ภูมิคุ้มกันใช้สารอาหารอะไร มีในอาหารไหนบ้าง?
สารอาหารที่มีส่วนช่วยในการทำหน้าที่ตามปกติของระบบภูมิคุ้มกัน ได้แก่ วิตามินซี วิตามินดี วิตามินเอ สังกะสี ธาตุเหล็ก โฟเลต วิตามินบี 6 และวิตามินบี 12 ทั้งแปดตัวได้จากอาหารทั่วไป เช่น พริกหวาน ส้ม กีวี ปลาแซลมอน ไข่ มันเทศ หอยนางรม เนื้อวัว ตับ ถั่ว ผักปวยเล้ง กล้วย นม และอาหารทะเล ไม่มีอาหารชนิดเดียวที่ให้ครบทั้งแปดตัว การกินให้หลากหลายจากหลายกลุ่มในแต่ละวันจึงเป็นหัวใจ ตัวเลขด้านล่างมาจากตารางอาหารของ NIH Office of Dietary Supplements (ODS) ของสหรัฐฯ และค่าอ้างอิงสารอาหารต่อวันสำหรับคนไทย (Thai RDIs)
สารอาหารที่มีส่วนช่วยในการทำงานตามปกติของระบบภูมิคุ้มกัน มีในอาหารอะไรบ้าง?
ทั้งแปดสารอาหารมีส่วนช่วยในการทำหน้าที่ตามปกติของระบบภูมิคุ้มกันเหมือนกัน ต่างกันที่แหล่งอาหาร ตารางนี้สรุปค่าอ้างอิงต่อวันของคนไทยและกลุ่มอาหารหลักของแต่ละตัว
| สารอาหาร | Thai RDIs ต่อวัน | กลุ่มอาหารที่มีมาก |
|---|---|---|
| วิตามินซี | 100 มก. | ผลไม้ตระกูลส้ม พริกหวาน กีวี สตรอว์เบอร์รี บรอกโคลี มะเขือเทศ |
| วิตามินดี | 15 ไมโครกรัม | ปลาที่มีไขมัน เช่น แซลมอน ปลาเทราต์ ซาร์ดีน ไข่แดง เห็ดที่ผ่านแสงยูวี |
| วิตามินเอ | 800 ไมโครกรัม RAE | ตับ ไข่ นม และผักผลไม้สีส้มและผักใบเขียว (ในรูปเบต้าแคโรทีน) |
| สังกะสี | 11 มก. | หอยนางรม เนื้อวัว ปู กุ้ง เมล็ดฟักทอง |
| ธาตุเหล็ก | 22 มก. | ตับ หอยนางรม เนื้อสัตว์ ถั่วขาว ถั่วเลนทิล เต้าหู้ ผักปวยเล้ง |
| โฟเลต | 400 ไมโครกรัม DFE | ผักใบเขียวเข้ม ถั่วเมล็ดแห้ง หน่อไม้ฝรั่ง อะโวคาโด ตับ |
| วิตามินบี 6 | 1.3 มก. | ถั่วลูกไก่ ปลา ตับ อกไก่ มันฝรั่ง กล้วย |
| วิตามินบี 12 | 2.4 ไมโครกรัม | หอย ตับ ปลา เนื้อสัตว์ นม ไข่ (มีเฉพาะในอาหารจากสัตว์และอาหารที่เติมบี 12) |
ค่าอ้างอิงสารอาหารต่อวันสำหรับคนไทยเป็นค่าเดียวสำหรับบุคคลทั่วไปอายุ 3 ปีขึ้นไป ไม่ได้แยกตามเพศหรืออายุ
ระบบภูมิคุ้มกันคืออะไร ประกอบด้วยอะไรบ้าง?
