น้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณรายละเอียด
บริษัทไทยตั้งแต่ปี 1999 · แบรนด์ VISTRA ตั้งแต่ปี 2006·ร้านค้าทางการบน SHOPEE · LAZADA · TIKTOK SHOP · LINEบริษัทไทยตั้งแต่ปี 1999 · แบรนด์ VISTRA ตั้งแต่ปี 2006
ช่องทางการสั่งซื้อ
JAPAN QUALITY·輝く毎日を、内側から。·GMP · ISO · HACCP · FSSC 22000 · HALAL CERTIFIED
ส่วนประกอบ · Vitamin C

วิตามินซี

วิตามินซี คืออะไร?

วิตามินซี หรือกรดแอล-แอสคอร์บิก คือวิตามินที่ละลายในน้ำ พบตามธรรมชาติในอาหารบางชนิด เติมลงในอาหารบางชนิด และมีจำหน่ายในรูปผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร มนุษย์ต่างจากสัตว์ส่วนใหญ่ตรงที่สังเคราะห์วิตามินซีขึ้นเองไม่ได้ วิตามินซีจึงเป็นสารอาหารที่ต้องได้รับจากอาหาร

อัปเดต พ.ย. 2569
หน้าที่ทั่วไป

วิตามินซีคือวิตามินที่ละลายในน้ำ ร่างกายสร้างเองไม่ได้และเก็บสะสมไว้ได้น้อย จึงต้องได้รับจากอาหารอย่างสม่ำเสมอ วิตามินซีมีส่วนช่วยในการทำหน้าที่ตามปกติของระบบภูมิคุ้มกัน มีส่วนช่วยในการสร้างคอลลาเจนตามปกติ เพื่อการทำงานที่ปกติของกระดูกอ่อน กระดูก เหงือก ผิวหนัง และฟัน มีส่วนช่วยในกระบวนการเผาผลาญพลังงานที่ปกติ มีส่วนช่วยในการทำงานตามปกติของระบบประสาท มีส่วนช่วยในการปกป้องเซลล์จากภาวะเครียดออกซิเดชัน และมีส่วนช่วยเพิ่มการดูดซึมธาตุเหล็ก

เจาะลึกส่วนประกอบ
ข้อมูลระดับสารอาหาร · ไม่ใช่การกล่าวอ้างของผลิตภัณฑ์ข้อมูลระดับสารอาหาร · ไม่ใช่การกล่าวอ้างของผลิตภัณฑ์
01

เกี่ยวกับส่วนประกอบนี้

วิตามินซี หรือกรดแอสคอร์บิก เป็นสารอาหารโมเลกุลเล็กที่ละลายน้ำได้ดี มนุษย์ต่างจากสัตว์ส่วนใหญ่ตรงที่สร้างวิตามินซีขึ้นเองไม่ได้ จึงต้องได้รับจากอาหาร ร่างกายเก็บวิตามินซีไว้ได้จำกัด คือตั้งแต่ราว 300 มิลลิกรัมเมื่อได้รับน้อยมาก จนถึงราว 2 กรัม และขับส่วนที่เกินออกไป

02

แหล่งที่มาจากอาหาร

ผักและผลไม้เป็นแหล่งวิตามินซีที่ดีที่สุด โดยเฉพาะผลไม้ตระกูลส้ม พริกหวานสีแดงและเขียว กีวี บรอกโคลี สตรอว์เบอร์รี และกะหล่ำดาว ตามข้อมูลของ NIH ODS พริกหวานแดงดิบครึ่งถ้วยให้วิตามินซี 95 มิลลิกรัม น้ำส้มสามในสี่ถ้วยให้ 93 มิลลิกรัม ส้มขนาดกลางหนึ่งผลให้ 70 มิลลิกรัม และกีวีขนาดกลางหนึ่งผลให้ 64 มิลลิกรัม การรับประทานผักและผลไม้ห้าส่วนที่หลากหลายต่อวันให้วิตามินซีได้มากกว่า 200 มิลลิกรัม วิตามินซีละลายน้ำและถูกทำลายด้วยความร้อน การเก็บไว้นานและการปรุงจึงลดปริมาณลง การนึ่งหรือใช้ไมโครเวฟทำให้สูญเสียน้อยกว่า ค่าอ้างอิงสารอาหารต่อวันสำหรับคนไทย (Thai RDIs) ของวิตามินซีสำหรับบุคคลทั่วไปอายุ 3 ปีขึ้นไปกำหนดไว้ที่ 100 มิลลิกรัมต่อวัน วัตถุดิบเชิงพาณิชย์ผลิตด้วยกระบวนการหมักร่วมกับการสังเคราะห์ทางเคมี

