกะสี
กลางวัน ข้าวกะเพราไก่ไข่ดาว กับผักเคียง อกไก่: บี 6 / ไข่: บี 12 วิตามินเอ ดี / ผักใบเขียว: โฟเลต
ของว่าง ส้มหรือกีวี กับกล้วยหนึ่งผล ส้มและกีวี: วิตามินซี / กล้วย: บี 6 โฟเลต
เย็น ต้มยำกุ้งหรือปลานึ่ง กับบรอกโคลีผัดเต้าหู้ อาหารทะเลและปลา: สังกะสี บี 12 บี 6 / เต้าหู้: ธาตุเหล็ก / บรอกโคลี: วิตามินซี โฟเลต
ทางเลือก ยำถั่วหรือแกงจืดเต้าหู้ผักปวยเล้ง กับส้มหนึ่งผล ถั่ว เต้าหู้ และผักปวยเล้ง: ธาตุเหล็ก โฟเลต / ส้ม: วิตามินซี

จับคู่ธาตุเหล็กจากพืชกับวิตามินซี

ถ้ามื้อนั้นได้ธาตุเหล็กจากถั่ว เต้าหู้ หรือผักใบเขียว การมีผลไม้หรือผักสดที่มีวิตามินซีในมื้อเดียวกัน เช่น ส้ม กีวี มะเขือเทศ หรือพริกหวาน เป็นการจับคู่ที่สอดคล้องกับที่ ODS อธิบาย เพราะวิตามินซีช่วยเพิ่มการดูดซึมธาตุเหล็ก

ไม่กินเนื้อสัตว์

ผู้ที่ไม่กินเนื้อสัตว์ได้วิตามินซี วิตามินเอ (จากเบต้าแคโรทีน) โฟเลต และบี 6 จากพืชได้ไม่ยาก ส่วนบี 12 ไม่มีตามธรรมชาติในพืช ผู้ที่กินไข่และนมได้บี 12 จากสองอย่างนี้ ผู้ที่ไม่กินผลิตภัณฑ์จากสัตว์เลยควรดูอาหารที่เติมบี 12 และปรึกษาแพทย์หรือนักกำหนดอาหาร

กินผักผลไม้ไม่เก่ง ใช้วิตามินรวมแทนได้ไหม?

ODS ระบุว่า วิตามินรวมไม่สามารถใช้แทนอาหารที่หลากหลายได้ เพราะอาหารให้สารอาหารและองค์ประกอบอื่นที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพด้วย ODS ยังระบุว่าการกินผักผลไม้ที่หลากหลายวันละ 5 ส่วนให้วิตามินซีได้มากกว่า 200 มิลลิกรัม ซึ่งมากกว่าค่าอ้างอิงต่อวันของคนไทย (100 มิลลิกรัม)

เริ่มจากสิ่งที่กินอยู่แล้ว

  • ใส่ผักลงในจานที่กินประจำ เช่น ข้าวผัด ไข่เจียว แกงจืด หรือก๋วยเตี๋ยว
  • เลือกผลไม้ที่กินง่ายเป็นของว่าง เช่น ส้ม ฝรั่ง มะละกอ หรือกล้วย
  • สั่งผัดผักเพิ่มหนึ่งจานเวลากินข้าวนอกบ้าน

กินข้าวไม่เป็นเวลาหรือกินได้น้อย

เลือกอาหารที่ให้หลายสารอาหารในจานเดียว เช่น ไข่ นม โยเกิร์ต ปลา และผลไม้หนึ่งผล ส้มหรือกีวีหนึ่งผลให้วิตามินซีราวสองในสามของค่าอ้างอิงต่อวัน การไม่ข้ามมื้อเป็นพื้นฐานที่สำคัญกว่าการพึ่งอาหารชนิดใดชนิดหนึ่ง

ได้มากเกินไปได้ไหม?