MedlinePlus ของหอสมุดแพทยศาสตร์แห่งชาติสหรัฐฯ อธิบายว่าระบบภูมิคุ้มกันคือเครือข่ายของเซลล์ เนื้อเยื่อ และอวัยวะที่ทำงานร่วมกัน ส่วนประกอบหลัก ได้แก่
- ผิวหนัง
- เยื่อบุ คือผิวชั้นในที่ชุ่มชื้นของอวัยวะบางส่วนและช่องต่าง ๆ ในร่างกาย ทำหน้าที่สร้างเมือกและสารอื่น
- เม็ดเลือดขาว
- อวัยวะและเนื้อเยื่อของระบบน้ำเหลือง เช่น ต่อมไทมัส ม้าม ต่อมทอนซิล ต่อมน้ำเหลือง ท่อน้ำเหลือง และไขกระดูก ซึ่งเป็นที่สร้าง เก็บ และลำเลียงเม็ดเลือดขาว
สารอาหารทั้งแปดตัวในบทความนี้มีส่วนช่วยในการทำหน้าที่ตามปกติของระบบภูมิคุ้มกัน
สารอาหารแต่ละตัวมีในอาหารอะไร เท่าไร?
ตารางด้านล่างเลือกอาหารที่หาได้ในไทยจากตารางของ ODS ซึ่งอ้างอิงฐานข้อมูลอาหารของกระทรวงเกษตรสหรัฐอเมริกา ปริมาณเป็นต่อหนึ่งหน่วยบริโภคตามที่ระบุ ส่วนคอลัมน์สุดท้ายคำนวณเทียบกับ Thai RDIs (ปัดเป็นจำนวนเต็ม) อาหารในไทยอาจมีปริมาณต่างไปบ้างตามสายพันธุ์และวิธีปรุง
| สารอาหาร | อาหาร | ปริมาณ | มีอยู่ | เทียบกับ Thai RDIs |
|---|---|---|---|---|
| วิตามินซี | พริกหวานแดงดิบ | ½ ถ้วยตวง | 95 มก. | ราวร้อยละ 95 |
| วิตามินซี | ส้ม | 1 ผลขนาดกลาง | 70 มก. | ราวร้อยละ 70 |
| วิตามินซี | กีวี | 1 ผลขนาดกลาง | 64 มก. | ราวร้อยละ 64 |
| วิตามินซี | บรอกโคลีต้ม | ½ ถ้วยตวง | 51 มก. | ราวร้อยละ 51 |
| วิตามินซี | มะเขือเทศดิบ | 1 ผลขนาดกลาง | 17 มก. | ราวร้อยละ 17 |
| วิตามินดี | ปลาแซลมอนซ็อกอาย ปรุงสุก | 3 ออนซ์ (ราว 85 กรัม) | 14.2 ไมโครกรัม | ราวร้อยละ 95 |
| วิตามินดี | เห็ดแชมปิญองที่ผ่านแสงยูวี | ½ ถ้วยตวง | 9.2 ไมโครกรัม | ราวร้อยละ 61 |
| วิตามินดี | ปลาซาร์ดีนกระป๋องในน้ำมัน | 2 ตัว | 1.2 ไมโครกรัม | ราวร้อยละ 8 |
| วิตามินดี | ไข่ | 1 ฟองใหญ่ | 1.1 ไมโครกรัม | ราวร้อยละ 7 |
| วิตามินเอ | มันเทศอบทั้งเปลือก | 1 หัว | 1,403 ไมโครกรัม RAE | ราวร้อยละ 175 |
| วิตามินเอ | แครอทดิบ | ½ ถ้วยตวง | 459 ไมโครกรัม RAE | ราวร้อยละ 57 |
| วิตามินเอ | มะม่วงสุก | 1 ผล | 112 ไมโครกรัม RAE | ราวร้อยละ 14 |
| สังกะสี | หอยนางรมแปซิฟิก ปรุงสุก | 3 ออนซ์ | 28.2 มก. | ราวร้อยละ 256 |
| สังกะสี | เนื้อวัวส่วนสะโพก อบ | 3 ออนซ์ | 3.8 มก. | ราวร้อยละ 35 |
| สังกะสี | เมล็ดฟักทองอบ | 1 ออนซ์ (ราว 28 กรัม) | 2.2 มก. | ราวร้อยละ 20 |
| ธาตุเหล็ก | หอยนางรม ปรุงสุก | 3 ออนซ์ | 8 มก. | ราวร้อยละ 36 |