03

รูปแบบและการดูดซึม

วิตามินซีในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมีหลายรูป แต่รูปที่พบบ่อยที่สุดคือกรดแอสคอร์บิก ซึ่ง NIH ODS ระบุว่ามีชีวปริมาณออกฤทธิ์เทียบเท่ากับกรดแอสคอร์บิกที่มีอยู่ตามธรรมชาติในอาหาร รูปอื่นได้แก่ โซเดียมแอสคอร์เบต แคลเซียมแอสคอร์เบต แอสคอร์เบตของแร่ธาตุอื่น กรดแอสคอร์บิกผสมไบโอฟลาโวนอยด์ และผลิตภัณฑ์ผสมอย่าง Ester-C แอสคอร์เบตของแร่ธาตุจะให้แร่ธาตุนั้น เช่น โซเดียมหรือแคลเซียม มาด้วย ประเด็นสำคัญด้านการดูดซึมคือความอิ่มตัว ที่ปริมาณปานกลาง 30 ถึง 180 มิลลิกรัมต่อวัน ร่างกายดูดซึมได้ราวร้อยละ 70 ถึง 90 แต่ที่ปริมาณเกิน 1 กรัมต่อวัน การดูดซึมลดลงเหลือต่ำกว่าร้อยละ 50 และส่วนที่เหลือถูกขับออกทางปัสสาวะ

04

สถานะงานวิจัย

วิตามินซีมีการศึกษาในคนจำนวนมาก แต่ข้อสรุปจากการศึกษาในคนยังไม่สอดคล้องกัน

05

ความปลอดภัยและข้อควรระวัง

ค่าปริมาณสูงสุดที่ยอมรับได้ต่อวัน (UL) ตามเกณฑ์ของคณะกรรมการอาหารและโภชนาการของสหรัฐฯ สำหรับผู้ใหญ่อายุตั้งแต่ 19 ปีคือ 2,000 มิลลิกรัม โดยนับรวมทั้งจากอาหารและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร สำหรับอายุ 14 ถึง 18 ปีอยู่ที่ 1,800 มิลลิกรัม และ 9 ถึง 13 ปีอยู่ที่ 1,200 มิลลิกรัม อาการที่พบบ่อยที่สุดเมื่อได้รับมากเกินไปคือท้องเสีย คลื่นไส้ และปวดท้อง ซึ่งเกิดจากวิตามินซีส่วนที่ไม่ถูกดูดซึมค้างอยู่ในทางเดินอาหาร วิตามินซีอาจส่งผลต่อกันกับยาบางชนิด ผู้ที่อยู่ระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ผู้ที่ใช้ยาเป็นประจำ และผู้ที่มีปัญหาสุขภาพและพบแพทย์อยู่เป็นประจำ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเริ่มรับประทาน และโปรดปฏิบัติตามปริมาณที่ระบุบนฉลากเสมอ ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค

06

จุดที่ควรตรวจสอบบนฉลาก

มีห้าประเด็นที่ตรวจสอบได้จากฉลากผลิตภัณฑ์วิตามินซี ประการแรกคือรูปของวิตามิน ฉลากควรระบุว่าเป็นกรดแอสคอร์บิก โซเดียมแอสคอร์เบต แคลเซียมแอสคอร์เบต หรือรูปผสม ประการที่สองคือหากเป็นแอสคอร์เบตของแร่ธาตุ ผลิตภัณฑ์จะให้แร่ธาตุนั้นเข้ามาด้วย เช่น โซเดียมหรือแคลเซียม ซึ่งควรนับรวมกับปริมาณที่ได้รับต่อวัน ประการที่สามคือตัวเลขมิลลิกรัมหมายถึงวิตามินซีเอง หรือหมายถึงปริมาณสารสกัดผลไม้ที่มีวิตามินซีอยู่ สารสกัดอะเซโรลาที่มีวิตามินซีร้อยละ 17 ต้องใช้ราว 590 มิลลิกรัม จึงให้วิตามินซี 100 มิลลิกรัม ประการที่สี่คือรูปแบบการรับประทาน เม็ดอม เม็ดฟู่ และผงชง อาจมีน้ำตาลหรือโซเดียมประกอบ ประการที่ห้าคือการเก็บรักษา วิตามินซีเสื่อมสภาพจากความชื้น ความร้อน และอากาศ ภาชนะที่ปิดสนิทและเก็บให้พ้นแสงแดดจึงคงปริมาณได้ดีกว่า นอกจากนี้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่จำหน่ายในประเทศไทยทุกรายการต้องมีเลขสารบบอาหาร (อย.) บนฉลาก

