เครียดแล้วท้องเสียสลับท้องผูก ดูแลอย่างไรดี?
ช่วงที่เครียด หลายคนท้องเสียบ้าง ท้องผูกบ้าง หรือท้องอืดจนอึดอัด เพราะลำไส้มีเส้นประสาทของตัวเองที่สื่อสารกับสมองตลอดเวลา เมื่อเครียด อาหารอาจเคลื่อนผ่านลำไส้เร็วหรือช้าเกินไป สิ่งที่ NHS ของสหราชอาณาจักรแนะนำให้ทำเองได้คือกินให้เป็นเวลา ไม่รีบกิน ดื่มน้ำให้พอ จำกัดกาแฟ แอลกอฮอล์ และน้ำอัดลม ขยับร่างกาย และหาวิธีผ่อนคลาย ถ้าอาการเป็นเกิน 4 สัปดาห์ น้ำหนักลดโดยไม่ได้ตั้งใจ หรือมีเลือดปนอุจจาระ ควรไปพบแพทย์
ทำไมเครียดแล้วท้องเสียสลับท้องผูก?
คำตอบสั้น ๆ คือ สมองกับลำไส้คุยกันตลอดเวลา และความเครียดทำให้ลำไส้ทำงานเร็วหรือช้ากว่าปกติได้ ช่วงที่อาหารเคลื่อนเร็วจะถ่ายเหลว ช่วงที่ช้าจะถ่ายแข็งหรือไม่อยากถ่าย จึงเกิดสลับกันได้ในคนเดียวกัน
ลำไส้มีเส้นประสาทของตัวเอง
NIDDK ของสหรัฐฯ อธิบายว่าฮอร์โมนและเส้นประสาททำงานร่วมกันเพื่อควบคุมการย่อยอาหาร ในผนังทางเดินอาหารมีเครือข่ายเส้นประสาทของตัวเอง เมื่ออาหารทำให้ผนังลำไส้ยืดออก เส้นประสาทเหล่านี้จะปล่อยสารหลายชนิดที่ทำให้อาหารเคลื่อนเร็วขึ้นหรือช้าลง และควบคุมการบีบตัวที่ดันอาหารไปตามลำไส้
น้ำในอุจจาระขึ้นกับความเร็ว
NIDDK ระบุว่าลำไส้ใหญ่ดูดน้ำกลับและเปลี่ยนกากอาหารจากของเหลวเป็นอุจจาระ ถ้ากากอาหารผ่านเร็ว น้ำถูกดูดกลับน้อย อุจจาระจึงเหลว ถ้าผ่านช้า น้ำถูกดูดกลับมาก อุจจาระจึงแข็งและถ่ายยาก
ความเครียดทำให้การสื่อสารรวน
NIDDK อธิบายว่าเมื่อการสื่อสารระหว่างสมองกับระบบทางเดินอาหารรวนไป อาจทำให้อาหารเคลื่อนผ่านลำไส้ผิดจังหวะ NHS ระบุว่าอาหารที่เคลื่อนผ่านลำไส้เร็วหรือช้าเกินไป และความเครียด เกี่ยวข้องกับอาการท้องไม่ดีแบบนี้ ช่วงที่เครียด ลำไส้จึงอาจตอบสนองแรงกว่าปกติ NHS Every Mind Matters ก็ระบุว่าปัญหาเรื่องท้องเป็นอาการทางกายอย่างหนึ่งของความเครียด
สิ่งที่ทำให้ท้องไม่ดีหนักขึ้น
NHS ระบุสิ่งที่ทำให้ปวดท้อง ท้องอืด ท้องเสีย หรือท้องผูกเป็นหนักขึ้นได้ ดังนี้
- แอลกอฮอล์
- คาเฟอีน
- อาหารบางอย่าง เช่น อาหารเผ็ดหรือมัน
- ความเครียดและความกังวล
- ยาบางชนิด
ในช่วงเครียด สิ่งเหล่านี้มักมาพร้อมกัน เช่น งานเร่งจนกินข้าวไม่เป็นเวลา ดื่มกาแฟเพิ่มเพื่อให้ตื่นตัว และสั่งอาหารจานด่วนรสจัด ท้องจึงยิ่งไม่เป็นปกติ
ท้องอืด ขับถ่ายไม่เป็นเวลา เป็นสัญญาณว่าลำไส้มีปัญหาไหม?