| ธาตุเหล็ก | ถั่วขาวกระป๋อง | 1 ถ้วยตวง | 8 มก. | ราวร้อยละ 36 |
| ธาตุเหล็ก | ตับวัวทอด | 3 ออนซ์ | 5 มก. | ราวร้อยละ 23 |
| ธาตุเหล็ก | เต้าหู้แข็ง | ½ ถ้วยตวง | 3 มก. | ราวร้อยละ 14 |
| ธาตุเหล็ก | ผักปวยเล้งต้ม | ½ ถ้วยตวง | 3 มก. | ราวร้อยละ 14 |
| โฟเลต | ผักปวยเล้งต้ม | ½ ถ้วยตวง | 131 ไมโครกรัม DFE | ราวร้อยละ 33 |
| โฟเลต | ถั่วพุ่ม (black-eyed peas) ต้ม | ½ ถ้วยตวง | 105 ไมโครกรัม DFE | ราวร้อยละ 26 |
| โฟเลต | หน่อไม้ฝรั่งต้ม | 4 หน่อ | 89 ไมโครกรัม DFE | ราวร้อยละ 22 |
| โฟเลต | อะโวคาโดหั่น | ½ ถ้วยตวง | 59 ไมโครกรัม DFE | ราวร้อยละ 15 |
| โฟเลต | มะละกอสุกหั่นเต๋า | ½ ถ้วยตวง | 27 ไมโครกรัม DFE | ราวร้อยละ 7 |
| วิตามินบี 6 | ถั่วลูกไก่กระป๋อง | 1 ถ้วยตวง | 1.1 มก. | ราวร้อยละ 85 |
| วิตามินบี 6 | ปลาทูน่าครีบเหลือง ปรุงสุก | 3 ออนซ์ | 0.9 มก. | ราวร้อยละ 69 |
| วิตามินบี 6 | อกไก่อบ | 3 ออนซ์ | 0.5 มก. | ราวร้อยละ 38 |
| วิตามินบี 6 | กล้วย | 1 ผลขนาดกลาง | 0.4 มก. | ราวร้อยละ 31 |
| วิตามินบี 12 | หอยลาย (clams) ปรุงสุก | 3 ออนซ์ | 17 ไมโครกรัม | ราวร้อยละ 708 |
| วิตามินบี 12 | ปลาแซลมอนแอตแลนติก ปรุงสุก | 3 ออนซ์ | 2.6 ไมโครกรัม | ราวร้อยละ 108 |
| วิตามินบี 12 | ปลาทูน่ากระป๋องในน้ำ | 3 ออนซ์ | 2.5 ไมโครกรัม | ราวร้อยละ 104 |
| วิตามินบี 12 | นมไขมัน 2% | 1 ถ้วยตวง | 1.3 ไมโครกรัม | ราวร้อยละ 54 |
| วิตามินบี 12 | ไข่ปรุงสุก | 1 ฟองใหญ่ | 0.5 ไมโครกรัม | ราวร้อยละ 21 |
วิตามินซี: กินสดได้ยิ่งดี
ODS ระบุว่า แหล่งวิตามินซีที่ดีที่สุดคือผักและผลไม้ โดยเฉพาะผลไม้ตระกูลส้ม พริกหวานแดงและเขียว กีวี บรอกโคลี และสตรอว์เบอร์รี และร่างกายมนุษย์สร้างวิตามินซีเองไม่ได้ วิตามินซีละลายในน้ำและถูกทำลายด้วยความร้อน การเก็บไว้นานและการปรุงด้วยความร้อนจึงลดปริมาณลง ODS ระบุว่าการนึ่งหรือใช้ไมโครเวฟช่วยลดการสูญเสียได้ ผักผลไม้ที่กินสดได้อย่างส้ม กีวี มะเขือเทศ และพริกหวาน จึงเป็นทางที่ง่าย
วิตามินดี: อาหารที่มีตามธรรมชาติมีไม่มาก
ODS ระบุว่า อาหารที่มีวิตามินดีตามธรรมชาติมีไม่มาก ปลาที่มีไขมันอย่างแซลมอนและปลาเทราต์เป็นแหล่งที่ดีที่สุด วิตามินดีในไข่อยู่ในไข่แดง และแสงแดดเป็นแหล่งวิตามินดีหลักของหลายคน แต่ปริมาณแดดที่เหมาะสมกำหนดได้ยากเพราะขึ้นกับหลายปัจจัย เรื่องวิตามินดีกับแดดเมืองไทยอ่านต่อได้ที่ เมืองที่มีแดดตลอดปี ได้วิตามินดีพอไหม?