การได้รับมากเกินความต้องการไม่ได้ทำให้ได้ประโยชน์เพิ่ม หลายตัวมีระดับสูงสุดที่รับได้ต่อวัน ตารางด้านล่างเป็นค่าสำหรับผู้ใหญ่ตามเกณฑ์ของสหรัฐอเมริกาจาก ODS

สารอาหาร Thai RDIs ต่อวัน ระดับสูงสุดที่รับได้ต่อวันสำหรับผู้ใหญ่ (เกณฑ์สหรัฐฯ)
วิตามินซี 100 มก. 2,000 มก.
วิตามินดี 15 ไมโครกรัม 100 ไมโครกรัม
วิตามินเอ 800 ไมโครกรัม RAE 3,000 ไมโครกรัม RAE (เฉพาะวิตามินเอสำเร็จรูป)
สังกะสี 11 มก. 40 มก.
ธาตุเหล็ก 22 มก. 45 มก.
โฟเลต 400 ไมโครกรัม DFE 1,000 ไมโครกรัม (เฉพาะกรดโฟลิกจากผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและอาหารที่เติม)
วิตามินบี 6 1.3 มก. 100 มก.
วิตามินบี 12 2.4 ไมโครกรัม ไม่ได้กำหนด

ODS ระบุว่าผู้ที่ใช้วิตามินรวม ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอื่น และอาหารหรือเครื่องดื่มที่เติมสารอาหาร อาจได้สารอาหารบางตัวเกินระดับสูงสุด ถ้าใช้หลายผลิตภัณฑ์ ควรนับรวมทุกแหล่ง ยาบางชนิดอาจมีผลร่วมกับสารอาหารเหล่านี้ ผู้ที่ใช้ยาประจำควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

ถ้าอยากอ่านเรื่องการนอนและการขยับร่างกายในวันทำงาน อ่านต่อได้ที่ การนอนและการขยับร่างกายสำหรับคนทำงานออฟฟิศ

หากตั้งครรภ์ ให้นมบุตร หรือใช้ยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค

คำถามที่พบบ่อย

สารอาหารที่มีส่วนช่วยในการทำงานตามปกติของระบบภูมิคุ้มกัน มีในอาหารอะไรบ้าง?

อาหารที่มีวิตามินซี วิตามินดี วิตามินเอ สังกะสี ธาตุเหล็ก โฟเลต วิตามินบี 6 และบี 12 ซึ่งมีส่วนช่วยในการทำหน้าที่ตามปกติของระบบภูมิคุ้มกัน เช่น พริกหวาน ส้ม และกีวี (วิตามินซี) ปลาแซลมอนและไข่แดง (วิตามินดี) มันเทศและแครอท (วิตามินเอ) หอยนางรมและเนื้อวัว (สังกะสี) ตับ ถั่ว และเต้าหู้ (ธาตุเหล็ก) ผักปวยเล้งและหน่อไม้ฝรั่ง (โฟเลต) ถั่วลูกไก่ ปลาทูน่า และกล้วย (บี 6) หอย ปลา นม และไข่ (บี 12)

สารอาหารอะไรบ้างที่มีส่วนช่วยในการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน?

สารอาหารที่มีส่วนช่วยในการทำหน้าที่ตามปกติของระบบภูมิคุ้มกัน ได้แก่ วิตามินซี วิตามินดี วิตามินเอ สังกะสี ธาตุเหล็ก โฟเลต วิตามินบี 6 และวิตามินบี 12 ค่าอ้างอิงสารอาหารต่อวันสำหรับคนไทย (Thai RDIs) คือ วิตามินซี 100 มก. วิตามินดี 15 ไมโครกรัม วิตามินเอ 800 ไมโครกรัม RAE สังกะสี 11 มก. ธาตุเหล็ก 22 มก. โฟเลต 400 ไมโครกรัม DFE บี 6 1.3 มก. และบี 12 2.4 ไมโครกรัม

ผักผลไม้อะไรมีวิตามินซีมาก?

ตามตารางของ NIH ODS พริกหวานแดงดิบ ½ ถ้วยตวงมีวิตามินซี 95 มก. ส้ม 1 ผลขนาดกลางมี 70 มก. กีวี 1 ผลมี 64 มก. และบรอกโคลีต้ม ½ ถ้วยตวงมี 51 มก. ค่าอ้างอิงต่อวันของคนไทยคือ 100 มก. ODS ระบุว่าการกินผักผลไม้ที่หลากหลายวันละ 5 ส่วนให้วิตามินซีได้มากกว่า 200 มก.

วิตามินดีได้จากอาหารอะไรบ้าง?

NIH ODS ระบุว่าอาหารที่มีวิตามินดีตามธรรมชาติมีไม่มาก ที่มีมาก เช่น ปลาเทราต์เลี้ยงปรุงสุก 3 ออนซ์มี 16.2 ไมโครกรัม ปลาแซลมอนซ็อกอายปรุงสุก 3 ออนซ์มี 14.2 ไมโครกรัม เห็ดที่ผ่านแสงยูวี ½ ถ้วยตวงมี 9.2 ไมโครกรัม และไข่ 1 ฟองมี 1.1 ไมโครกรัม (อยู่ในไข่แดง) ค่าอ้างอิงต่อวันของคนไทยคือ 15 ไมโครกรัม แสงแดดก็เป็นแหล่งวิตามินดีหลักของหลายคน

กินผักผลไม้ไม่เก่ง กินวิตามินรวมแทนได้ไหม?

