ทำงานหนักจนเพลียทั้งวัน สมองล้า ดูแลอย่างไร?
เพลียหมดแรงตั้งแต่บ่าย และพอถึงเย็นก็สมองล้าจนคิดอะไรไม่ค่อยออก เป็นเรื่องที่พบได้บ่อยในช่วงที่งานหนัก ส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากสาเหตุเดียว แต่เป็นการนอนน้อย นั่งทำงานหน้าจอต่อเนื่องนานโดยไม่ได้พัก ข้ามมื้อหรือกินช้า ดื่มน้ำน้อย และนั่งทั้งวัน ที่สะสมรวมกัน สิ่งที่ควรดูก่อนคือการนอน การพักสั้น ๆ ให้บ่อย การกินให้เป็นเวลา การดื่มน้ำ และช่วงเวลาที่ดื่มคาเฟอีน ถ้าเพลียมาหลายสัปดาห์โดยไม่รู้สาเหตุ ควรไปพบแพทย์
ในกรุงเทพฯ และเมืองใหญ่ วันทำงานหนักมักเริ่มจากการรีบขึ้นรถไฟฟ้าหรือฝ่ารถติดตั้งแต่เช้า ต่อด้วยประชุมติดกันทั้งวันกับข้อความในกลุ่มแชตที่เด้งไม่หยุด แล้วจบด้วยโอทีหรือมื้อเย็นที่ดึก แต่ละอย่างลำพังยังพอรับไหว แต่เมื่อเกิดซ้ำทุกวัน ก็แทบไม่เหลือเวลาให้ร่างกายได้พัก
ทำไมช่วงงานหนักถึงเพลียทั้งวัน?
NHS ของสหราชอาณาจักรระบุว่าความเหนื่อยล้าจำนวนมากเกิดจากความเครียด การนอนไม่พอ การกินที่ไม่ดี และปัจจัยด้านการใช้ชีวิตอื่น ๆ ส่วนหน่วยงานด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัยของสหราชอาณาจักร (HSE) ระบุเพิ่มว่าการทำงานเป็นเวลานานโดยไม่มีเวลาพักที่เพียงพอเมื่อเทียบกับงาน ทำให้เกิดความล้าได้
สิ่งที่มักเกิดในวันที่งานหนัก
| สิ่งที่เกิดขึ้น | สะสมอย่างไร | แหล่งข้อมูล |
|---|---|---|
| นอนน้อยหรือนอนไม่เป็นเวลา | การนอนที่ขาดไปติดต่อไปถึงวันรุ่งขึ้น | NHS, CDC |
| ทำงานต่อเนื่องนานโดยไม่ได้พัก | งานไม่เหลือเวลาให้พัก | HSE |
| ข้ามมื้อหรือกินช้า | ท้องว่างนาน แล้วกินมื้อใหญ่ทีเดียว | NHS |
| ดื่มน้ำน้อย | ร่างกายขาดน้ำเล็กน้อยก็ทำให้รู้สึกเพลียได้ | NHS |
| นั่งทั้งวัน | ไม่ได้ขยับร่างกายเป็นเวลานาน | NHS |
| ความเครียดสะสม | เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ NHS ระบุ | NHS |
นอนน้อยจนสะสม
CDC ของสหรัฐอเมริการะบุว่าผู้ใหญ่อายุ 18–60 ปีต้องการการนอน 7 ชั่วโมงขึ้นไป ถ้าโอที มื้อเย็นที่ดึก และการเลื่อนมือถือก่อนนอน ทำให้เข้านอนเลยเที่ยงคืน แต่นาฬิกาปลุกยังดังตอนหกโมงเช้า การนอนที่ขาดไปจะเพิ่มขึ้นทุกวันทำงาน
มื้ออาหารที่เลื่อนไปเรื่อย ๆ
ในวันที่ยุ่ง มื้อเช้ากลายเป็นกาแฟแก้วเดียวระหว่างทาง มื้อกลางวันกินหน้าคอมหรือข้ามไป แล้วมื้อเย็นมาดึกและหนัก NHS แนะนำให้กินมื้อหลักและของว่างที่ดีต่อสุขภาพทุก 3–4 ชั่วโมง แทนการกินมื้อใหญ่แต่นาน ๆ ครั้ง
ทำไมประชุมและทำงานหน้าจอทั้งวันแล้วรู้สึกสมองล้า?