ส่วนใหญ่ไม่ได้หมายถึงปัญหาร้ายแรง เพราะท้องอืดและขับถ่ายไม่เป็นเวลามักเกิดจากเรื่องในชีวิตประจำวัน แต่เราดูเองไม่ได้ว่าเป็นแค่นั้นหรือไม่ ถ้าเป็นต่อเนื่องหรือมีอาการเตือนร่วมด้วย ควรให้แพทย์ตรวจหาสาเหตุ
สาเหตุที่พบบ่อยของท้องอืด
NHS ระบุว่าสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของท้องอืดคือมีแก๊สในลำไส้มาก ซึ่งเกิดได้จาก
- อาหารบางอย่าง เช่น กะหล่ำปลี ถั่วเมล็ดแห้ง และถั่วเลนทิล
- น้ำอัดลม
- กลืนลมเข้าไประหว่างกิน เช่น กินเร็วหรือพูดไปกินไป
- ท้องผูก
- การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนช่วงมีประจำเดือน
เทียบเรื่องในชีวิตประจำวันกับอาการที่ควรพบแพทย์
| มักเป็นเรื่องในชีวิตประจำวัน | ควรพบแพทย์ |
|---|---|
| ท้องอืดหลังมื้อใหญ่ กินเร็ว หรือดื่มน้ำอัดลม | ท้องอืดเป็นประจำ หรือปรับอาหารแล้วไม่ดีขึ้น |
| ถ่ายไม่เป็นเวลาช่วงงานยุ่ง เดินทาง หรือนอนไม่พอ | อาการเป็นต่อเนื่องเกิน 4 สัปดาห์ |
| ท้องเสียไม่กี่วันแล้วหายเอง | ท้องเสียเกิน 7 วัน หรือถ่ายเป็นเลือด |
| อาการดีขึ้นเมื่อช่วงเครียดผ่านไป | น้ำหนักลดโดยไม่ได้ตั้งใจ หรือคลำพบก้อนในท้อง |
ข้อสังเกตง่าย ๆ คือ ดูว่าการขับถ่ายเปลี่ยนไปจากที่เคยเป็นของตัวเองหรือไม่ และเปลี่ยนมานานเท่าไร ถ้าส่วนใหญ่เป็นท้องผูก อ่านสาเหตุและการดูแลเพิ่มเติมได้ที่ ท้องผูกเกิดจากอะไร ดูแลตัวเองอย่างไรได้บ้าง?
เครียดแล้วท้องเสียสลับท้องผูก ควรดูแลอย่างไร?