วิตามินเอ: จากสัตว์และจากพืช
ODS ระบุว่าวิตามินเอสำเร็จรูปพบในอาหารจากสัตว์ เช่น นม ไข่ ปลา และเครื่องใน ส่วนจากพืชได้ในรูปเบต้าแคโรทีน ซึ่งร่างกายเปลี่ยนเป็นวิตามินเอได้ ตับวัวทอด 3 ออนซ์มีวิตามินเอ 6,582 ไมโครกรัม RAE ซึ่งมากกว่าระดับสูงสุดที่รับได้ต่อวันของวิตามินเอสำเร็จรูป (3,000 ไมโครกรัม RAE ตามเกณฑ์สหรัฐฯ) ในหน่วยบริโภคเดียว ตับจึงไม่ได้อยู่ในตารางวิตามินเอข้างต้น
สังกะสี: จากอาหารสัตว์ดูดซึมได้ดีกว่า
ODS ระบุว่าหอยนางรมมีสังกะสีต่อหนึ่งหน่วยบริโภคมากกว่าอาหารอื่นทั้งหมด ถั่วและธัญพืชไม่ขัดสีก็มีสังกะสี แต่มีไฟเตตที่ทำให้ดูดซึมได้น้อยกว่าจากอาหารสัตว์ การแช่ถั่วและธัญพืชในน้ำหลายชั่วโมงก่อนปรุงช่วยลดการจับกันนี้ได้
ธาตุเหล็ก: ฮีมกับนอนฮีม
ODS อธิบายว่า ธาตุเหล็กในอาหารมีสองรูป เนื้อสัตว์ อาหารทะเล และสัตว์ปีกมีทั้งเหล็กฮีมและนอนฮีม ส่วนพืชมีเฉพาะนอนฮีม เหล็กฮีมดูดซึมได้ดีกว่า วิตามินซีช่วยเพิ่มการดูดซึมธาตุเหล็ก และเนื้อสัตว์ สัตว์ปีก และอาหารทะเลก็ช่วยให้ดูดซึมเหล็กนอนฮีมได้ดีขึ้น ส่วนไฟเตตในธัญพืชและถั่วทำให้ดูดซึมได้น้อยลง
โฟเลต: ผักใบเขียวเข้มเป็นหลัก
ODS ระบุว่า โฟเลตมีตามธรรมชาติในอาหารหลากหลาย ทั้งผัก (โดยเฉพาะผักใบเขียวเข้ม) ผลไม้ ถั่วเปลือกแข็ง ถั่วเมล็ดแห้ง อาหารทะเล ไข่ นม เนื้อสัตว์ และธัญพืช ผักไทยใบเขียวอย่างผักบุ้ง คะน้า และกวางตุ้งจึงเข้ากับเรื่องนี้
วิตามินบี 6: มีในอาหารหลากหลาย
ODS ระบุว่า วิตามินบี 6 มีในอาหารหลากหลาย แหล่งที่มีมากที่สุด ได้แก่ ปลา ตับและเครื่องใน มันฝรั่งและผักที่มีแป้ง และผลไม้ที่ไม่ใช่ตระกูลส้ม เช่น กล้วย
วิตามินบี 12: มีเฉพาะในอาหารจากสัตว์
ODS ระบุว่า วิตามินบี 12 มีในอาหารจากสัตว์ ได้แก่ ปลา เนื้อสัตว์ สัตว์ปีก ไข่ และผลิตภัณฑ์จากนม ไม่มีตามธรรมชาติในอาหารจากพืช แต่มีในอาหารบางชนิดที่เติมบี 12 เช่น ซีเรียลอาหารเช้าและยีสต์โภชนาการ
จัดสำรับไทยในหนึ่งวันอย่างไรให้ได้หลายตัว?