HSE อธิบายความล้าว่าเป็นการที่ความสามารถทางใจและ/หรือทางกายลดลง ซึ่งเป็นผลจากการใช้แรงต่อเนื่องเป็นเวลานาน การนอนไม่พอ และ/หรือนาฬิกาชีวิตที่รวน ผลที่ HSE ระบุ เช่น ตอบสนองช้าลง ประมวลข้อมูลได้น้อยลง จำพลาด และเหม่อ หลายคนรู้จักในรูปของอีเมลง่าย ๆ ฉบับเดียวที่ต้องเขียนใหม่สามรอบตอนห้าโมงเย็น
ทำงานหน้าจอหลายชั่วโมงโดยไม่ได้ขยับ
งานหน้าจอทำให้สายตา ความสนใจ และท่าทางอยู่กับที่เป็นเวลานาน เมื่อประชุมออนไลน์ต่อกันไม่มีช่องว่าง และกินข้าวกลางวันหน้าแล็ปท็อป ทั้งวันก็แทบไม่มีช่วงที่ได้หยุดจริง ๆ
ข้อความงานที่ไม่เคยหยุด
กลุ่มแชตและอีเมลที่ยังเข้ามาหลังเลิกงาน ทำให้งานไม่ได้จบลงจริงเมื่อออกจากออฟฟิศ เรื่องเวลาพักที่ HSE พูดถึงจึงรวมถึงช่วงเย็นด้วย
ระหว่างวันทำงาน ทำอะไรได้บ้าง?
พักสั้น ๆ แต่บ่อย
HSE แนะนำให้พักสั้น ๆ แต่บ่อย ดีกว่าพักนาน ๆ แต่นาน ๆ ครั้ง เช่น พัก 5–10 นาทีทุกชั่วโมง ดีกว่าพัก 20 นาทีทุก 2 ชั่วโมง ช่วงพักควรได้ลุกจากโต๊ะและเดินไปมา หรืออย่างน้อยได้ยืดเส้นยืดสายและเปลี่ยนท่า ทั้งนี้ HSE ระบุว่าไม่มีข้อกำหนดตายตัวว่าต้องพักนานหรือบ่อยแค่ไหน
| แทนที่จะ | ลอง |
|---|---|
| ทำงานยาวรวดเดียวจนถึงเที่ยง | ลุกยืน 5–10 นาทีทุกชั่วโมง |
| กินข้าวกลางวันที่โต๊ะ | กินให้ห่างจากหน้าจอ |
| ประชุมออนไลน์ติดกัน | เว้นช่วงสั้น ๆ ระหว่างประชุมเพื่อลุกเดิน |
ขยับร่างกายบ้าง
NHS ระบุว่าแม้แต่การเดินครั้งเดียว 15 นาทีก็ช่วยให้รู้สึกมีแรงขึ้นได้ การเดินไปร้านข้าวตอนกลางวัน การขึ้นบันได หรือการลงรถไฟฟ้าก่อนถึงสถานีหนึ่งป้ายก็นับได้ คำแนะนำด้านการออกกำลังกายของ NHS แนะนำให้มีกิจกรรมระดับปานกลางอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ และให้แทรกการขยับร่างกายระหว่างช่วงที่นั่งหรืออยู่นิ่งนาน ๆ
วางน้ำไว้ใกล้มือ
NHS ระบุว่าบางครั้งที่รู้สึกเพลียก็เพราะร่างกายขาดน้ำเล็กน้อย และแนะนำให้ดื่มน้ำสักแก้ว โดยเฉพาะหลังออกกำลังกาย ในออฟฟิศที่เปิดแอร์ทั้งวันมักลืมดื่มน้ำ แล้วก็ต้องออกไปเจอแดดร้อนตอนบ่าย
วันที่งานหนัก ควรกินและดื่มอย่างไร?
กินให้เป็นเวลา แทนมื้อใหญ่มื้อเดียว
NHS แนะนำให้กินมื้อหลักและของว่างที่ดีต่อสุขภาพทุก 3–4 ชั่วโมง แทนการกินมื้อใหญ่แต่นาน ๆ ครั้ง ถ้ามื้อกลางวันมักเลื่อนออกไป ของว่างเล็ก ๆ ช่วงสาย เช่น ผลไม้ โยเกิร์ต หรือถั่วสักกำมือ ช่วยให้ช่วงท้องว่างสั้นลงได้ หลายคนรู้สึกง่วงหลังข้าวจานใหญ่ตอนเที่ยงตามด้วยเครื่องดื่มหวาน ๆ
ดื่มน้ำให้พอ
NHS ระบุว่ารัฐบาลสหราชอาณาจักรแนะนำให้ดื่มของเหลววันละ 6–8 แก้ว และอาจต้องดื่มมากขึ้นเมื่ออยู่ในที่อากาศร้อนหรือออกแรงเป็นเวลานาน น้ำเปล่า นมไขมันต่ำ และเครื่องดื่มน้ำตาลน้อย รวมถึงชาและกาแฟ นับรวมได้ทั้งหมด
กาแฟ ดื่มได้เท่าไรและถึงกี่โมง
| ประเด็น | คำแนะนำ | แหล่งข้อมูล |
|---|---|---|
| ปริมาณต่อวัน | คาเฟอีน 400 มิลลิกรัมต่อวัน หรือราวกาแฟ 2–3 แก้วขนาด 12 ออนซ์ สำหรับผู้ใหญ่ส่วนใหญ่ | US FDA |
| เครื่องดื่มชูกำลัง | โดยทั่วไปมีคาเฟอีน 54–328 มิลลิกรัมต่อ 16 ออนซ์ | US FDA |
| ฤทธิ์อยู่นานแค่ไหน | นานถึง 7 ชั่วโมง | NHS |
| ช่วงเวลา | เลี่ยงคาเฟอีนช่วงบ่ายหรือเย็นเพื่อการนอนที่ดีขึ้น | CDC |
US FDA ให้ตัวเลข 400 มิลลิกรัมว่าเป็นปริมาณที่โดยทั่วไปไม่สัมพันธ์กับผลเสีย กาแฟเย็นแก้วใหญ่ตอนเช้า ชาไทยหลังมื้อเที่ยง และเครื่องดื่มชูกำลังตอนสี่โมงเย็น รวมกันได้เร็ว และแก้วหลัง ๆ อาจกินเวลานอนของคืนนั้น ถ้าอยากลด NHS แนะนำให้ค่อย ๆ ลดแทนการหยุดทันที
หลังเลิกงานและก่อนนอน ควรทำอย่างไร?