วิตามินซี vs เควอซิทิน
คุณลักษณะทั่วไป — ไม่ใช่คำแนะนำ
วิตามินซี
เควอซิทิน
แหล่งที่มา
อะเซโรลาเชอร์รี / กรดแอสคอร์บิก
สารสกัดโซฟอรา จาโปนิกา
ปริมาณต่อวัน
Thai RDIs 100 มก./วัน
ตามปริมาณที่ระบุบนฉลากผลิตภัณฑ์
ช่วงเวลา
เวลาใดก็ได้
ตามที่ระบุบนฉลาก
จับคู่กับ
เควอซิทิน, สังกะสี
วิตามินซี, สังกะสี
อ่านเกี่ยวกับ เควอซิทิน →
คำถามที่พบบ่อย
วิตามินซีคืออะไร
วิตามินซี หรือกรดแอล-แอสคอร์บิก คือวิตามินที่ละลายในน้ำ มนุษย์ต่างจากสัตว์ส่วนใหญ่ตรงที่สร้างวิตามินซีในร่างกายเองไม่ได้ จึงต้องได้รับจากอาหาร ค่าอ้างอิงสารอาหารต่อวันสำหรับคนไทย (Thai RDIs) ของวิตามินซีกำหนดไว้ที่ 100 มิลลิกรัมต่อวัน
วิตามินซีทำหน้าที่อะไรในร่างกาย
วิตามินซีมีส่วนช่วยในการทำหน้าที่ตามปกติของระบบภูมิคุ้มกัน มีส่วนช่วยในการสร้างคอลลาเจนตามปกติ เพื่อการทำงานที่ปกติของกระดูกอ่อน กระดูก เหงือก ผิวหนัง และฟัน มีส่วนช่วยในกระบวนการเผาผลาญพลังงานที่ปกติ มีส่วนช่วยในการทำงานตามปกติของระบบประสาท มีส่วนช่วยในการปกป้องเซลล์จากภาวะเครียดออกซิเดชัน และมีส่วนช่วยเพิ่มการดูดซึมธาตุเหล็ก ร่างกายสร้างวิตามินซีเองไม่ได้ จึงต้องได้รับจากอาหารทุกวัน
ควรได้รับวิตามินซีวันละเท่าไร
ค่าอ้างอิงสารอาหารต่อวันสำหรับคนไทย (Thai RDIs) ของวิตามินซีสำหรับบุคคลทั่วไปอายุ 3 ปีขึ้นไปกำหนดไว้ที่ 100 มิลลิกรัมต่อวัน ตามข้อมูลของ NIH ODS ส้มขนาดกลางหนึ่งผลให้วิตามินซีราว 70 มิลลิกรัม และกีวีขนาดกลางหนึ่งผลให้ราว 64 มิลลิกรัม
รับประทานวิตามินซีตอนไหนดี
วิตามินซีละลายน้ำ จึงรับประทานเวลาใดก็ได้ ประเด็นที่มีผลมากกว่าเวลาคือปริมาณต่อครั้ง ที่ปริมาณ 30 ถึง 180 มิลลิกรัมต่อวัน ร่างกายดูดซึมได้ราวร้อยละ 70 ถึง 90 แต่เมื่อเกิน 1 กรัมต่อวัน การดูดซึมลดลงเหลือต่ำกว่าร้อยละ 50
รับประทานวิตามินซีมากเกินไปจะเป็นอย่างไร
อาการที่พบบ่อยที่สุดเมื่อได้รับมากเกินไปคือท้องเสีย คลื่นไส้ และปวดท้อง ซึ่งเกิดจากวิตามินซีส่วนที่ไม่ถูกดูดซึมค้างอยู่ในทางเดินอาหาร ควรรวมปริมาณจากอาหารและทุกผลิตภัณฑ์ และปฏิบัติตามปริมาณที่ระบุบนฉลาก
แหล่งอ้างอิง
  1. NIH Office of Dietary Supplements – เอกสารข้อเท็จจริงวิตามินซี สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ ↗
  2. ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 445) พ.ศ. 2566 เรื่อง ฉลากโภชนาการ – ค่าอ้างอิงสารอาหารต่อวันสำหรับคนไทย (บัญชีหมายเลข 3)
ข้อมูลอ้างอิงเชิงให้ความรู้ทั่วไป — ไม่ใช่การอ้างสรรพคุณผลิตภัณฑ์
ข้อความชี้แจงข้อมูลวิชาการ

หน้านี้เป็นข้อมูลความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับสารอาหาร โดยอธิบายตัวสารอาหารเอง ไม่ใช่ข้อความเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ใดผลิตภัณฑ์หนึ่ง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจัดเป็นอาหาร ไม่ใช่ยา และไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค เอกสารอ้างอิงที่แสดงไว้ข้างต้นเป็นแหล่งข้อมูลจากหน่วยงานสาธารณะ ไม่ใช่ข้อความกล่าวอ้างของผลิตภัณฑ์

  • เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน
  • ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค
  • อ่านคำเตือนในฉลากก่อนบริโภค