NHS แนะนำให้เริ่มจากเวลาและวิธีกิน เครื่องดื่ม การขยับร่างกาย และการผ่อนคลาย ทุกข้อทำได้เองโดยไม่ต้องเปลี่ยนชีวิตทั้งหมด
กินให้เป็นเวลา และไม่รีบ
- ไม่งดหรือเลื่อนมื้ออาหาร ช่วงงานยุ่งให้เตรียมของกินง่าย ๆ ไว้ล่วงหน้า
- ไม่กินเร็ว นั่งกินให้เป็นมื้อ แทนการกินหน้าจอหรือระหว่างเดิน
- กินอาหารที่หลากหลาย และไม่กินอาหารมัน เผ็ด หรือแปรรูปมาก
ค่อย ๆ เพิ่มผัก ผลไม้ และธัญพืช
ใยอาหารพบในผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี และถั่ว ถ้าปกติกินผักน้อย ให้เพิ่มทีละน้อยเพื่อให้ร่างกายค่อย ๆ ปรับตัว และสังเกตว่าอาหารชนิดไหนทำให้ท้องอืด ในอาหารไทย การสั่งผักเพิ่มในจานเดียว หรือเปลี่ยนข้าวขาวเป็นข้าวกล้องบางมื้อ เป็นวิธีที่ทำได้ทุกวัน
ดื่มน้ำให้พอ และจำกัดบางเครื่องดื่ม
| เครื่องดื่ม | คำแนะนำของ NHS |
|---|---|
| น้ำและเครื่องดื่มอื่น | อย่างน้อย 8 ถึง 10 แก้ว (ประมาณ 1.5 ลิตร) ต่อวัน |
| ชา กาแฟ และเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน | ไม่เกิน 3 แก้วต่อวัน |
| แอลกอฮอล์ | ไม่ดื่มมาก |
| น้ำอัดลม | ไม่ดื่มมาก |
ช่วงท้องเสีย ร่างกายเสียน้ำมากขึ้น NHS แนะนำให้ดื่มน้ำมาก ๆ และจิบทีละน้อยถ้ารู้สึกคลื่นไส้
ขยับร่างกายเป็นประจำ
NHS แนะนำให้ขยับร่างกายมาก ๆ และ NHS Every Mind Matters ระบุว่าการขยับร่างกายเป็นประจำช่วยระบายพลังงานจากความตึงเครียด เดินเร็วหลังอาหาร ขึ้นบันไดแทนลิฟต์ หรือลุกเดินทุกชั่วโมงเมื่อนั่งทำงาน ก็นับรวมได้
หาวิธีผ่อนคลายที่ทำได้จริง
NHS Every Mind Matters แนะนำวิธีจัดการความเครียดไว้หลายข้อ
- หยุดหายใจช้า ๆ สักไม่กี่นาที ช่วยให้รู้สึกสงบลง
- แบ่งงานใหญ่เป็นชิ้นเล็กที่ทำได้ทีละขั้น
- วางแผนล่วงหน้าสำหรับวันหรืองานที่รู้ว่าจะเครียด
- คุยกับเพื่อน ครอบครัว หรือเพื่อนร่วมงานที่ไว้ใจ
- ใช้เวลานึกถึงเรื่องดี ๆ ในชีวิต
การเผื่อเวลาให้ตัวเองได้นั่งห้องน้ำโดยไม่รีบในตอนเช้า ก็เป็นอีกเรื่องที่ช่วยได้ในช่วงงานยุ่ง
ท้องอืดบ่อย ดูแลตัวเองอย่างไรได้บ้าง?
NHS แนะนำวิธีที่ทำได้เองดังนี้
| ควรทำ | ควรเลี่ยง |
|---|---|
| ออกกำลังกายเป็นประจำ | น้ำอัดลม แอลกอฮอล์ และคาเฟอีน |
| เคี้ยวโดยปิดปาก เพื่อไม่ให้กลืนลมเข้าไป | อาหารที่ทำให้เกิดแก๊ส เช่น กะหล่ำปลี ถั่วเมล็ดแห้ง ถั่วเลนทิล |
| ดื่มน้ำมาก ๆ | มื้อใหญ่ตอนดึก |
| กินมื้อเล็กลงแต่บ่อยขึ้น | อาหารแปรรูป หวาน เผ็ด หรือมันมาก |
| นวดท้องเบา ๆ จากขวาไปซ้าย ให้ลมที่ค้างออก |
ถ้าท้องอืดร่วมกับท้องผูก NHS แนะนำให้กินอาหารที่มีใยอาหารสูง ทั้งนี้อาหารที่มีใยอาหารบางอย่าง เช่น ถั่วเมล็ดแห้งและกะหล่ำปลี ก็ทำให้มีแก๊สได้ จึงควรค่อย ๆ เพิ่มและสังเกตว่าอะไรเหมาะกับตัวเอง
ท้องเสียสลับท้องผูกแบบไหนควรไปพบแพทย์?