เข้านอนและตื่นให้เป็นเวลา
NHS แนะนำให้เข้านอนและตื่นเวลาเดิมทุกวัน ใช้เวลาผ่อนคลายก่อนนอน และเลี่ยงการงีบกลางวัน ตั้งเป้าให้ได้ 7 ชั่วโมงขึ้นไปตามที่ CDC ระบุสำหรับผู้ใหญ่ ถ้าทำงานดึก การกำหนดเวลาที่จะเลิกเช็กข้อความงาน ช่วยให้ช่วงเย็นกลายเป็นเวลาพักจริง ๆ
วันหยุด
NHS แนะนำให้ตื่นเวลาเดิมทุกวัน ในวันหยุดจึงลองตื่นให้ใกล้เคียงเวลาวันทำงาน และออกไปเจอแสงกลางวันข้างนอกบ้าง
เพลียจากงานแบบไหนควรไปพบแพทย์?
NHS แนะนำให้ไปพบแพทย์ถ้า
- รู้สึกเพลียมาหลายสัปดาห์และไม่แน่ใจว่าเพราะอะไร
- ความเพลียกระทบชีวิตประจำวัน
- เพลียร่วมกับอาการอื่น เช่น น้ำหนักลดหรืออารมณ์เปลี่ยน
จดสิ่งเหล่านี้ไว้ก่อนไปพบแพทย์
- เวลาทำงานตามปกติ รวมโอที ในช่วง 2–4 สัปดาห์ที่ผ่านมา
- เวลาเข้านอนและตื่นของแต่ละวัน
- ปริมาณกาแฟ ชา และเครื่องดื่มชูกำลังที่ดื่มในแต่ละวัน
- ยาและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทั้งหมดที่ใช้อยู่
- สิ่งอื่นที่สังเกตได้ เช่น น้ำหนักหรืออารมณ์ที่เปลี่ยนไป
ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้แพทย์เห็นภาพรวมได้ชัดขึ้น
ก่อนเริ่มผลิตภัณฑ์หรือยาใด ๆ
ถ้ามียาที่ใช้ประจำ ตั้งครรภ์ หรือไม่แน่ใจว่าสิ่งใดเหมาะกับตัวเอง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเริ่มใช้สิ่งใหม่ อย่าเริ่มใช้ยาเองโดยไม่ปรึกษา
คำถามที่พบบ่อย
ทำงานหนักจนเพลียทั้งวัน ควรเริ่มดูแลจากตรงไหน?
ทำไมหลังวันทำงานยาว ๆ แล้วรู้สึกสมองช้า คิดอะไรไม่ค่อยออก?
ทำงานหน้าจอทั้งวัน ควรพักบ่อยแค่ไหน?
วันที่งานหนัก ดื่มกาแฟได้วันละเท่าไร?
เพลียจากงานแบบไหนควรไปพบแพทย์?
- NHS: Tiredness and fatigue ↗
- NHS: Self-help tips to fight tiredness ↗
- UK Health and Safety Executive: Fatigue ↗
- UK Health and Safety Executive: Breaks and changes of activity (display screen equipment) ↗
- US CDC: About sleep ↗
- US FDA: Spilling the beans – how much caffeine is too much? ↗
- NHS: Physical activity guidelines for adults aged 19 to 64 ↗
- NHS: Water, drinks and hydration ↗
เราใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ เมื่อคุณกดยอมรับ เราจะสามารถแสดงเนื้อหาที่ตรงกับความสนใจของคุณได้มากขึ้น และหากต้องการเปลี่ยนความยินยอม สามารถทำได้ทุกเมื่อโดยคลิก “การตั้งค่าคุกกี้” นโยบายการใช้คุกกี้