ไม่ต้องเปลี่ยนเมนูทั้งหมด การเลือกจานที่มีหลายกลุ่มอาหารในมื้อเดียวก็ได้สารอาหารหลายตัวพร้อมกัน ตัวอย่างแบบไทย ๆ ด้านล่างเป็นการจัดอาหารให้หลากหลาย ไม่ใช่สูตรเฉพาะ
| มื้อ | ตัวอย่าง | สารอาหารที่ได้จากจานนั้น |
|---|---|---|
| เช้า | โจ๊กหมูใส่ไข่ กับนมหนึ่งแก้ว | ไข่: วิตามินเอ ดี บี 12 สังกะสี / นม: บี 12 / หมู: สังกะสี |
| กลางวัน | ข้าวกะเพราไก่ไข่ดาว กับผักเคียง | อกไก่: บี 6 / ไข่: บี 12 วิตามินเอ ดี / ผักใบเขียว: โฟเลต |
| ของว่าง | ส้มหรือกีวี กับกล้วยหนึ่งผล | ส้มและกีวี: วิตามินซี / กล้วย: บี 6 โฟเลต |
| เย็น | ต้มยำกุ้งหรือปลานึ่ง กับบรอกโคลีผัดเต้าหู้ | อาหารทะเลและปลา: สังกะสี บี 12 บี 6 / เต้าหู้: ธาตุเหล็ก / บรอกโคลี: วิตามินซี โฟเลต |
| ทางเลือก | ยำถั่วหรือแกงจืดเต้าหู้ผักปวยเล้ง กับส้มหนึ่งผล | ถั่ว เต้าหู้ และผักปวยเล้ง: ธาตุเหล็ก โฟเลต / ส้ม: วิตามินซี |
จับคู่ธาตุเหล็กจากพืชกับวิตามินซี
ถ้ามื้อนั้นได้ธาตุเหล็กจากถั่ว เต้าหู้ หรือผักใบเขียว การมีผลไม้หรือผักสดที่มีวิตามินซีในมื้อเดียวกัน เช่น ส้ม กีวี มะเขือเทศ หรือพริกหวาน เป็นการจับคู่ที่สอดคล้องกับที่ ODS อธิบาย เพราะวิตามินซีช่วยเพิ่มการดูดซึมธาตุเหล็ก
ไม่กินเนื้อสัตว์
ผู้ที่ไม่กินเนื้อสัตว์ได้วิตามินซี วิตามินเอ (จากเบต้าแคโรทีน) โฟเลต และบี 6 จากพืชได้ไม่ยาก ส่วนบี 12 ไม่มีตามธรรมชาติในพืช ผู้ที่กินไข่และนมได้บี 12 จากสองอย่างนี้ ผู้ที่ไม่กินผลิตภัณฑ์จากสัตว์เลยควรดูอาหารที่เติมบี 12 และปรึกษาแพทย์หรือนักกำหนดอาหาร
กินผักผลไม้ไม่เก่ง ใช้วิตามินรวมแทนได้ไหม?
ODS ระบุว่า วิตามินรวมไม่สามารถใช้แทนอาหารที่หลากหลายได้ เพราะอาหารให้สารอาหารและองค์ประกอบอื่นที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพด้วย ODS ยังระบุว่าการกินผักผลไม้ที่หลากหลายวันละ 5 ส่วนให้วิตามินซีได้มากกว่า 200 มิลลิกรัม ซึ่งมากกว่าค่าอ้างอิงต่อวันของคนไทย (100 มิลลิกรัม)
เริ่มจากสิ่งที่กินอยู่แล้ว
- ใส่ผักลงในจานที่กินประจำ เช่น ข้าวผัด ไข่เจียว แกงจืด หรือก๋วยเตี๋ยว
- เลือกผลไม้ที่กินง่ายเป็นของว่าง เช่น ส้ม ฝรั่ง มะละกอ หรือกล้วย
- สั่งผัดผักเพิ่มหนึ่งจานเวลากินข้าวนอกบ้าน
กินข้าวไม่เป็นเวลาหรือกินได้น้อย
เลือกอาหารที่ให้หลายสารอาหารในจานเดียว เช่น ไข่ นม โยเกิร์ต ปลา และผลไม้หนึ่งผล ส้มหรือกีวีหนึ่งผลให้วิตามินซีราวสองในสามของค่าอ้างอิงต่อวัน การไม่ข้ามมื้อเป็นพื้นฐานที่สำคัญกว่าการพึ่งอาหารชนิดใดชนิดหนึ่ง
ได้มากเกินไปได้ไหม?