NIH ODS ระบุว่าวิตามินรวมไม่สามารถใช้แทนอาหารที่หลากหลายได้ เพราะอาหารให้สารอาหารและองค์ประกอบอื่นด้วย ถ้าไม่ชอบผัก ลองเริ่มจากผลไม้ที่กินง่าย เช่น ส้ม ฝรั่ง หรือมะละกอ และใส่ผักลงในจานที่กินอยู่แล้ว เช่น ข้าวผัด แกงจืด หรือไข่เจียว ผู้ที่ใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารหลายชนิดควรระวังไม่ให้ปริมาณรวมเกินระดับสูงสุด

กินข้าวไม่เป็นเวลาหรือกินได้น้อย ควรเลือกอาหารอย่างไร?

เลือกอาหารที่ให้หลายสารอาหารในจานเดียว ไข่ให้วิตามินเอ ดี บี 12 และสังกะสี นมให้บี 12 โยเกิร์ตให้บี 12 และสังกะสี ปลาให้วิตามินดี บี 6 และบี 12 ส่วนผลไม้อย่างส้มหรือกีวีหนึ่งผลให้วิตามินซีราวสองในสามของค่าอ้างอิงต่อวัน การไม่ข้ามมื้อเป็นพื้นฐานที่สำคัญ

กินวิตามินซีเยอะ ๆ ยิ่งดีไหม?

ไม่ การได้รับมากเกินความต้องการไม่ได้ทำให้ได้ประโยชน์เพิ่ม ค่าอ้างอิงต่อวันของคนไทยคือ 100 มก. ส่วนระดับสูงสุดที่รับได้ต่อวันสำหรับผู้ใหญ่ตามเกณฑ์ของสหรัฐอเมริกาคือ 2,000 มก. ซึ่งนับรวมทุกแหล่ง

ไม่กินเนื้อสัตว์ จะได้สารอาหารเหล่านี้ครบไหม?

ได้เกือบทั้งหมด แต่ต้องวางแผน NIH ODS ระบุว่าวิตามินบี 12 ไม่มีตามธรรมชาติในอาหารจากพืช แต่มีในอาหารที่เติมบี 12 เช่น ซีเรียลอาหารเช้าและยีสต์โภชนาการบางชนิด ส่วนธาตุเหล็กจากพืชดูดซึมได้น้อยกว่าจากเนื้อสัตว์ วิตามินซีช่วยเพิ่มการดูดซึมธาตุเหล็กจากพืช การกินถั่วหรือเต้าหู้คู่กับผักผลไม้ที่มีวิตามินซีจึงลงตัว
แหล่งอ้างอิง
  1. Ministry of Public Health Notification No. 447 (B.E. 2566)
  2. ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 445) พ.ศ. 2566 เรื่อง ฉลากโภชนาการ – ค่าอ้างอิงสารอาหารต่อวันสำหรับคนไทย (บัญชีหมายเลข 3)
  3. MedlinePlus: Immune System ↗
  4. NIH Office of Dietary Supplements: Vitamin C (Health Professional Fact Sheet) ↗
  5. NIH Office of Dietary Supplements: Vitamin D (Health Professional Fact Sheet) ↗
  6. NIH Office of Dietary Supplements: Vitamin A (Health Professional Fact Sheet) ↗
  7. NIH Office of Dietary Supplements: Zinc (Health Professional Fact Sheet) ↗
  8. NIH Office of Dietary Supplements: Iron (Health Professional Fact Sheet) ↗
  9. NIH Office of Dietary Supplements: Folate (Health Professional Fact Sheet) ↗
  10. NIH Office of Dietary Supplements: Vitamin B6 (Health Professional Fact Sheet) ↗
  11. NIH Office of Dietary Supplements: Vitamin B12 (Health Professional Fact Sheet) ↗
  12. NIH Office of Dietary Supplements: Multivitamin/mineral Supplements (Health Professional Fact Sheet) ↗
ข้อมูลอ้างอิงเชิงให้ความรู้ทั่วไป — ไม่ใช่การอ้างสรรพคุณผลิตภัณฑ์