NHS แนะนำให้พบแพทย์ถ้ามีปวดท้อง ท้องอืด ท้องเสีย หรือท้องผูก มาเกิน 4 สัปดาห์ และถ้าท้องอืดเป็นประจำ หรือปรับอาหารแล้วไม่ดีขึ้น
ควรรีบพบแพทย์
NHS แนะนำให้รีบพบแพทย์เมื่อมีอาการต่อไปนี้
- น้ำหนักลดมากโดยไม่ได้ตั้งใจ
- มีเลือดออกทางทวารหนัก หรือถ่ายเป็นเลือด
- คลำพบก้อนแข็งหรือบวมในท้อง
- หายใจหอบ ใจสั่น และผิวซีดกว่าปกติ
- ท้องเสียเกิน 7 วัน หรือมีอาการขาดน้ำ หรือดื่มน้ำแล้วอาเจียนออกหมด
- ท้องอืดร่วมกับอาเจียน มีไข้ หรือถ่ายหรือปัสสาวะไม่ออก
NIDDK ระบุว่าอุจจาระสีดำเหนียวก็เป็นสัญญาณที่ควรให้แพทย์ตรวจ และแพทย์จะดูประวัติปัญหาทางเดินอาหารในครอบครัวประกอบด้วย
ไปห้องฉุกเฉินทันที
NHS แนะนำให้ไปห้องฉุกเฉินเมื่อปวดท้องรุนแรงขึ้นมาทันที อาเจียนเป็นเลือด หรือมีเลือดออกทางทวารหนักมาก
ก่อนไปพบแพทย์
- จดบันทึกสั้น ๆ สักระยะเพื่อให้แพทย์ดู เช่น มื้ออาหาร เครื่องดื่ม เวลาเข้าห้องน้ำ ลักษณะอุจจาระ และวันที่เครียดมาก
- บอกว่าเริ่มเป็นเมื่อไร เป็นบ่อยแค่ไหน และมีช่วงเครียดเกี่ยวข้องหรือไม่
- บอกแพทย์ถ้าในครอบครัวมีคนที่มีปัญหาเรื่องทางเดินอาหาร
- ไม่ใช้ยาใด ๆ เพื่อหยุดถ่ายหรือช่วยขับถ่ายต่อเนื่องเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร ผู้ที่ตั้งครรภ์และผู้ที่ใช้ยาประจำควรปรึกษาก่อนเสมอ
ถ้าความเครียดเองหนักจนกระทบการกิน การนอน หรือการทำงาน การคุยกับแพทย์ก็ช่วยให้ดูแลทั้งเรื่องท้องและเรื่องใจไปพร้อมกัน
คำถามที่พบบ่อย
ทำไมเครียดแล้วท้องเสียสลับท้องผูก?
ท้องอืด ขับถ่ายไม่เป็นเวลา เป็นสัญญาณว่าลำไส้มีปัญหาไหม?
เครียดแล้วท้องไม่ดี ควรดูแลตัวเองอย่างไร?
ท้องอืดบ่อย ดูแลตัวเองอย่างไรได้บ้าง?
ท้องเสียสลับท้องผูกแบบไหนควรไปพบแพทย์?
- NHS: Tummy pain, bloating and bowel changes – symptoms, triggers and when to see a GP ↗
- NHS: Diet and lifestyle tips for tummy pain, bloating and bowel changes ↗
- NHS: Bloating ↗
- NHS: Diarrhoea and vomiting ↗
- NHS Every Mind Matters: Stress ↗
- NIDDK (NIH): Your Digestive System & How It Works ↗
- NIDDK (NIH): Tummy pain and bowel changes – symptoms & causes ↗
- NIDDK (NIH): Tummy pain and bowel changes – how doctors look for the cause ↗
เราใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ เมื่อคุณกดยอมรับ เราจะสามารถแสดงเนื้อหาที่ตรงกับความสนใจของคุณได้มากขึ้น และหากต้องการเปลี่ยนความยินยอม สามารถทำได้ทุกเมื่อโดยคลิก “การตั้งค่าคุกกี้” นโยบายการใช้คุกกี้