การได้รับมากเกินความต้องการไม่ได้ทำให้ได้ประโยชน์เพิ่ม หลายตัวมีระดับสูงสุดที่รับได้ต่อวัน ตารางด้านล่างเป็นค่าสำหรับผู้ใหญ่ตามเกณฑ์ของสหรัฐอเมริกาจาก ODS
| สารอาหาร | Thai RDIs ต่อวัน | ระดับสูงสุดที่รับได้ต่อวันสำหรับผู้ใหญ่ (เกณฑ์สหรัฐฯ) |
|---|---|---|
| วิตามินซี | 100 มก. | 2,000 มก. |
| วิตามินดี | 15 ไมโครกรัม | 100 ไมโครกรัม |
| วิตามินเอ | 800 ไมโครกรัม RAE | 3,000 ไมโครกรัม RAE (เฉพาะวิตามินเอสำเร็จรูป) |
| สังกะสี | 11 มก. | 40 มก. |
| ธาตุเหล็ก | 22 มก. | 45 มก. |
| โฟเลต | 400 ไมโครกรัม DFE | 1,000 ไมโครกรัม (เฉพาะกรดโฟลิกจากผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและอาหารที่เติม) |
| วิตามินบี 6 | 1.3 มก. | 100 มก. |
| วิตามินบี 12 | 2.4 ไมโครกรัม | ไม่ได้กำหนด |
ODS ระบุว่าผู้ที่ใช้วิตามินรวม ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอื่น และอาหารหรือเครื่องดื่มที่เติมสารอาหาร อาจได้สารอาหารบางตัวเกินระดับสูงสุด ถ้าใช้หลายผลิตภัณฑ์ ควรนับรวมทุกแหล่ง ยาบางชนิดอาจมีผลร่วมกับสารอาหารเหล่านี้ ผู้ที่ใช้ยาประจำควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
ถ้าอยากอ่านเรื่องการนอนและการขยับร่างกายในวันทำงาน อ่านต่อได้ที่ การนอนและการขยับร่างกายสำหรับคนทำงานออฟฟิศ
หากตั้งครรภ์ ให้นมบุตร หรือใช้ยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค
คำถามที่พบบ่อย
สารอาหารที่มีส่วนช่วยในการทำงานตามปกติของระบบภูมิคุ้มกัน มีในอาหารอะไรบ้าง?
สารอาหารอะไรบ้างที่มีส่วนช่วยในการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน?
ผักผลไม้อะไรมีวิตามินซีมาก?
วิตามินดีได้จากอาหารอะไรบ้าง?
กินผักผลไม้ไม่เก่ง กินวิตามินรวมแทนได้ไหม?
กินข้าวไม่เป็นเวลาหรือกินได้น้อย ควรเลือกอาหารอย่างไร?
กินวิตามินซีเยอะ ๆ ยิ่งดีไหม?
ไม่กินเนื้อสัตว์ จะได้สารอาหารเหล่านี้ครบไหม?
- Ministry of Public Health Notification No. 447 (B.E. 2566)
- ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 445) พ.ศ. 2566 เรื่อง ฉลากโภชนาการ – ค่าอ้างอิงสารอาหารต่อวันสำหรับคนไทย (บัญชีหมายเลข 3)
- MedlinePlus: Immune System ↗
- NIH Office of Dietary Supplements: Vitamin C (Health Professional Fact Sheet) ↗
- NIH Office of Dietary Supplements: Vitamin D (Health Professional Fact Sheet) ↗
- NIH Office of Dietary Supplements: Vitamin A (Health Professional Fact Sheet) ↗
- NIH Office of Dietary Supplements: Zinc (Health Professional Fact Sheet) ↗
- NIH Office of Dietary Supplements: Iron (Health Professional Fact Sheet) ↗
- NIH Office of Dietary Supplements: Folate (Health Professional Fact Sheet) ↗
- NIH Office of Dietary Supplements: Vitamin B6 (Health Professional Fact Sheet) ↗
- NIH Office of Dietary Supplements: Vitamin B12 (Health Professional Fact Sheet) ↗
- NIH Office of Dietary Supplements: Multivitamin/mineral Supplements (Health Professional Fact Sheet) ↗
เราใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ เมื่อคุณกดยอมรับ เราจะสามารถแสดงเนื้อหาที่ตรงกับความสนใจของคุณได้มากขึ้น และหากต้องการเปลี่ยนความยินยอม สามารถทำได้ทุกเมื่อโดยคลิก “การตั้งค่าคุกกี้” นโยบายการใช้คุกกี้
